"รอยแผลเป็นระดับไมครอนแบบนี้... ไม่ใช่เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างที่ใบบันทึกประจำวันของโรงพักเขตสามระบุไว้แน่นอนครับ ผู้กองรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่นิ่งสนิทของนายแพทย์ธีร์ดังสะท้อนก้องห้องผ่าชันสูตรศพสว่างวาบด้วยหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ ภายใต้อุณหภูมิสิบแปดองศาเซลเซียสที่เย็นยะเยือกจนลมหายใจกลายเป็นไอจางๆ บนแผ่นโลหะสเตนเลสสตีลสีเงินยวง ร่างไร้วิญญาณของโครงกระดูกหมายเลขสี่สิบสองนอนแผ่หลาอยู่เบื้องหน้า ร่องรอยเนื้อเยื่อที่ถูกย่อยสลายด้วยสารเคมีจนเหลือเพียงโครงสร้างกระดูกสีงาช้างชิ้นมหึมา
ร.ต.อ. รินรดา สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลิ่นน้ำยาฟอร์มาลินและกลิ่นอากรแสตมป์แห่งความตายที่อบอวล ดวงตากลมโตคมกริบมองตามปลายนิ้วสวมถุงมือยางของหมอธีร์ ซึ่งกำลังใช้กล้องจุลทรรศน์ชนิดสเตอริโอสโคปส่องเจาะลึกไปยังบริเวณผิวข้อต่อกระดูกต้นแขนและซี่โครงซีกซ้าย
"ถ้าไม่ใช่รอยกระแทกจากรถชน แล้วมันคืออะไรล่ะคะหมอ? ฉันตรวจสำนวนคดีเก่าสามรอบแล้ว ทางนั้นสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุเฉี่ยวชนแล้วหนีตอนดึกสงัด ไม่มีพยาน ไม่มีกล้องวงจรปิด" รินรดาขมวดคิ้วแน่น มือเรียวไขว้หลังในชุดกราวน์กันเปื้อนสีขาว
หมอธีร์ค่อยๆ ถอดแว่นขยายออก วางลงบนถาดเครื่องมืออย่างเบามือที่สุด นัยน์ตาคู่คมหลังเลนส์กรอบทองฉายแววเย็นเยียบและจริงจังกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา "เพราะมันคือร่องรอยการกดทับด้วยแรงกระทำซ้ำๆ ในมุมองศาเดิมติดต่อกันเป็นเวลานานน่ะสิครับ... รอยบิ่นเล็กๆ ระดับนาโนสโคปที่ขอบกระดูกสันหลังระดับทีเจ็ดถึงทีเก้า บ่งบอกชัดเจนว่าร่างนี้เคยถูกตรึงไว้กับแท่นเหล็กแคบๆ และถูกบังคับให้รับแรงดึงด้วยความถี่สูง นี่ไม่ใช่รอยแผลจากอุบัติเหตุ... แต่มันคือร่องรอยของการทรมานเชิงระบบ"
คำว่า 'การทรมานเชิงระบบ' ทำให้บรรยากาศในห้องผ่าศพเงียบงันลงไปถนัดตา มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องกรองอากาศที่ทำงานแข่งกับความกดดันในใจของนายตำรวจสาว
รินรดาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะผ่าศพอีกนิด กลิ่นอายความอัจฉริยะและความเคร่งเครียดแผ่ซ่านออกมาจากตัวหมอธีร์ ชายหนุ่มผู้มีรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากด้านซ้าย—ร่องรอยจากอดีตที่เขาไม่เคยเอ่ยถึง คดีฆาตกรรมพ่อของเขาเมื่อสิบปีก่อน ที่มีรูปแบบการทารุณกรรมโครงกระดูกในลักษณะใกล้เคียงกันอย่างไร้ที่ติ
"คุณกำลังบอกว่า... เคสนี้เชื่อมโยงกับมูลนิธิการกุศลของศาสตราจารย์ไกรสรอย่างนั้นหรือคะ?" เสียงของรินรดาลดระดับลงกระซิบ แม้ว่าในห้องนี้จะมีเพียงเขากับเธอ แต่ชื่อของศาสตราจารย์ผู้ทรงอิทธิพลคนนั้นเปรียบเสมือนเงาทมิฬที่ปกคลุมทั้งวงการแพทย์และกรมตำรวจ
หมอธีร์ไม่ตอบทันที เขาก้มลงมองโครงกระดูกชิ้นเดิมอีกครั้ง แสงไฟจากกล้องส่องกระทบเข้ากับผิวเนื้อกระดูกส่วนที่กะเทาะออก เผยให้เห็นรอยเจาะขนาดเล็กจิ๋วเท่าปลายเข็มหมุดฝังอยู่ลึกถึงชั้นไขกระดูก
"ศาสตราจารย์ไกรสรไม่เคยทิ้งหลักฐานที่ลบไม่ออกหรอกครับ... แต่ท่านอาจจะลืมไปว่า โครงกระดูกมนุษย์เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่ซื่อสัตย์ที่สุด มันจดจำทุกความเจ็บปวด ทุกแรงกดดัน และทุกหยดเลือดที่ถูกสูบฉีดด้วยความหวาดกลัว" หมอธีร์เงยหน้าขึ้น สบตากับรินรดาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "ทุกรอยกรีดบนกระดูกเหล่านี้ ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อฆ่าให้ตายในทันทีครับ... แต่มันทำเพื่อทดลองขีดจำกัดของความทนทานต่อความเจ็บปวดต่างหาก"
นิ้วเรียวของแพทย์หนุ่มหยิบคีมสแตนเลสขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เขาคีบชิ้นส่วนตัวอย่างเนื้อเยื่อสีขาวขุ่นชิ้นเล็กจิ๋วที่ตกค้างอยู่ในร่องกระดูกออกมา วางลงบนสไลด์แก้วเพื่อเตรียมนำไปตรวจวิเคราะห์ด้วยเครื่องสเปกโตรมิเตอร์ในขั้นตอนต่อไป ท่าทีที่นิ่งสงบและแม่นยำทุกกระบวนการทำให้รินรดารู้สึกทึ่งและหวาดหวั่นไปพร้อมๆ กัน
"ถ้าเราส่งผลตรวจนี้ไปที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง..." รินรดาชะงักคำพูดไว้แค่นั้น เมื่อนึกถึงอำนาจมืดที่คอยแทรกแซงทุกสำนวนคดีในกรมตำรวจ
"อย่าส่งผ่านระบบราชการปกติเด็ดขาดครับ ผู้กอง" หมอธีร์พูดแทรกขึ้นมาทันที น้ำเสียงเรียบสนิทแต่เฉียบขาดดั่งใบมีดผ่าตัด "เพราะถ้าข้อมูลนี้หลุดไปถึงมือคนของศาสตราจารย์ไกรสร ข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์หลักจะถูกลบภายในสามวินาที และคนที่ยืนอยู่ในห้องนี้อาจจะกลายเป็นโครงกระดูกหมายเลขสี่สิบสามแทน"
คำเตือนนั้นไม่ใช่การขู่ขวัญ แต่คือความจริงอันโหดร้ายที่ทั้งคู่ต้องเผชิญในทุกๆ ย่างก้าวของการสืบสวน รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ อย่างหงุดหงิดใจกับระบบที่เน่าเฟะ แต่ในขณะเดียวกัน สัญชาตญาณความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ก็ลุกโชนขึ้นมาในอก
"แล้วเราจะทำอย่างไรต่อคะหมอ? เรามีหลักฐานชิ้นนี้ในมือ แต่มันยังไม่พอที่จะออกหมายค้นมูลนิธิหรือแตะต้องตัวอาจารย์ใหญ่คนนั้นได้"
หมอธีร์หันหลังไปหยิบขวดสารเคมีรีเอเจนต์บนชั้นวาง ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความปลอดภัยกับความยุติธรรมที่รอคอยมานานนับทศวรรษ
"เราจะไม่รอหมายค้นครับ... เพราะคืนนี้ ผมจะพาคุณไปดู 'ห้องสมุด' ส่วนตัวของศาสตราจารย์ไกรสร ที่ซึ่งหลักฐานทั้งหมดถูกเก็บรักษาไว้โดยที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะมีใครกล้าเข้าไปเหยียบ"
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันทีด้วยความระทึก "เดี๋ยวนะคะ หมอหมายถึง... คลินิกใต้ดินของสถาบันวิจัยการแพทย์แห่งนั้นงั้นเหรอ? มันบ้าชัดๆ! ที่นั่นมีระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงสุด มีทั้งการ์ดและกล้องวงจรปิดวงจรปิดทุกตารางนิ้ว!"
"ความกลัวคือศัตรูตัวฉกาจที่สุดของนักนิติวิทยาศาสตร์ครับ ผู้กอง" หมอธีร์หันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นบ่อยนัก และมันทำให้รินรดารู้สึกได้ถึงพลังงานอันตรายบางอย่างที่กำลังขับเคลื่อนแพทย์หนุ่มผู้นี้ "อีกอย่าง... ผมไม่ได้บอกว่าเราจะเดินเข้าไปทางประตูหน้าเสียหน่อย"
บรรยากาศในห้องผ่าศพเย็นเยียบลงอีกระดับเมื่อเสียงกริ่งเตือนภัยฉุกเฉินจากระบบรักษาความปลอดภัยภายนอกอาคารดังขึ้นเบาๆ สัญญาณไฟสีแดงกะพริบสะท้อนบนผนังห้องสลับกับแสงไฟสีขาวนวล
รินรดารีบดึงปืนพกออกจากซองคาดเอวทันที สายตาคมกริบมองตรงไปยังประตูทางเข้าห้องผ่าศพที่ปิดสนิท "มีคนมา... หรือว่าพวกมันรู้ตัวแล้ว?"
หมอธีร์ยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะผ่าตัด มือข้างหนึ่งหยิบมีดผ่าตัดเล่มเล็กสแตนเลสขึ้นมาถือไว้ได้อย่างมั่นคง สายตาจ้องมองไปยังเงาทึบที่ทาบทับผ่านกระจกฝ้าของประตูกลมด้านนอก เงาร่างนั้นกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและไร้ซึ่งความเกรงกลัว
"ไม่ใช่พวกมันหครับ..." หมอธีร์กระซิบแผ่วเบา รลานสายตาหันไปมองหน้าต่างระบายอากาศด้านหลังห้องที่เปิดออกสู่อากาศยามวิกาล "แต่เป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญ... และเขาคนนั้นกำลังถือเอกสารชิ้นสำคัญที่สุด ที่จะมายืนยันว่ากระดูกชิ้นนี้... เคยเป็นของใคร"
ประตูห้องผ่าศพค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น ร่างของชายชราในชุดสูทสีเข้มผู้หนึ่งก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามา แสงไฟสะท้อนเข้ากับแว่นตาหนาเตอะ เผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปากของ "อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" ผู้ล่วงลับ... ที่ในเวลานี้ ยืนจ้องมองหน้าหมอธีร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความลับอันดำมืดและคำท้าทายที่ไร้เสียง!
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาเคียงข้างกันมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 45
ปริศนาในกระดูก
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!