เสียงเคาะกระจกสามครั้งยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าต้นเสียงที่อยู่อีกด้านของกระจกฝ้าในห้องชันสูตรจะเงียบลงแล้วก็ตาม
หมอธีร์ไม่ได้หันขวับไปมองทันที ชายหนุ่มยังคงก้มลงมองรอยตัดกระดูกซี่โครงชิ้นที่สี่ใต้กล้องจุลทรรศน์สเตอริโอ โฟกัสของเลนส์ขยายภาพรอยเลื่อยไฟฟ้าความเร็วสูงให้เห็นเกลียวโค้งอันเป็นเอกลักษณ์ของใบมีดคาร์ไบด์ ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศในห้องพยาธิวิทยาไม่ระคายผิวเขาเท่ากับบรรยากาศภายนอกที่กำลังบีบคั้นเข้ามา
เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่เดิมหยุดลงที่หน้าประตูเหล็กกล้า ระบบล็อกอัตโนมัติส่งเสียงคลิกเบาๆ ทว่าในความเงียบสงัดยามวิกาล มันกลับฟังดูคล้ายเสียงขึ้นลำกล้องปืน
"หมอ..." เสียงกระซิบผ่านวิทยุสื่อสารพกพาจาก ร.ต.อ. รินรดา ดังแทรกความเงียบขึ้นมาทันที "หมอยังอยู่ข้างในใช่ไหม ถอยออกมาจากตรงนั้น... พวกมันไม่ได้มาแค่คนเดียว"
หมอธีร์หยิบปากกาแสตนเลสขึ้นมาหมุนเล่นในมือช้าๆ สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาจดจ้องไปยังเงาทึบที่ทาบทับอยู่บนกระจกฝ้า เงาร่างนั้นสูงโปร่ง สวมเสื้อโค้ทกันหนาวตัวยาว และสวมหมวกปีกกว้าง—รูปเงาที่เขาคุ้นเคยดีจากแฟ้มคดีเก่าเมื่อสัปดาห์ก่อน เงาของคนที่พยายามส่งสารมาถึงเขาโดยตรง
"ผมยังอยู่ครับสารวัตร" หมอธีร์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก "และผมคิดว่า เราคงไม่ต้องออกไปตามหาฆาตกรที่ไหนอีกแล้ว ในเมื่อเขาอุตส่าห์ลงทุนมาเคาะประตูบ้านเราถึงที่นี่"
แอด...
บานประตูเหล็กถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นไอฝนผสมผสานกับกลิ่นฟอร์มาลีนลอยคละคลุ้ง ทว่าสิ่งที่เตะจมูกที่สุดคือกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมราคาแพง—กลิ่นซินนามอนผสมไม้กฤษณา กลิ่นเดียวกับที่เคยติดอยู่บนปกเสื้อของศาสตราจารย์ไกรสรในห้องประชุมสภาวิชาการเมื่อเดือนก่อน
ชายในชุดโค้ทยาวก้าวเข้ามาในห้องชันสูตรอย่างมั่นใจ รองเท้าหนังขัดมันกระทบกับพื้นกระเบื้องยางเกิดเสียงก้องกังวาน เขาถอดหมวกปีกกว้างออก เผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยและรอยยิ้มที่มุมปาก แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความรู้สึกผิดบาปแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความท้าทายของผู้ล่าที่กำลังมองเหยื่อในกรง
"ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้ หมอธีร์ยังขยันขันแข็งกับการผ่าซากมนุษย์ไร้ชื่ออยู่อีกหรือครับ" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้น เป็นน้ำเสียงที่สุภาพจนน่าขนลุก
หมอธีร์วางเครื่องมือแพทย์ลงบนถาดสเตอริโออย่างเป็นระเบียบ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาผู้มาเยือนโดยไม่หลบสายตา "การชันสูตรศพไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจหรอกครับศาสตราจารย์ สิ่งที่น่ารังเกียจจริงๆ คือการพยายามสร้างศพพวกนั้นขึ้นมาต่างหาก"
ศาสตราจารย์ไกรสรหัวנסเบาๆ ในลำคอ เดินสำรวจรอบโต๊ะผ่าศพราวกับตัวเองเป็นเจ้าของสถานที่ สายตาคมกวาดมองร่างไร้วิญญาณบนเตียง ก่อนจะหยุดลงที่รอยกรีดบริเวณหน้าอก
"น่าเสียดายนะครับ..." ไกรสรทอดถอนหายใจยาว "ศพรายนี้... รูปแบบการลงมือเปลี่ยนไปจากสามรายก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง คุณหมอสังเกตเห็นไหมครับ รอยกรีดไม่ได้เป็นเส้นตรงแนวขวางเหมือนเดิม แต่มันถูกออกแบบให้เป็นรูปสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์... อินפיินิตี้ ความเป็นอนันต์"
หมอธีร์ขยับตัวเล็กน้อย กล้ามเนื้อบริเวณสันกรามตึงเกร็ง "คุณเปลี่ยนรูปแบบการฆ่า... ไม่ใช่เพราะเบื่อวิธีเดิมๆ แต่เพราะคุณจงใจทิ้งรหัสลับ เพื่อทดสอบว่าผมจะแกะรอยความตั้งใจของคุณได้ทันก่อนที่เหยื่อรายต่อไปจะหมดลมหายใจใช่ไหมครับ"
"สมกับที่เป็นอัจฉริยะด้านนิติเวชประจำสถาบัน" ไกรสรยกมือขึ้นตบเบาๆ สามครั้ง เสียงปรบมือดังสะท้อนไปทั่วห้องผ่าตัด "แต่น่าเสียดาย... การที่คุณมัวแต่ก้มหน้าก้มตาจ้องมองรอยแผลใต้กล้องจุลทรรศน์ ทำให้คุณมองไม่เห็นภาพที่ใหญ่กว่า"
ไกรสรยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลแผ่นหนึ่งวางลงบนโต๊ะข้างศพ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนผิวซองสองครั้ง
"อะไรครับ" หมอธีร์ถามเสียงเย็น
"ประวัติการรักษาของคนไข้รายล่าสุด... ซึ่งบังเอิญเหลือเกินว่า เป็นเด็กฝึกงานในความดูแลของคุณหมอเอง" ไกรสรยิ้มเหี้ยมเกรียม "เธอเพิ่งก้าวออกจากตึกคณะแพทยศาสตร์ไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว และเส้นทางกลับหอพักของเธ... ก็ต้องผ่านตรอกมืดหลังตึกกายวิภาคพอดี"
หัวใจของหมอธีร์กระตุกวูบ ภาพของนักศึกษาแพทย์สาวปีสี่ผู้ช่วยฝึกงานที่เพิ่งช่วยเขาจัดเตรียมเครื่องมือเมื่อช่วงหัวค่ำผุดขึ้นมาในหัว ร.ต.อ. รินรดา ที่กำลังฟังการสนทนาผ่านวิทยุสื่อสารส่งเสียงอุทานด้วยความตกใจผ่านคลื่นความถี่
"หมอ! อย่าเชื่อมัน! นั่นมันแผนล่อซื้อ!" เสียงของรินรดาตื่นตระหนก "กำลังเสริมกำลังเคลื่อนพลไปที่ตรอกนั้นแล้ว!"
แต่ไกรสรกลับหัวเราะร่วน แววตาเต็มไปด้วยความสนุกสนานสะใจ "คุณตำรวจคงไปไม่ทันหรอกครับสารวัตร เพราะเวลาชีวิตของเธอนับถอยหลังตั้งแต่ตอนที่ผมก้าวเข้ามาเหยียบในห้องนี้แล้ว... เว้นเสียแต่ว่า คุณหมอธีร์จะยอมเซ็นชื่อในเอกสารยุติการตรวจสอบคดีเมื่อสามปีก่อน ที่ค้างอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณ"
หมอธีร์ก้มมองเอกสารในซองสีน้ำตาลสลับกับใบหน้าของอาจารย์แพทย์ผู้ทรงอิทธิพล ความทรงจำในคืนวันที่พ่อของเขาเสียชีวิตในห้องผ่าตัดอย่างปริศนาไหลย้อนกลับมา ความแค้นที่ถูกกดทับไว้ใต้กาลเวลาพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุด
นิ้วเรียวของหมอธีร์ยื่นออกไปแตะที่มุมซองเอกสารช้าๆ ลมหายใจผ่อนเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเพื่อควบคุมความสั่นเทาของร่างกาย
"ถ้าผมเซ็น..." หมอธีร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นที่ถูกเก็บงำ "เธอจะมีชีวิตรอดปลอดภัยกลับมาใช่ไหมครับ"
"ความตายและความเป็น... เป็นเรื่องของความน่าจะเป็นครับหมอธีร์" ไกรสรตอบด้วยรอยยิ้มเยືือกเย็น "แต่ถ้าคุณไม่เซ็น... ศพรายต่อไปบนเตียงนี้ จะไม่ใช่คนแปลกหน้าอีกต่อไป... แต่อาจจะเป็นคนที่คุณรักที่สุดในสถาบันแห่งนี้"
ปัง! เสียงถีบประตูดังสนั่นหวั่นไหว ร.ต.อ. รินรดาพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมปืนพกในมือที่เล็งตรงไปยังศีรษะของศาสตราจารย์ไกรสรทันที ทว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงัก คือหน้าจอแท็บเล็ตในมือของไกรสรที่สว่างวาบขึ้น พร้อมภาพวิดีโอไลฟ์สดจากกล้องวงจรปิดในตรอกมืด—ภาพของร่างเล็กๆ ของนักศึกษาแพทย์ฝึกงานที่กำลังถูกเงาดำสวมฮู้ดใช้สายเคเบิลรัดคอจากด้านหลัง โดยมีนาฬิกาดิจิทัลนับถอยหลังสีแดงฉานกระพริบอยู่มุมจอ... *เหลือเวลาอีกเพียง 30 วินาทีเท่านั้น!*
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาเคียงข้างกันมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 44
เหยื่อรายใหม่
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!