รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 42

รอยร้าวในทีม

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
เสียงขบกรามของสารวัตรปกรณ์ดังกรอดแข่งกับเสียงลมหายใจหอบกระชั้นในความมืด ก่อนที่แสงไฟฉุกเฉินสีส้มอมแดงจะสווดสว่างวาบขึ้นด้วยพลังงานสำรอง เผยให้เห็นรอยย่นบนหน้าผากของนายตำรวจใหญ่ที่ลึกราวกับร่องรอยของคมมีด "ไร้สาระน่า หมอธีร์! เรื่องกะโหลกขยับปากหรือไฟฟ้าดับบ้าบออะไรนั่น มันเป็นแค่ภาพหลอนจากความเหนื่อยล้าของคุณ หรือไม่ก็... แผนปั่นหัวของคนร้ายที่แอบเข้ามาเล่นตลกในระบบส่งกระแสไฟ! พวกเรากำลังเสียเวลากับเรื่องงมงาย ขณะที่ฆาตกรตัวจริงมันกำลังลอยนวลไปไกลครึ่งคันรถแล้ว!" น้ำเสียงของปกรณ์กระด้างและเต็มไปด้วยความหงุดหงิด เขากวาดสายตามองไปรอบห้องดับจิตที่เย็นเยียบ คราบความกังวลฉาบอยู่บนใบหน้าเข้มแต่ถูกกลบเกลื่อนด้วยอีโก้ของนายตำรวจผู้ไม่ยอมจำนนต่อสิ่งเหนือธรรมชาติ หมอธีร์ยืนนิ่งสงบอยู่หน้าโต๊ะผ่าศพ แสงสีส้มจากไฟสำรองอาบไล้กรอบแว่นโลหะของเขาให้ดูราวกับรูปปั้นโลหะที่ไร้ชีวิตชีวา นิ้วเรียวยาวในถุงมือยางยังคงคีบชิ้นเนื้อเยื่อจากกะโหลกศีรษะของเหยื่อรายล่าสุดไว้แน่น เขายังไม่ตอบทันที ปล่อยให้ความเงียบงันกัดกินบรรยากาศระหว่างเขากับนายตำรวจรุ่นพี่อยู่หลายวินาที "ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องผีสาง สารวัตรปกรณ์" หมอธีร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และหนักแน่นทุกพยางค์ "ผมกำลังพูดถึง 'กลไกทางกายวิภาค' ที่ถูกกระตุ้นด้วยพลังงานไฟฟ้าภายนอก... หรือไม่ก็แรงดันก๊าซในกะโหลกที่เกิดจากการเน่าสลายขั้นลึก แต่ปัญหาคือ ค่าทางเคมีพวกนั้นยังไม่ควรเกิดขึ้นในศพที่เพิ่งเสียชีวิตไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง" ร.ต.อ.รินรดาที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู ขยับตัวเข้ามาใกล้แสงไฟเพื่อตัดบทความตึงเครียด เธอส่งสายตาปรามไปยังปกรณ์ก่อนจะหันมามองแพทย์นิติเวชคู่หูด้วยแว่นตาที่ฉายความกังวล "หมอหมายความว่า... มีคนควบคุมระบบไฟตึกนี้จากภายนอก เพื่อใช้กระแสไฟฟ้าแรงดันต่ำกระตุ้นเส้นประสาทคู่ที่เจ็ดของศพอย่างนั้นเหรอคะ?" รินรดาถาม เสียงของเธอลดต่ำลงโดยอัตโนมัติ "ถูกต้องครับสารวัตริน... และนั่นแปลว่า มันไม่ได้มีแค่ฆาตกรที่ลอยนวลอยู่ข้างนอก แต่มันมี 'หนอนบ่อนไส้' ที่รู้โครงสร้างระบบความปลอดภัยของสถาบันนิติเวชแห่งนี้อย่างทะลุปรุโปร่ง" หมอธีร์ถอดถุงมือยางออกทีละข้างอย่างใจเย็น วางมันลงบนถาดสเตนเลส เสียงกระทบกันเบาๆ ดังก้องในความเงียบ "แต่สารวัตรปกรณ์กลับเลือกที่จะมองข้ามหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ชิ้นนี้ เพราะมันขัดกับรูปคดีที่ท่านอยากปิดให้เร็วที่สุด" ปกรณ์ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะผ่าศพ สีหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ดวงตาเบิกกว้าง "ระวังคำพูดของคุณหน่อยนะหมอ! ผมทำงานสืบสวนมาครึ่งชีวิต ผมรู้ว่าคดีไหนควรตามรอยกระสุน คดีไหนควรตามรอยมีด ไม่ใช่มานั่งงมงายกับศพขยับปากเหมือนนิยายปรัมปรา! ถ้าคุณยังมีเวลามาเพ้อเจ้อเรื่องพวกนี้ ผมเกรงว่าผมคงต้องทำเรื่องถอดถอนคุณจากการเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญในชั้นศาลของคดีนี้!" บรรยากาศในห้องดับจิตอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนผสมกับความตึงเครียดทางอารมณ์ทำให้สติของทุกคนตึงเปรี๊ยะราวกับสายธนูที่ถูกดึงจนสุดแรง หมอธีร์เงยหน้าขึ้นสบตากับนายตำรวจใหญ่โดยไม่หลบเลี่ยง แววตาหลังเลนส์แว่นของเขาว่างเปล่า แต่ลึก ลงไปกลับมีความเจ็บปวดจากอดีตสะท้อนออกมา—ภาพของพ่อผู้ล่วงลับที่เคยถูกอำนาจมืดบิดเบือนคดีในลักษณะเดียวกันนี้ซ้อนทับเข้ามาในห้วงความคิด "เชิญตามสบายครับสารวัตร... ถ้าการปิดคดีด้วยการแพะรับบาปมันทำให้ท่านนอนหลับได้สนิทขึ้น แต่จำคำพูดของผมเอาไว้ให้ดี ฆาตกรที่พวกท่านกำลังตามหา ไม่ได้มีแค่คนเดียว และศพที่ท่านเห็นอยู่นี้... คือ 'ลายมือ' เดียวกับคนที่ฆ่าพ่อผมเมื่อสิบหี่ปีก่อน" คำพูดนั้นทำให้ปกรณ์ชะงักไปชั่วขณะ รินรดารีบพุ่งเข้าไปแตะแขนหมอธีร์เพื่อดึงสติ ขณะที่ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดสนิทด้านนอกห้องผ่าศพ แปะ... แปะ... แปะ... ทั้งสามคนหันขวับไปมองที่ประตูพร้อมกัน ร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดพิเศษของ ศาสตราจารย์ไกรสร ก้าวพ้นเงาสลัวเข้ามาในแสงไฟสีส้ม ใบหน้าของอาจารย์แพทย์ผู้ทรงอิทธิพลประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ชวนให้สันหลังวาบหนาว "วิเคราะห์ได้เฉียบคมมาก... คุณนี่ไม่เคยทำให้ผมผิดหวังเลยจริงๆ หมอธีร์" ไกรสรเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยอำนาจกดดันมหาศาล "แต่ก็น่าเสียดายนะ ที่ความฉลาดของคุณ มักจะพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่... 'อันตรายเกินกว่าจะรักษาชีวิตไว้ได้'" ไกรสรโบกมือเล็กน้อย ทันใดนั้น ไฟฟ้าทั่วทั้งตึกก็กลับมาสว่างพรึบพร้อมกัน แต่มันไม่ได้สว่างเพื่อช่วยเหลือพวกเขากลับกลายเป็นสัญญาณเตือนภัยสีแดงที่หมุนวนรอบห้อง พร้อมกับเสียงล็อกประตูอัตโนมัติจากภายนอกที่ดัง *คลิก* สนั่นหวั่นไหว ปกรณ์หน้าถอดสีเมื่อหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วพบว่าไม่มีสัญญาณแม้แต่ขีดเดียว "นี่มัน... หมายความว่ายังไง ไกรสร?" ศาสตราจารย์เฒ่ายิ้มเหยียด กวาดตามองทั้งสามคนด้วยแว่นตาที่สะท้อนแสงไฟเตือนภัยสีแดงฉาน "หมายความว่า... คดีนี้ถูกปิดอย่างเป็นทางการแล้วครับ และพวกคุณ... กำลังจะได้เป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ชิ้นเอกชิ้นต่อไปของผม" ... ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมไขปริศนาไปด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%