รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 41

พยานปากตาย

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
"อย่าลืมสิธีร์ ว่าเราก็คือคนคนเดียวกัน" เสียงนั้นยังคงดังก้องอยู่ในมโนภาพ แม้กระจกเงาตรงหน้าจะสะท้อนเพียงใบหน้าซูบตอบของผมที่เปื้อนคราบเลือดจากการผ่าตัดเมื่อคืน แต่ผมกลับรู้สึกถึงเงาร่างที่ซ้อนทับ ผมสลัดความฟุ้งซ่านทิ้ง มือสวมถุงมือยางกระชับแน่น กลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ในห้องดับจิตช่วยดึงสติให้กลับมาอยู่กับงานตรงหน้า "หมอธีร์ครับ เครื่องสแกน 3D พร้อมแล้ว" เสียงของสารวัตรหญิงรินรดาทำลายความเงียบ เธอไม่ได้เดินเข้ามาใกล้จนเกินไปเหมือนทุกครั้ง ทว่าเว้นระยะห่างราวกับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างในตัวผม ผมพยักหน้าเงียบๆ ก่อนจะหันไปมองกะโหลกศีรษะของเหยื่อที่ถูกพบในพงหญ้าเมื่อสามวันก่อน มันเป็นเศษเสี้ยวที่เหลืออยู่เพียงอย่างเดียวที่พอจะบ่งบอกตัวตนของคนตายได้ ผมหยิบดินเหนียวสังเคราะห์ขึ้นมา แตะวางลงบนตำแหน่งสำคัญของโหนกแก้มและแนวขากรรไกร นี่คือศาสตร์แห่งการสร้างใบหน้าขึ้นใหม่จากซากกระดูก (Forensic Facial Reconstruction) "เรากำลังสร้างตัวตนให้คนตาย เพื่อถามหาความยุติธรรมใช่ไหมคะ?" รินรดาถามพลางมองผ่านเลนส์กล้อง "เรากำลังคืน 'ชื่อ' ให้คนที่ถูกพรากไปครับ สารวัตร" ผมตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ถ้าเขามีชื่อ เราก็จะรู้ว่าใครเป็นคนดับลมหายใจเขา" นิ้วมือผมขยับไปตามตำแหน่งกล้ามเนื้อจำลอง การขึ้นรูปใบหน้าบนกะโหลกต้องอาศัยความแม่นยำระดับมิลลิเมตร หากวางผิดองศาไปเพียงนิด บุคลิกภาพของคนคนนั้นก็จะเปลี่ยนไปทันที ผมจดจ่ออยู่กับเบ้าตาที่ลึกโหลและกระดูกจมูกที่หักงอ นี่ไม่ใช่แค่การปั้นดิน แต่มันคือการแกะรอยอดีต ผมเห็นแววตาของศพที่ไร้เนื้อมังสาจ้องมองกลับมา ราวกับเขากำลังพยายามจะบอกอะไรบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวกว่าการฆาตกรรม "หมอคะ... ทำไมถึงขมวดคิ้วแบบนั้น" รินรดาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด แววตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวล "ตั้งแต่เมื่อคืน หมอดูเหมือนคนที่กำลังแบกอะไรไว้หนักอึ้ง" ผมชะงักมือที่กำลังลงรายละเอียดตรงมุมปาก "ไม่มีอะไรครับ แค่พักผ่อนไม่เพียงพอ" ผมโกหก เธอรู้ และผมก็รู้ว่าเธอรู้ แต่ในสถานการณ์ที่ศาสตราจารย์ไกรสรกำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้เงามืดของโรงพยาบาลแห่งนี้ ความจริงบางอย่างอาจเป็นอันตรายเกินกว่าจะแบ่งปันได้ ผมหันกลับไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ โปรแกรมจำลองใบหน้าเริ่มประมวลผลข้อมูลทางเรขาคณิตจนปรากฏภาพโครงหน้าสามมิติขึ้นมาอย่างชัดเจน ภาพที่ปรากฏบนจอทำให้รินรดาถึงกับสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ "นี่มัน... เด็กคนนี้" เธอกดแป้นพิมพ์รัวเร็วเพื่อเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลบุคคลสูญหาย "นี่คือลูกชายของพยานปากเอกในคดีค้าอวัยวะที่หายตัวไปเมื่อห้าปีก่อน หมอธีร์! คนคนนี้คือคนเดียวกัน!" ความตื่นเต้นของเธอสวนทางกับความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลังของผม ใบหน้าในจอจำลองไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไหน แต่มันคือ 'หลักฐาน' ที่ชี้ชัดว่าเหยื่อไม่ได้ถูกฆ่าโดยบังเอิญ แต่ถูกกำจัดเพื่อปิดปากไม่ให้ความจริงเรื่องห้องทดลองใต้ดินของไกรสรเปิดเผยออกมา "หมอธีร์ดูนั่น..." รินรดากดซูมเข้าไปที่ส่วนของกระดูกกะโหลกส่วนฐาน "มีรอยเจาะขนาดเล็ก... รอยเจาะที่ไม่ได้เกิดจากสัตว์แทะ แต่มันเกิดจากสว่านไฟฟ้าผ่าตัดชนิดพิเศษ" "มันคือรอยประทับของอาจารย์ไกรสร" ผมพึมพำ น้ำเสียงของผมเริ่มสั่นพร่าโดยไม่ตั้งใจ ทว่าในขณะที่พวกเรากำลังจดจ่ออยู่กับหลักฐานสำคัญ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องผ่าศพ บานประตูเหล็กถูกผลักเข้ามาอย่างช้าๆ ศาสตราจารย์ไกรสรยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ในมือของเขาถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาล แววตาหลังกรอบแว่นสีเงินของเขามีรอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นและคาดเดาไม่ได้ "งานประณีตดีนี่ ธีร์..." เขาเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ "การตามหาคนตายผ่านโครงกระดูกเป็นงานที่ฉันเคยสอนเธอด้วยตัวเองไม่ใช่หรือ?" รินรดารีบขยับตัวไปขวางหน้าผมไว้ แต่ไกรสรกลับไม่สะทกสะท้าน เขาเดินตรงเข้ามาในห้องราวกับเป็นเจ้าของสถานที่ "แต่ก็นะ... บางครั้งการพยายามหาคำตอบจากคนตาย ก็อาจจะนำไปสู่จุดจบที่เหมือนกัน" เขาวางแฟ้มลงบนโต๊ะข้างๆ ร่างไร้วิญญาณที่ผมเพิ่งประกอบใบหน้าเสร็จ มือที่สวมถุงมือหนังสีดำของเขาแตะเบาๆ ลงบนกะโหลกศีรษะที่ถูกสร้างขึ้นใหม่นั้น ก่อนจะหันมามองผมด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความนัย "คนคนนี้มีเรื่องอยากเล่าให้เธอฟังเยอะเลยนะธีร์ แต่เสียดายที่ปากของเขาถูกเย็บติดไปเสียแล้ว... เหมือนกับที่เธอเองก็กำลังจะไม่มีโอกาสได้พูดอะไรอีกต่อไป หากยังขุดคุ้ยในเรื่องที่ไม่ควรขุด" ไกรสรหันหลังเตรียมจะเดินออกไป แต่แล้วเขาก็หยุดฝีเท้าลง แล้วก้มตัวลงมาที่หูของผม กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ผมจดจำได้แม่นยำว่าเป็นเสียงเดียวกับที่ผมได้ยินในกระจกเมื่อคืน... "อย่าลืมสิธีร์ ว่าเราก็คือคนคนเดียวกัน... และเธอก็รู้ดีว่าคืนนั้นที่ห้องใต้ดิน เธอก็เป็นคนถือมีดผ่าตัดเล่มนั้นด้วยมือของเธอเอง" หัวใจของผมเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อไกรสรเดินจากไป รินรดาก็หันมามองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามที่ผมไม่อาจหาคำตอบมาให้เธอได้ในตอนนี้ "หมอธีร์... เขาพูดเรื่องอะไรกันคะ? คืนนั้นที่ห้องใต้ดิน... หมอไปทำอะไรที่นั่น?" ผมก้มลงมองมือตัวเองที่เริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ภาพความทรงจำบางอย่างที่ไม่เคยมีอยู่จริงเริ่มไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวเหมือนกระแสน้ำป่า ผมเป็นใครกันแน่? นักสืบที่ตามหาความจริง หรือฆาตกรที่หลอกตัวเองว่าไร้เดียงสา? ในตอนนั้นเอง แสงไฟในห้องดับจิตก็กระพริบถี่ๆ ก่อนจะดับมืดลงจนเหลือเพียงความมืดสนิท และเสียงหัวเราะเบาๆ ที่แว่วมาจากมุมมืดของห้องข้างๆ กะโหลกศีรษะของเหยื่อที่ควรจะนิ่งสนิท กลับค่อยๆ ขยับปาก... ราวกับจะพูดอะไรบางอย่างออกมาจริงๆ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมไขปมปริศนาไปกับผม ดร.นิติเวช นะครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%