“ผมไม่ได้ต้องการฟังคำแก้ตัวเรื่องขั้นตอนการสืบสวนที่ล่าช้า หมอธีร์... ผมต้องการ ‘ผลลัพธ์’ ที่จะหยุดกระแสข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับพรุ่งนี้ ให้มันจบลงด้วยการระบุว่าผู้ต้องหาเสียชีวิตจากการขัดขืนการจับกุม เข้าใจที่ผมพูดไหมครับ?”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยอำนาจของท่านรัฐมนตรีฯ ก้องอยู่ในห้องทำงานแคบๆ ของผู้อำนวยการสถาบันฯ กลิ่นฟอร์มาลีนจางๆ ที่ติดตัวผมมาจากการผ่าศพเมื่อครู่ ดูเหมือนจะจางหายไปทันทีเมื่อเผชิญกับแรงกดดันทางการเมืองที่หนักหน่วงพอจะบดขยี้ความถูกต้องให้เป็นผุยผง
ผมยืนนิ่ง มือทั้งสองข้างประสานกันไว้ด้านหน้าอย่างสุภาพ ดวงตาคู่เดิมที่ผ่านการส่องกล้องจุลทรรศน์มานับหมื่นชั่วโมง จ้องมองไปยังชายวัยกลางคนตรงหน้าอย่างไม่กะพริบตา ความเงียบทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังชั้นดี ในขณะที่ใจของผมกำลังคำนวณน้ำหนักของหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เทียบกับน้ำหนักของอำนาจที่กำลังกดทับลงมา
“ท่านรัฐมนตรีครับ...” ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่หนักแน่น “ศพพูดได้เพียงความจริงทางวิทยาศาสตร์เท่านั้นครับ ผมไม่สามารถบิดเบือนรอยแผลที่เกิดจากคมมีดผ่าตัดระดับมืออาชีพ ให้กลายเป็นการต่อสู้ขัดขืนของอาชญากรข้างถนนได้ หากท่านต้องการคำตอบแบบนั้น ผมคงต้องเรียนเชิญท่านมาลงชื่อในรายงานฉบับนั้นด้วยตัวเอง”
“คุณ!” ท่านรัฐมนตรีตบโต๊ะเบาๆ ความโกรธเคืองฉายชัดในแววตา “อย่าลืมว่าตำแหน่งงานที่คุณทำอยู่ ใครเป็นคนเซ็นอนุมัติงบประมาณ!”
ผมเพียงแค่ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างกายของผมเย็นเฉียบ ไม่ใช่เพราะเครื่องปรับอากาศ แต่เพราะความจริงที่ว่า ศาสตราจารย์ไกรสรไม่ได้เป็นเพียงแค่ ‘ผู้ทรงอิทธิพล’ ในแวดวงการแพทย์เท่านั้น แต่เขากำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบอบที่คอยควบคุมความยุติธรรมในประเทศนี้
ผมเดินตรงไปยังห้องเก็บศพที่รินรดาเฝ้ารออยู่ เธอพิงกำแพงรออยู่แล้ว เสื้อแจ็คเก็ตหนังของเธอเปื้อนคราบดินเล็กน้อย สายตาคมกริบของเธอมองเห็นความผิดปกติบนใบหน้าผมทันที
“โดนกดดันมาอีกใช่ไหมคะ... เอ้ย ขออภัยครับ ผมหมายถึง โดนกดดันมาใช่ไหม?” เธอรีบแก้คำพูดเมื่อเห็นผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“คุณไม่ต้องกังวลเรื่องสรรพนามหรอกครับรินรดา” ผมแค่นหัวเราะ “สถานการณ์ตอนนี้เลวร้ายกว่าที่ผมคิดไว้มาก ท่านรัฐมนตรีต้องการให้คดีนี้จบลงภายใน 24 ชั่วโมง โดยการสรุปว่าผู้ต้องหาคือคนลงมือทั้งหมดและตายเพราะวิสามัญ... สรุปง่ายๆ คือต้องการหา ‘แพะ’ และเผาหลักฐานทั้งหมดทิ้ง”
รินรดากัดฟันแน่นจนเห็นกล้ามเนื้อกรามขยับ “พวกนั้นไม่กลัวเวรกรรมบ้างเลยหรือไงคะ... ครับ! พวกนั้นไม่กลัวเวรกรรมบ้างหรือไง! หมอคะ ผลจากลายนิ้วมือบนมีดผ่าตัดที่หมอส่งให้หนูตรวจเมื่อเช้า มันตรงกับศาตราจารย์ไกรสร... แต่ทางกองพิสูจน์หลักฐานกลางส่งคำสั่งมาด่วนที่สุดว่า ห้ามนำลายนิ้วมือนี้เข้าสู่สำนวนเด็ดขาด”
“นั่นคือหลักฐานที่ยืนยันว่าเราไม่ได้สู้กับคนทั่วไป” ผมมองไปยังเตียงผ่าศพที่ว่างเปล่าในมุมมืด “พวกมันมีเครือข่ายวางอยู่ทุกหน่วยงาน รินรดา... ถ้าเราก้าวพลาดเพียงก้าวเดียว ไม่ใช่แค่คดีที่จะปิดไม่ได้ แต่ชีวิตของเราทั้งคู่จะกลายเป็นจิ๊กซอว์ตัวต่อไปบนโต๊ะผ่าตัดของไกรสร”
“งั้นเราต้องทำอะไรสักอย่างที่พวกมันคาดไม่ถึง” รินรดาเดินเข้ามาใกล้ “ถ้ากฎหมายที่พวกมันถืออยู่ในมือมันเบี้ยว เราก็ต้องใช้ความจริงที่พวกมันปฏิเสธไม่ได้มาฟาดหน้ามันค่ะ”
ผมมองไปที่เลนส์กล้องที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน นึกถึงรอยกรีดที่แม่นยำบนศพรายล่าสุด... รอยกรีดที่ไม่ใช่เพื่อการฆ่าเพื่อปิดปาก แต่เป็นการกรีดเพื่อ ‘ชิง’ บางอย่างออกไป
“คืนนี้... เราจะเข้าไปในห้องแล็บส่วนตัวของไกรสร” ผมตัดสินใจในวินาทีนั้น “นั่นคือจุดที่ความลับทุกอย่างถูกเก็บไว้ ผมจะทิ้งร่องรอยไว้ให้พวกมันหาไม่เจอ แต่ต้องเป็นร่องรอยที่ทำลายชื่อเสียงของไกรสรลงอย่างถาวร”
ขณะที่ผมกำลังจะหยิบเสื้อกาวน์เพื่อเตรียมตัว เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องเก็บศพ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังจังหวะสม่ำเสมอ เป็นจังหวะที่ผมจำได้แม่นยำ... จังหวะการเดินที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของผู้ที่ถืออำนาจอยู่ในมือ
ประตูห้องเก็บศพค่อยๆ เลื่อนเปิดออกช้าๆ ศาสตราจารย์ไกรสรเดินเข้ามาพร้อมกับชายชุดดำสองคนในมาดที่นิ่งสงบผิดปกติ ในมือของเขามีแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเล่มหนึ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
“หมอธีร์ครับ ผมคิดว่าเราน่าจะมีเรื่องต้องคุยกันแบบส่วนตัว” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเหมือนสมัยที่ยังสอนผมในมหาวิทยาลัย “เกี่ยวกับประวัติของ ‘คุณพ่อ’ ของคุณ... และความจริงที่ว่า คดีของท่านเมื่อยี่สิบปีก่อน จริงๆ แล้วใครกันแน่ที่เป็นคนลงมือปิดแฟ้มคดีนั้น”
หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะทันที นี่ไม่ใช่แค่การกดดันคดีปัจจุบัน แต่เขากำลังขุดเอาบาดแผลที่เน่าเฟะที่สุดในชีวิตของผมขึ้นมาเป็นตัวประกัน
รินรดาขยับตัวจะชักปืน แต่ชายชุดดำสองคนนั้นก็ขยับตัวเร็วกว่า พวกเขาจ่อปากกระบอกปืนนิ่งๆ มาทางเราทั้งคู่ ไกรสรยิ้มบางๆ ก่อนจะวางแฟ้มเล่มนั้นลงบนเตียงสเตนเลสเย็นเยียบ มันเป็นแฟ้มที่มีตราประทับ ‘ลับที่สุด’ ของกรมตำรวจ
“เปิดอ่านดูสิครับธีร์... แล้วคุณจะรู้ว่า คนที่คุณเทิดทูนว่าคือวีรบุรุษ แท้จริงแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับศพที่คุณกำลังผ่าอยู่ทุกวันนี้หรอกครับ”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันของคดีนี้ร่วมกับผมนะครับ ดร.นิติเวชครับ
รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 37
การเมืองกับฆาตกรรม
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!