ลำแสงสีขาวนวลจากไฟฉายแรงสูงของรินรดากระทบเข้ากับใบหน้าของร่างนั้นอย่างจัง เงา 3 มิติที่ทอดตัวยาวบนผนังปูนเปลือยของห้องใต้ดินตึกคณะแพทยศาสตร์ฉายชัดถึงความผิดปกติ รอยเย็บแผลผ่าตัดด้วยไหมไนลอนสีดำสนิทลากยาวตั้งแต่กกหูขวาอ้อมผ่านใต้คางขึ้นมาถึงโหนกแก้มซ้าย ปมไหมถูกผูกไว้อย่างประณีตด้วยมือของศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่เคยเป็นประกายแห่งความอบอุ่นในความทรงจำวัยเด็กของธีร์ บัดนี้กลับขุ่นมัวและสะท้อนเพียงแสงสีขาวสะท้อนจากหลอดไฟ LED โดยไม่มีการกระพริบ ไร้ซึ่งร่องรอยของจิตวิญญาณ
"พ่อ..."
เสียงของธีร์หลุดลอดออกมาจากลำคอแห้งผาก ราวกับมีก้อนกรวดมาติดอยู่ เขาไม่ได้ขยับถอยหลัง แม้ว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดจะกรีดร้องเตือนภัยระดับวิกฤต ร่างของชายผู้ให้กำเนิด—หรือสิ่งที่สวมรอยเป็นเขา—ยืนนิ่งสนิทในชุดเสื้อกาวน์สีขาวเปื้อนคราบเลือดเก่ากรัง มือขวายังคงถือท่อเหล็กสเตนเลสสตีลตันขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งนิ้ว ปลายท่อมีคราบเลือดสีน้ำตาลเข้มติดอยู่ ซึ่งมันคืออาวุธเดียวกับที่เพิ่งแตะท้ายทอยของเขาเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน
"หมอธีร์ ถอยออกมา!" รินรดาแผดเสียงลั่นพร้อมกับกระชากปืนพก Sig Sauer P320 ออกจากซองพกข้างเอวอย่างรวดเร็ว ปลายกระบอกปืนเล็งตรงไปที่กลางหน้าอกของร่างตรงหน้าทันที นิ้วชี้แตะอยู่บนโครงปืนพร้อมลั่นไก "ฉันสั่งให้คุณถอย!"
"อย่า..." ธีร์ยกมือซ้ายขึ้นห้ามโดยไม่ละสายตาจากร่างนั้น น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบจนน่ากลัว แต่หัวใจข้างในกลับเต้นระส่ำด้วยความสับสน "ถ้าคุณยิง... เราจะเสียหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดไป"
"หลักฐานบ้าอะไร! มันกำลังจะฆ่าคุณ!" รินรดาตะคอกกลับ ดวงตากวาดมองรอบทิศทางด้วยความระแวง เธอย่อมรู้ดีว่าตึกนี้ควรจะร้าง และไม่มีใครควรอยู่ที่นี่ในยามวิกาล ยิ่งไปกว่านั้น ร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้ามีลักษณะทางกายภาพที่ผิดธรรมชาติ—กล้ามเนื้อเกร็งค้าง ไร้การเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของมนุษย์ที่มีลมหายใจ
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ชายผู้มีใบหน้าเย็บแผลก็ขยับ ร่างกายของเขาบิดเกร็งจนเกิดเสียง "กรอบ" ดังสนั่นจากข้อต่อราวกับหุ่นยนต์ที่เฟืองกำลังขัดข้อง ก่อนที่เขาจะพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป ท่อเหล็กในมือเหวี่ยงเข้าใส่ศีรษะของรินรดาอย่างไม่ลังเล!
"ระวัง!"
ธีร์พุ่งเข้าชาร์จร่างของรินรดาให้ล้มกลิ้งหลบไปด้านข้าง เสียงท่อเหล็กฟาดผ่านอากาศก่อให้เกิดเสียงหวิวแหลมคม ก่อนจะกระแทกเข้ากับเสาคอนกรีตอย่างจังจนเศษปูนกระจาย รินรดาไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เธอใช้ข้อศอกยันพื้นแล้วตวัดขาเตะตัดข้อพับของร่างนั้นทันที แรงกระแทกทำให้ร่างที่สวมเสื้อกาวน์เสียหลักทรุดลงคุกเข่า แต่ไม่มีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดแม้แต่น้อย มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นที่ดังมาจากกล่องเสียงที่ถูกดัดแปลง
"ริน! กดตัวเขาไว้ อย่าให้ขยับ!"
ธีร์คว้ากระเป๋าเครื่องมือแพทย์สนามที่พกติดตัวมาด้วย เปิดฝาออกแล้วหยอดเข็มฉีดยาบรรจุสารละลายโพแทสเซียมคลอไรด์ผสมยาสลบแรง 4 เท่าลงในกระบอกฉีดยาอย่างแม่นยำด้วยมือเดียว รินรดากระโดดขึ้นคร่อมหลังร่างนั้น ล็อคแขนทั้งสองข้างไขว้หลังด้วยทักษะการต่อสู้มือเปล่าของตำรวจปราบปราม แม้แรงของร่างนั้นจะมหาศาลจนเธอเกือบเอาไม่อยู่ แต่สุดท้ายธีร์ก็พุ่งเข้ามาใช้เข็มแทงทะลุเนื้อผ้าเสื้อกาวน์ตรงหัวไหล่ขวาแล้วกดก้านสูบจนสุด
ผ่านไปสามวินาที... ร่างที่ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งก็สงบลง ศีรษะพับลู่ลงไปกับพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ
ห้องผ่าตัดชั่วคราวในแผนกนิติเวชชั้นใต้ดินสว่างไสวด้วยแสงไฟนีออนสีขาวโพลน กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและฟอร์มาลินคละคลุ้งจนแสบจมูก บนเตียงสแตนเลสสตีล ร่างของชายผู้มีใบหน้าเย็บแผลถูกปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกเพื่อเตรียมรับการผ่าชันสูตรอย่างละเอียด รินรดายืนกอดอกพิงผนังห้อง สภาพเสื้อผ้ามีรอยเปื้อนฝุ่นและคราบเลือดแห้งกรัง ขณะที่ธีร์สวมถุงมือยางสเตียไรด์เรียบร้อยแล้ว เขายืนถือมีดผ่าตัด (Scalpel) จ้องมองรอยแผลเป็นบนใบหน้านั้นด้วยสายตานิ่งสนิท
"คุณคิดว่าเขาคือพ่อของคุณจริงๆ หรือหมอ?" รินรดาทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนร่วมงานที่ดูราวกับแบกรับโลกทั้งใบไว้
"โครงสร้างกระดูกกะโหลกศีรษะ รอยหยักของฟันกรามซี่ที่สาม และรอยแผลเป็นจากอุบัติเหตุรถยนต์เมื่อสิบปีก่อน... ทุกอย่างตรงกัน" ธีร์ตอบเสียงเรียบ ใบหน้าไร้ความรู้สึก แต่ปลายนิ้วที่ถือมีดผ่าตัดกลับสั่นเทาเล็กน้อยในระดับมิลลิเมตร ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ทรยศความเยือกเย็นของเขา "แต่สารชีวเคมีในเลือดที่ฉันเพิ่งเจาะเก็บตัวอย่างไปเมื่อครู่ กำลังจะบอกความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น"
ธีร์หันไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ผลการวิเคราะห์จากเครื่อง Spectrometer และ Gas Chromatograph ปรากฏกราฟเส้นหยักขึ้นบนจอ LED สีฟ้า
"ผลตรวจ Toxicology Panel ออกมาแล้ว" ธีร์เดินไปกดแป้นพิมพ์เพื่อขยายผลวิเคราะห์โครงสร้างโมเลกุล "ในกระแสเลือดของร่างนี้ ไม่มีสารเสพติดทั่วไป ไม่มีแอลกอฮอล์ แต่สิ่งที่พบคือสารเปปไทด์สังเคราะห์ที่ถูกดัดแปลงพันธุวิศวกรรม... พวกเขาเรียกมันว่า *'Neura-Synth X'* "
รินรดาขมวดคิ้วเดินเข้ามาใกล้หน้าจอ "มันคืออะไร? ยาโด๊ปนักกีฬา?"
"ยิ่งกว่านั้นริน" ธีร์เลื่อนเมาส์ไปที่ภาพจำลอง 3 มิติของโมเลกุลสารดังกล่าว "มันคือสารกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางที่ถูกออกแบบมาเพื่อ 'เขียนทับ' ความทรงจำและควบคุมระบบกล้ามเนื้อโดยตรง มันบายพาสสัญญาณจากสมองส่วนหน้า ทำให้ร่างนี้ไม่รู้สึกเจ็บปวด ไม่มีความกลัว และทำตามคำสั่งเดียว... คำสั่งจากผู้ที่ถือรหัสควบคุม"
ธีร์หยุดพูดไปชั่วขณะ เขาก้มลงมองแผลผ่าตัดบริเวณหลังใบหูของศพ ก่อนจะใช้ปลายมีดกรีดเปิดผิวหนังชั้นหนังแท้บริเวณนั้นอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ทำลายเนื้อเยื่อรอบข้าง ปลายมีดกระทบเข้ากับวัตถุแข็งบางอย่างใต้ชั้นไขมัน
*กริ๊ก...*
เขาใช้คีมปลายแหลมคีบวัตถุชิ้นนั้นออกมา มันคือไมโครชิปขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร ฝังอยู่ลึกติดกับเส้นประสาทสมองคู่ที่ 8 ด้านหลังมีสัญลักษณ์รูปงูพันคบเพลิง ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์เดียวกันกับที่พบในแฟ้มลับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสามปีก่อน—คดีที่ศาสตราจารย์ไกรสรเคยปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างสิ้นเชิง
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "หมายความว่า... พ่อของคุณเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน แต่ศพของเขาถูกขุดขึ้นมา หรือถูกเก็บรักษาไว้เพื่อดัดแปลงให้กลายเป็น 'เครื่องมือ' ของใครบางคน?"
"ไม่ใช่แค่พ่อฉันคนเดียว" เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกดังขึ้นจากความมืดตรงประตูทางเข้าห้องชันสูตร
ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองพร้อมกัน ร.ต.อ.รินรดาชักปืนขึ้นเล็งแทบจะไม่ทัน ส่วนธีร์ยืนนิ่งค้างเมื่อเห็นเงาร่างของชายชราในชุดสูทเนี๊ยบก้าวพ้นความมืดเข้ามา แสงไฟสะท้อนบนเลนส์แว่นตากลมโตของ **ศาสตราจารย์ไกรสร** อาจารย์แพทย์ผู้ทรงอิทธิพล รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของเขาดูอบอุ่นและน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน
"สวัสดีครับคุณหมอ... และผู้หมวด" ไกรสรยกมือขึ้นเล็กน้อยเชิงยอมจำนน แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความสนุกสนาน "ยินดีต้อนรับสู่... โครงการคืนชีพอมตะ ที่ผมใช้เวลาทั้งชีวิตทุ่มเทวิจัยร่วมกับคนไข้ผู้โชคร้ายเหล่านี้"
สายตาของไกรสรเหลือบมองไปที่ร่างบนเตียงผ่าตัด ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาตรงๆ กับธีร์ "คุณอยากรู้ไหมล่ะธีร์ ว่าถ้าเราผ่าสมองของเขาตอนนี้... คุณจะยังหาความทรงจำเกี่ยวกับคุณหลงเหลืออยู่สักเสี้ยวเปอร์เซ็นต์ไหม?"
--------------------------------------------------------------------------------
*ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนาดำมืดนี้ไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - ดร.นิติเวช*
รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 5
ร่องรอยในเลือด
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!