"อย่ากะพริบตาเด็ดขาด รินรดา"
เสียงของหมอธีร์แหบพร่าราวกับถูกบีบออกมาจากก้อนเนื้อในลำคอ สายตาของเขาตรึงอยู่กับจอภาพมอนิเตอร์ที่แสดงผลจากกล้องวงจรปิดในห้องเก็บศพที่ควรจะว่างเปล่า แต่สิ่งที่ปรากฏบนจอไม่ใช่ความว่างเปล่า มันคือร่างของชายที่ควรจะกลายเป็นเถ้าถ่านไปเมื่อห้าปีก่อน ชายผู้เป็นพ่อของเขา
"นั่นไม่ใช่เขา... ธีร์ นายกำลังสับสน" รินรดากระชากเสียง แต่มือของเธอที่วางอยู่บนด้ามปืนกลับสั่นเทา เธอรู้ดีว่าคนข้างกายเธอไม่ได้กำลังละเมอ ความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากห้องดับจิตผ่านเครื่องปรับอากาศที่ทำงานหนักเกินกำลังทำให้ขนอ่อนลุกชัน
ธีร์ไม่ตอบ เขาคว้ากล้องถ่ายรูปคู่ใจพุ่งตัวออกไปทางประตูห้องทำงานทันที โดยไม่สนคำทัดทาน ความกระหายใคร่รู้ที่ถูกบ่มเพาะมานับทศวรรษเกี่ยวกับคดีของพ่อกำลังปะทะกับตรรกะทางการแพทย์ที่เขาใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจมาตลอดชีวิต
ภายในห้องดับจิต กลิ่นฟอร์มาลีนเข้มข้นจนแสบจมูก แสงไฟฟลูออเรสเซนต์กะพริบถี่เป็นจังหวะเหมือนสัญญาณชีพที่กำลังแผ่วลง ธีร์หยุดยืนหน้าเตียงสแตนเลสหมายเลข 4 ศพชายไร้ญาติที่ถูกส่งมาเมื่อเย็นยังคงนอนนิ่งอยู่บนนั้น ทว่าบรรยากาศกลับผิดเพี้ยนไป
เขาสวมถุงมือยาง กระชับแน่นจนเกิดเสียงดัง 'เปรี้ย' เขาไม่ได้สนใจศพชายคนนี้เท่ากับสิ่งที่เขาเพิ่งเห็นผ่านเลนส์กล้องเมื่อครู่ แต่เมื่อเขาโน้มตัวลงไปตรวจตราบาดแผลบริเวณต้นคอของศพตามสัญชาตญาณนิติเวช นิ้วมือของเขากลับสะดุดเข้ากับรอยเย็บที่แปลกประหลาด
"นี่มันไม่ใช่รอยเย็บจากเครื่องมือแพทย์มาตรฐาน" ธีร์พึมพำ ดวงตาหรี่ลงภายใต้กรอบแว่น เขาหยิบโคมไฟส่องตรวจส่องไปที่ผิวหนังบริเวณนั้น
ภายใต้แสงสีขาวนวล รอยกรีดนั้นไม่ได้เรียบเนียน แต่มันมีลักษณะเป็นเกลียวซ้อนกันอย่างประณีตราวกับงานศิลปะ เขาใช้ปากคีบเขี่ยเนื้อเยื่อออกเบาๆ และนั่นเอง... หัวใจของเขาก็แทบหยุดเต้น
"รอยสัก..." รินรดาที่เดินตามเข้ามาเงียบๆ อุทานขึ้น
สัญลักษณ์รูปกงจักรที่ถูกดัดแปลงให้มีรูปร่างคล้ายกะโหลกคนในขนาดมิลลิเมตร ฝังลึกอยู่ใต้ผิวหนังชั้นหนังแท้ ไม่ใช่รอยสักภายนอก แต่มันถูก 'ยัด' เข้าไปก่อนที่แผลจะสมานตัว ธีร์กวาดสายตามองศพอื่นๆ บนเตียงข้างๆ อย่างรวดเร็ว เขาเลิกผ้าคลุมศพหมายเลข 5 และ 6 ออกโดยไม่ลังเล และผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่เขาคาดคิด
สัญลักษณ์เดียวกัน ปรากฏอยู่บนตำแหน่งที่ต่างกัน... ต้นคอ, หลังใบหู, และซอกแขน
"นี่มันไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรมรายบุคคลแล้ว ธีร์" รินรดากัดฟันแน่น "นี่มันเป็นสัญลักษณ์ของลัทธิหรือกลุ่มคนบางอย่างที่มีรสนิยมวิปริตในศพ"
"ไม่ใช่ลัทธิ" ธีร์โต้กลับ เสียงของเขาเย็นเยียบจนน่ากลัว "นี่คือ 'ลายเซ็น' ของผู้เชี่ยวชาญ... ใครบางคนที่ต้องการประกาศว่าพวกเขาสามารถควบคุมแม้กระทั่งสภาพของร่างกายมนุษย์ได้ตามใจชอบ เหมือนการซ่อมนาฬิกา"
เขาก้มลงดูศพหมายเลข 4 อีกครั้ง คราวนี้เขาใช้มีดผ่าตัดกรีดลงไปตามรอยแผลเดิมอย่างใจเย็น ความชำนาญทำให้เขาสามารถแยกเนื้อเยื่อโดยไม่ทำลายหลักฐานภายใน และสิ่งที่เขาพบในช่องว่างระหว่างกล้ามเนื้อคอก็ทำให้เขาต้องหยุดหายใจ
ชิปขนาดจิ๋ว... ที่ถูกหุ้มด้วยวัสดุชีวภาพสีดำสนิท
"ศาสตราจารย์ไกรสร..." ธีร์พึมพังชื่อนี้ออกมาด้วยความแค้นที่สุมอยู่ในอก "เขากำลังเปลี่ยนร่างกายมนุษย์ให้กลายเป็นฐานข้อมูลเคลื่อนที่"
ทันใดนั้น ไฟในห้องดับจิตทั้งห้องก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมจนมองไม่เห็นแม้แต่มือของตัวเอง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าดังสะท้อนมาจากมุมมืดของห้อง เสียงนั้นลากผ่านพื้นกระเบื้องเย็นเยียบมาหยุดลงที่ด้านหลังของธีร์อย่างเงียบเชียบ
"การค้นพบที่น่ายกย่องนะ... คุณหมอธีร์" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นชิดใบหู "แต่เสียดายที่คนช่างสังเกตมักจะมีอายุขัยสั้นกว่าที่ควรจะเป็นเสมอ"
ธีร์สัมผัสได้ถึงความเย็นของเหล็กกล้าที่แตะอยู่บนท้ายทอยของเขา ในวินาทีที่เขากำลังจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้า แสงไฟฉายจากรินรดาก็สาดส่องไปที่ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า... มันไม่ใช่ศาสตราจารย์ไกรสร แต่มันคือพ่อของเขา... ที่กลับมาในสภาพที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเย็บและดวงตาที่ว่างเปล่าราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมมาเพื่อสังหาร!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในห้องดับจิตอันมืดมิดนี้ครับ... แล้วพบกันตอนหน้า
ดร.นิติเวช
รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 4
บันทึกในห้องดับจิต
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!