“รินรดา คุณช่วยขยับไปทางซ้ายอีกนิดได้ไหมครับ แสงจากโคมไฟห้องแล็บมันตกกระทบกระจกสไลด์พอดี ผมมองไม่เห็นสิ่งที่ควรจะเห็น”
เสียงของหมอธีร์ราบเรียบ หากทว่าแฝงไปด้วยความเย็นเยียบที่ทำให้บรรยากาศในห้องชันสูตรดูหนักอึ้งขึ้นถนัดตา
ร.ต.อ. รินรดาขมวดคิ้ว เธอขยับกายหลบแสงตามคำสั่ง มือหนึ่งยังคงกำซองพลาสติกกันความชื้นที่บรรจุเศษเนื้อเยื่อชิ้นสุดท้ายจากคดีฆาตกรรมต่อเนื่องไว้แน่น สายตาของตำรวจสาวจับจ้องไปยังกล้องจุลทรรศน์เลนส์คู่ที่หมอธีร์กำลังเพ่งมองอยู่ เธอเห็นเพียงปลายนิ้วของชายหนุ่มที่สั่นไหวเล็กน้อยอย่างผิดปกติ
“หมอ... ผลมันมีปัญหาใช่ไหมคะ?” รินรดาถามพลางโน้มตัวลงไปใกล้ “ร่องรอยที่หมอเคยบอกว่ามันคือ 'ลายเซ็น' ของฆาตกร มันมีอะไรผิดแปลกไปหรือเปล่า”
หมอธีร์ไม่ได้ตอบทันที เขายังคงปรับโฟกัสละเอียดด้วยความชำนาญ ก่อนจะถอนหายใจยาวจนไหล่ลู่ลง “รินรดา ลองดูนี่ครับ”
เขาเลื่อนกล้องให้รินรดาดูสิ่งที่ปรากฏอยู่ใต้เลนส์ แทนที่จะเป็นเนื้อเยื่อที่มีการทำลายของเซลล์ตามระยะเวลาการเสียชีวิต แต่มันกลับเป็นเซลล์ที่ ‘สดใหม่’ เกินกว่าจะเป็นศพที่เสียชีวิตมาแล้วเกินสี่สิบแปดชั่วโมง อีกทั้งโครงสร้างโมเลกุลของโปรตีนที่เกาะอยู่รอบๆ ยังมีร่องรอยของสารเคมีบางชนิดที่ใช้ในห้องแล็บระดับสูงเท่านั้น
“สารละลายฟอร์มาลีนผสมโพลีเมอร์สังเคราะห์...” หมอธีร์พึมพำ น้ำเสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความโกรธที่เก็บซ่อนไว้ “ชิ้นเนื้อนี้ไม่ใช่ชิ้นเดียวกับที่ผมเก็บได้จากที่เกิดเหตุเมื่อวาน มันถูกสลับ... มันถูกสลับตั้งแต่อยู่ในขั้นตอนการส่งมอบหลักฐาน”
รินรดาหน้าซีดเผือด “เป็นไปไม่ได้! ฉันถือกล่องนี้มากับมือตั้งแต่ที่เกิดเหตุ ไม่เคยมีใครเข้าใกล้ นอกจาก...”
“นอกจากตอนที่คุณเผลอวางมันไว้บนโต๊ะทำงานในห้องประชุมศาลากลางตอนไปรับเอกสารจากศาสตราจารย์ไกรสร” หมอธีร์สรุปประโยคให้จบ ใบหน้าคมคายเงยขึ้นสบตาเธอ แววตาที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้ฉายแววความแค้นที่ลุกโชนเหมือนถ่านไฟ
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินตรงไปยังตู้เก็บสารเคมี พลางหยิบขวดโหลขนาดเล็กออกมาเขย่าเบาๆ “ไกรสรต้องการเล่นเกมนี้กับผมสินะ เขาไม่ได้แค่ฆ่าคน แต่เขากำลังใช้หลักฐานนิติเวชเป็นเครื่องมือในการล้างมลทินให้ตัวเอง โดยการเปลี่ยนหลักฐานให้กลายเป็นขยะไร้ค่าในสายตากระบวนการยุติธรรม”
“เราต้องแจ้งความดำเนินคดีเรื่องหลักฐานปลอม!” รินรดาคว้าวิทยุสื่อสาร แต่หมอธีร์กลับยื่นมือไปกดปิดมันด้วยความรวดเร็ว
“คุณจะแจ้งใครครับ? ในเมื่อคนที่มีอำนาจเซ็นอนุมัติการตรวจสอบชิ้นเนื้อชิ้นนี้ คือคนเดียวกับที่สั่งให้เราเก็บหลักฐานนี้มาตั้งแต่ต้น ถ้าเราเอะอะไปตอนนี้ ไกรสรจะทำลายหลักฐานต้นฉบับทิ้งเสีย และเราจะไม่มีวันสาวถึงตัวเขาได้อีกเลย”
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานดังหึ่งๆ ราวกับจะตอกย้ำความล้มเหลวที่กำลังเผชิญ
หมอธีร์เดินไปที่ตู้แช่ศพเบอร์ 04 ซึ่งเป็นศพเหยื่อรายล่าสุด เขาสวมถุงมือยางอีกครั้ง สายตาของเขาเริ่มสแกนไปรอบๆ ร่างกายของเหยื่ออย่างไร้ความปรานี หากหลักฐานในหลอดทดลองถูกปลอมแปลง แล้วสิ่งที่อยู่บนร่างของเหยื่อล่ะ?
นิ้วเรียวยาวของหมอธีร์สัมผัสลงบนผิวหนังบริเวณหลังใบหูของเหยื่อ เขาขูดผิวชั้นกำพร้าเบาๆ แล้วนำไปส่องกล้องอีกครั้ง ทันใดนั้น เขาก็ชะงัก สายตาที่เคยเย็นชาเบิกกว้างขึ้น
“รินรดา... ดูนี่ครับ”
รินรดาเดินเข้ามาใกล้ “นี่มันอะไร? ทำไมผิวหนังส่วนนี้ถึงมีสีแปลกๆ”
“นี่ไม่ใช่ผิวหนังของเหยื่อครับ แต่มันคือแผ่นซิลิโคนสังเคราะห์ที่ถูกฉีดเคลือบไว้เพื่อปิดบังรอยกรีดที่แท้จริง ไกรสรฉลาดมาก เขาไม่ได้สลับแค่หลักฐานในหลอดทดลอง แต่เขาสลับรายละเอียดบนร่างเหยื่อทั้งหมด เพื่อให้ผมสรุปรายงานการชันสูตรผิดพลาดไปในทิศทางที่เขากำหนด”
หมอธีร์กัดฟันแน่น ความทรงจำเรื่องพ่อที่เสียชีวิตในคดีที่ถูกสรุปว่า ‘อุบัติเหตุ’ ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง รูปแบบการทำลายหลักฐานแบบนี้... มันเป็นเทคนิคเดียวกันกับที่เขาเคยเห็นในแฟ้มคดีของพ่อเมื่อสิบปีก่อน
“แสดงว่าไกรสรทำแบบนี้มานานแล้ว...” เสียงของหมอธีร์แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความกดดัน “ทุกคดีที่ผมเคยผ่านตามา ทุกศพที่ผมเคยชันสูตร... ถ้าทุกอย่างเป็นของปลอม ผมก็คือฆาตกรที่ช่วยฟอกขาวให้เขาด้วยมือตัวเอง”
ขณะที่ทั้งสองกำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความสิ้นหวัง ประตูห้องชันสูตรก็ถูกเคาะเบาๆ สามครั้ง ก่อนที่จะเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต
ร่างสูงวัยในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาของศาสตราจารย์ไกรสรปรากฏขึ้นตรงหน้า เขายิ้มละไม มือถือแฟ้มเอกสารบางอย่างไว้ในมือ “หมอธีร์ครับ ผมเห็นว่าการตรวจสอบหลักฐานชิ้นล่าสุดล่าช้ากว่ากำหนด เลยกะว่าจะแวะมาดูเสียหน่อยว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า... หรือว่าคุณกำลังพบ ‘ความผิดปกติ’ อะไรที่น่าสนใจในห้องนี้กันแน่ครับ?”
หมอธีร์ค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ พลางหยิบมีดผ่าตัดเล่มเล็กขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะถาดสแตนเลส เสียงเหล็กกระทบกันดังกังวานในความเงียบ
“อาจารย์ครับ...” หมอธีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท “ผมกำลังสงสัยว่า... หากคนเราตายไปแล้ว แต่ศพยังสามารถพูดได้ ความจริงที่เขาพูดออกมา จะมีใครสักคนในห้องนี้ยินดีที่จะรับฟังบ้างไหมครับ?”
ไกรสรหุบยิ้มลง แววตาที่เคยดูใจดีกลับกลายเป็นคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกอย่างที่ขวางหน้า “ในห้องนี้ไม่มีใครตายหรอกครับหมอธีร์... นอกจากคนที่ ‘พยายาม’ จะขุดคุ้ยในสิ่งที่เขาไม่ควรจะเห็น”
เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะผ่าตัดอีกหนึ่งก้าว ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูหมอธีร์ “และน่าเสียดายเหลือเกินที่ในรายงานชันสูตรฉบับพรุ่งนี้... ชื่อของหมอจะเป็นคนสุดท้ายที่ลงลายเซ็นรับรองว่า ทุกอย่างในคดีนี้ ‘ปกติ’ ทุกประการ”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 17 นี้ด้วยกันนะครับ ดร.นิติเวชยังรออ่านทุกความคิดเห็นจากทุกท่านเสมอครับ
รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 17
กับดักนิติวิทยาศาสตร์
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!