รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 18

ความล้มเหลวของกฎหมาย

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
“ถ้าคุณจะปล่อยเขาไปตอนนี้ ก็เท่ากับคุณกำลังเอาปืนจ่อหัวเหยื่อรายต่อไปด้วยมือของพวกคุณเอง” เสียงของหมอธีร์เรียบเฉย ทว่าหนักแน่นดุจก้อนหินที่ถูกทิ้งลงในบ่อน้ำนิ่งสนิท ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองเอกสารคำสั่งปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คของสารวัตรใหญ่ด้วยแววตาที่เย็นเยียบ ร.ต.อ. รินรดา กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ เธอไม่ได้โต้ตอบทันที แต่หันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงภาพถ่ายจากที่เกิดเหตุซ้ำไปซ้ำมา ร่องรอยการกรีดที่ข้อมือเหยื่อสี่รายมีลักษณะเฉพาะที่หาไม่ได้จากฆาตกรทั่วไป แต่นิติวิทยาศาสตร์ที่หมอธีร์เพียรทำกลับถูกตีตกเพียงเพราะความผิดพลาดเล็กน้อยในขั้นตอนการเก็บรักษาหลักฐานที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานกลาง “หมอธีร์ครับ... ผมเข้าใจความรู้สึกคุณ แต่นี่คือระบบ” พลตำรวจตรีธนาถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับเอกสารไปข้างหน้า “ทนายของไกรสรเล่นงานเรื่อง ‘Chain of Custody’ หลักฐานชุดนี้ขาดช่วงไปสามสิบนาทีระหว่างขนย้ายจากรถกู้ภัยไปที่ห้องชันสูตร ศาลไม่รับฟังสิ่งที่ไม่มีความต่อเนื่อง และนั่นหมายถึง... เขาต้องได้รับการปล่อยตัวภายในเที่ยงวันนี้” รินรดาตบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนแก้วกาแฟสั่นไหว “ขาดช่วงเพราะมีคนจงใจสกัดกั้นรถกู้ภัย! สารวัตรก็รู้ว่าใครเป็นคนทำ ทำไมเราถึงยอมแพ้ให้กับอำนาจมืดเพียงเพราะช่องโหว่ทางเทคนิคเล็กน้อยครับ?” “กฎหมายไม่ได้ตัดสินบนพื้นฐานของความเชื่อ แต่มันตัดสินบนพื้นฐานของหลักฐานที่ไม่อาจโต้แย้งได้” หมอธีร์เอ่ยขึ้นเบาๆ มือของเขาหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ ขณะสมองประมวลผลถึงบาดแผลที่เขาเคยผ่าพิสูจน์ “ถ้ากฎหมายไม่คุ้มครองคนบริสุทธิ์ เพราะความผิดพลาดเชิงธุรการ นั่นก็ไม่ใช่ความล้มเหลวของหลักฐาน แต่มันคือความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรมที่ถูกแทรกแซง” บรรยากาศในห้องประชุมเคร่งเครียดจนแทบหายใจไม่ออก หมอธีร์เดินออกจากห้องโดยไม่รอฟังคำอธิบายใดๆ อีก ก้าวเท้าของเขามั่นคงแต่แฝงไว้ด้วยแรงอาฆาตที่ถูกกดทับไว้ภายใต้มาดสุภาพบุรุษ เขาตรงไปยังห้องควบคุมพิเศษที่มีรั้วกั้นระหว่างเขากับ 'ศาสตราจารย์ไกรสร' ผู้ถูกควบคุมตัวอยู่ ในห้องสอบสวน ไกรสรนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายใจ เขาไม่ได้ดูเหมือนนักโทษ แต่ดูเหมือนอาจารย์ผู้ทรงเกียรติที่กำลังรอเวลาเลิกคลาส ใบหน้ามีรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากเมื่อเห็นหมอธีร์ก้าวเข้ามา “หมอธีร์... ดีใจที่เห็นเธอมาเยี่ยม” ไกรสรเอ่ยขึ้นก่อนที่หมอธีร์จะทันได้พูด “ความยุติธรรมบางทีก็เหมือนมีดผ่าตัดที่ทื่อเกินไปนะ ถ้าเธอใช้มันอย่างไม่ถูกวิธี มันก็แค่ทำลายสิ่งที่เธอต้องการจะรักษาไว้” หมอธีร์วางแฟ้มผลชันสูตรลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวแข็งดังก้องไปทั่วห้อง “อาจารย์คิดว่าอาจารย์ชนะ เพราะกฎหมายปล่อยให้อาจารย์เดินออกไปได้ แต่ศพที่อยู่บนเตียงผ่าของผม พวกเขาไม่เคยหลอกใครครับ พวกเขาบอกเล่าความจริงที่อาจารย์พยายามจะกรีดทำลายมันทิ้ง” “ศพพูดไม่ได้หรอกหมอ” ไกรสรหัวเราะเบาๆ “มีแต่คนเป็นเท่านั้นที่ตีความสิ่งที่คนตายไม่ได้สื่อสาร เพื่อสนองความแค้นส่วนตัวของตัวเอง เธอจำได้ไหม... พ่อของเธอตอนที่เขาตาย เขาก็หวังพึ่งพากฎหมายแบบนี้แหละ ผลลัพธ์สุดท้ายเป็นอย่างไร? เขาตายฟรี และเขาก็กลายเป็นแค่ตัวเลขในรายงานคดีปิดไม่ลง” หมอธีร์ชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของเขาบีบรัดด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ แต่นัยน์ตาของเขากลับยิ่งนิ่งสงบกว่าเดิม เข้มข้นเหมือนน้ำลึกที่ไม่มีวันหยั่งถึง “คดีของพ่อผมสอนให้รู้ว่า อย่าไว้ใจกระบวนการที่ถูกซื้อได้” หมอธีร์โน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูไกรสร “อาจารย์ทำพลาดอย่างหนึ่ง... อาจารย์คิดว่าผมจะใช้กฎหมายจัดการอาจารย์เพียงอย่างเดียว แต่ที่จริงแล้ว... ผมแค่อยากดูว่าอาจารย์จะแสดงสันดานดิบออกมามากแค่ไหนก่อนที่อาจารย์จะสิ้นฤทธิ์” รินรดาเฝ้ามองเหตุการณ์ผ่านกระจกเงาเดียวด้วยความวิตก เธอเห็นหมอธีร์กดรีโมทคอนโทรลบางอย่างที่ข้อมือ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามอง ไกรสรขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อพบว่าประตูห้องสอบสวนถูกล็อกตายจากด้านนอก และไฟในห้องเริ่มกะพริบถี่ๆ หมอธีร์เดินออกมาที่โถงทางเดิน รินรดารีบปรี่เข้าไปหา “หมอ! เมื่อกี้คุณทำอะไร? ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเขาในนั้น พวกเราจะซวยกันหมดนะ!” “เขาจะไม่เป็นอะไรหรอกครับรินรดา” หมอธีร์ถอดถุงมือยางออกช้าๆ อย่างบรรจง “ผมแค่เปิดระบบ ‘การผ่าชันสูตรในความเป็นจริง’ ให้เขาได้ฟัง... ผมบันทึกเสียงและวิดีโอวงจรปิดทุกช่วงเวลาที่เขาเคยโอ้อวดกับผมเรื่องวิธีการกรีดร่างเหยื่อในคืนที่เขาคิดว่าไม่มีใครรู้” “แต่หลักฐานนั้นมันไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย...” “ถูกต้องครับ” หมอธีร์หันมาสบตาเธอ แววตาของเขาไม่ได้มีความหวังในกฎหมายอีกต่อไป มีเพียงความมุ่งมั่นของนักล่า “กฎหมายในระบบนี้อาจช่วยเขาไม่ได้ แต่ถ้าข้อมูลพวกนี้หลุดไปถึงมือญาติของเหยื่อที่กำลังสิ้นหวัง... กระบวนการยุติธรรมของจริงก็จะเริ่มต้นขึ้นนอกห้องพิจารณาคดี” ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวพ้นประตูสถานีตำรวจ เสียงประกาศเตือนภัยกัมปนาทก็ดังลั่นไปทั่วบริเวณ พร้อมกับภาพในจอทีวีโถงทางเดินที่ตัดเข้าสู่ช่องสัญญาณข่าวท้องถิ่น ภาพสดจากคฤหาสน์ของไกรสรเผยให้เห็นกลุ่มชายชุดดำจำนวนมากกำลังขนย้ายลังเหล็กขนาดใหญ่ขึ้นรถบรรทุก และหนึ่งในนั้น... คือร่างที่คุ้นตาของพยานปากเอกที่หมอธีร์เพิ่งให้การคุ้มครองไว้ในเซฟเฮาส์ ซึ่งบัดนี้กำลังนั่งรถไปกับไกรสรด้วยท่าทีที่หวาดกลัวแต่จำยอม รินรดาหน้าซีดเผือด “นั่นมันพยานของเรา... เขาถูกจับตัวไปตอนไหน!” หมอธีร์กำหมัดแน่นเมื่อเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของตนเด้งข้อความภาพถ่ายใบหนึ่งขึ้นมา เป็นภาพพ่อของเขาในอดีตนอนจมกองเลือด โดยมีลายเซ็นที่คุ้นเคยกำกับไว้ท้ายภาพว่า *‘ความยุติธรรมที่ล้มเหลว ก็คือจุดเริ่มต้นของนรกที่ผมสร้างไว้ให้เธอ’* ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับบทที่ 18 นี้ ขอบพระคุณจากใจจริงที่ยังคงเกาะติดสถานการณ์และเอาใจช่วยหมอธีร์ไปพร้อมกันนะครับ ดร.นิติเวชยังรออ่านทุกข้อความและความคิดเห็นของทุกท่านเสมอครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%