“วางปากกาของหมอลง แล้วส่งบัตรประจำตัวพนักงานมาให้ผมครับ หมอธีร์”
เสียงของผู้อำนวยการโรงพยาบาลนิติเวชดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารคดีค้างคา แผ่นฟิล์มเอ็กซ์เรย์และภาพถ่ายรอยแผลจากศพรายล่าสุดยังคงวางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊ค หมอธีร์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองทันที เขายังคงใช้แว่นขยายส่องดูชิ้นเนื้อเยื่อในสไลด์แก้วอย่างใจเย็น ราวกับว่าคำสั่งพักงานที่เพิ่งได้รับเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านหน้าต่าง
“ผมกำลังตรวจเนื้อเยื่อชิ้นสุดท้ายจากคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในเขตพื้นที่ตะวันตกครับ ท่านผู้อำนวยการ” หมอธีร์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของความตื่นตระหนกหรือโกรธเคือง “หากผมหยุดตอนนี้ กระบวนการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมอาจคลาดเคลื่อนไปอีกยี่สิบสี่ชั่วโมง ซึ่งนั่นหมายถึงฆาตกรจะมีเวลาทำลายหลักฐานเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งวัน”
“อย่าดื้อรั้นไปหน่อยเลยธีร์!” ผู้อำนวยการตบโต๊ะเบาๆ แต่หนักแน่น “ข้อหาทำลายวัตถุพยานในศพหมายเลข 402 ไม่ใช่เรื่องเล็ก คณะกรรมการสอบสวนมีหลักฐานเป็นวิดีโอวงจรปิดที่เห็นชัดว่าหมอเป็นคนนำกระเป๋าเอกสารออกจากห้องเก็บศพหลังเวลาทำการ ทั้งที่หมอไม่มีสิทธิ์เข้าถึงห้องนั้นในเวลานั้น”
หมอธีร์วางกล้องจุลทรรศน์ลงช้าๆ เขาถอดถุงมือยางออกทีละนิ้วอย่างพิถีพิถันก่อนจะหันมาสบตาชายวัยกลางคนตรงหน้า สายตาที่เยือกเย็นของเขามีพลังบางอย่างที่ทำให้ผู้อำนวยการต้องเบือนหน้าหนี
“กระเป๋าใบนั้นไม่มีหลักฐานคดีครับ แต่มันคือรายงานการผ่าชันสูตรลับของพ่อผมที่ผมเก็บรักษาไว้ในเซฟนิรภัยของห้องชันสูตร ซึ่งมีการแอบอ้างสิทธิ์การเข้าถึงโดยใช้คีย์การ์ดของผม ทั้งที่ผมไม่ได้เป็นคนแตะต้องมันมาตลอดสัปดาห์” หมอธีร์เว้นจังหวะ “ท่านก็ทราบดีว่าใครที่ถือสิทธิ์การเข้าถึงมาสเตอร์คีย์ของอาคารนี้ได้บ้าง นอกจากคณะกรรมการบริหารระดับสูง”
“ผมไม่สนใจเรื่องปมส่วนตัวของหมอ!” ผู้อำนวยการกัดฟันกรอด “ตอนนี้หมอถูกระงับใบอนุญาตปฏิบัติงานนิติเวชโดยไม่มีกำหนด และห้ามเข้าใกล้ห้องชันสูตรเด็ดขาด จนกว่าการสอบสวนวินัยจะเสร็จสิ้น”
หมอธีร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาคว้าบัตรประจำตัวสีฟ้าหม่นที่คล้องคออยู่วางลงบนโต๊ะด้วยความนิ่งสงบ เขารู้ดีว่านี่คือเกมที่ถูกวางหมากไว้อย่างแยบยล การใส่ร้ายว่าเขาทำลายศพคือการตัดมือตัดเท้า ไม่ให้เขาสัมผัสความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังของเหยื่อได้อีกต่อไป
เขาก้าวออกมาจากอาคารนิติเวชโดยไม่หันกลับไปมอง สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาเป็นสายบางๆ ร่างโปร่งของ ร.ต.อ. รินรดา ยืนรออยู่ข้างรถตำรวจสายตรวจที่มุมมืดของลานจอดรถ เธอกระโดดลงจากรถทันทีที่เห็นเขา ท่าทางของเธอร้อนรนจนหมอธีร์ต้องยกมือขึ้นปราม
“หมอ! หนูได้ยินข่าวแล้ว เรื่องจริงใช่ไหม? ใครเป็นคนปล่อยคลิปนั้นออกมา!” รินรดารัวคำถาม สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความแค้นใจ “หนูเช็คต้นทางไฟล์วิดีโอแล้ว มันถูกตัดต่อด้วยเทคนิคขั้นสูง มีการแก้ค่า Timestamp ให้ดูเหมือนหมออยู่ในห้องนั้นจริงๆ ทั้งที่ตอนนั้นเราสองคนกำลังดื่มกาแฟอยู่ที่ร้านฝั่งตรงข้ามแท้ๆ”
“ศาสตราจารย์ไกรสรไม่ได้แค่ต้องการไล่ผมออกครับริน” หมอธีร์เปิดประตูรถแล้วก้าวเข้าไปนั่งอย่างเหนื่อยอ่อน “เขาต้องการสร้างช่องว่างในชั้นศาล ถ้าผมไม่มีสถานะเป็นเจ้าพนักงาน ความเห็นของผมในฐานะผู้เชี่ยวชาญจะไม่มีน้ำหนักในกระบวนการยุติธรรมอีกต่อไป เขาจะทำให้ผมกลายเป็นคนบ้าที่พยายามปกป้องปมในอดีตของตัวเอง”
“แล้วเราจะยอมแพ้แค่นี้เหรอคะ?” รินรดาหันมาถามพลางกำพวงมาลัยแน่น “ถ้าหมอไม่ผ่าศพ แล้วใครจะช่วยเหยื่อเหล่านั้นพูดล่ะ?”
หมอธีร์มองออกไปนอกกระจกหน้าต่างที่พร่ามัวด้วยหยดน้ำ ในมือของเขามีแผ่นบันทึกข้อมูลขนาดเล็กที่เขาแอบดึงออกมาจากสไลด์แก้วเมื่อครู่ มันคือชิ้นส่วน DNA ที่ไม่ปรากฏในฐานข้อมูลโรงพยาบาล แต่เป็นรหัสพันธุกรรมที่เชื่อมโยงกับกลุ่มทดลองในโครงการลับของศาสตราจารย์ไกรสรที่เขาเคยสงสัยมานาน
“คนตายพูดไม่ได้ แต่พวกเขาจะทิ้งรอยไว้เสมอครับริน” หมอธีร์กล่าวพลางหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมา “เราไม่ได้มีแค่ทางเลือกเดียว พรุ่งนี้พาผมไปที่สุสานเอกชนแห่งหนึ่ง... ที่นั่นมีศพหนึ่งคนที่ถูกประกาศว่าสูญหาย แต่บันทึกในแฟ้มลับของพ่อผมระบุว่ามันถูกฝังอยู่ใต้ดินไม่ลึกเกินกว่าจะขุดขึ้นมาตรวจสอบได้”
“หมอหมายถึงศพของพยานคนสุดท้ายก่อนที่พ่อหมอจะตายงั้นเหรอ?” รินรดาเบิกตากว้าง
“ใช่ครับ และถ้าผมทายไม่ผิด ภายในศพนั้นจะมีกุญแจสำคัญที่ทำลายอำนาจของไกรสรให้ย่อยยับ แต่เราต้องระวังให้ดี เพราะในขณะที่ผมถูกพักงาน คนของไกรสรย่อมจับจ้องเราอยู่ทุกฝีก้าว”
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังขับรถออกจากลานจอดรถด้วยความมืดมน หมอธีร์สังเกตเห็นรถสีดำคันหนึ่งจอดสนิทอยู่ที่มุมมืดของอาคาร ไฟหน้าของมันวับขึ้นมาราวกับดวงตาของนักล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อ โทรศัพท์ของหมอธีร์สั่นขึ้นมาอย่างรุนแรงบนหน้าตัก เป็นข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง
ข้อความนั้นสั้นและกระชับ...
*'อย่าขุดในสิ่งที่ฝังลึก เพราะสิ่งที่อยู่ในนั้นอาจไม่ใช่แค่ศพคนตาย แต่เป็นหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะทำให้หมอหายไปจากโลกนี้เหมือนพ่อของหมอ'*
หมอธีร์ชะงัก สายตาที่เคยเยือกเย็นสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเห็นรูปภาพแนบที่ส่งมาพร้อมข้อความ มันเป็นภาพถ่ายของเขาและรินรดาที่เพิ่งถูกถ่ายเมื่อสักครู่นี้เองจากมุมสูงบนดาดฟ้าตึกโรงพยาบาล
ดร.นิติเวชขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับความมืดมิดที่เริ่มโอบล้อมหมอธีร์ในตอนนี้นะครับ
รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 19
หมอธีร์ถูกพักงาน
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!