รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 13

ห้องแล็บลับใต้ดิน

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
“อย่าแตะต้องเข็มกลัดนั่น รินรดา!” เสียงของผมแหบพร่าและสั่นสะท้าน มือที่สวมถุงมือยางของผมสั่นเทาเล็กน้อยในจังหวะที่พยายามประคองร่างไร้วิญญาณของเด็กหนุ่มขึ้นมา มันไม่ใช่แค่ศพ แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างความตายของพ่อผม กับเครือข่ายมืดที่กำลังกัดกินเมืองนี้อยู่ รินรดาชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบหลักฐาน ดวงตาคมกล้าของเธอฉายแววสับสนก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว “หมอธีร์... เข็มกลัดนั่นมันเป็นของพ่อคุณจริงเหรอ? คุณแน่ใจนะ?” “รอยสลักรูปเข็มทิศหักมุมที่ฐาน... ฝีมือช่างตีเหล็กคนเดียวกับที่ทำให้พ่อผม” ผมตอบพลางใช้คีมคีบพลาสติกเก็บเข็มกลัดนั้นใส่ถุงหลักฐานอย่างบรรจง “มันไม่ได้อยู่ตรงนี้เพราะความบังเอิญ มันอยู่ตรงนี้เพื่อบอกว่า พ่อผมไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุอย่างที่บันทึกในสำนวนคดีเขียนไว้ แต่มันถูกวางแผนมาตั้งแต่สิบปีที่แล้ว” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องเก็บศพชั่วคราว กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ทำให้บรรยากาศดูหนักอึ้ง รินรดาเดินไปที่มุมห้อง เธอกางแผนที่ดิจิทัลจากแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมา แสงสีฟ้าจากหน้าจอสะท้อนใบหน้าที่เคร่งเครียดของเธอ “ฉันตามสัญญาณชีพจรจากชิปที่ติดอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเด็กคนนี้มา... มันไม่ได้มาจากที่พัก หรือโรงเรียน แต่มันส่งสัญญาณสุดท้ายมาจากพิกัดใต้เขตอุตสาหกรรมเก่า ฝั่งตะวันออกของเมือง” เธอเคาะหน้าจอเบาๆ ก่อนจะหันมาสบตาผม “หมอ... ข้อมูลจากการเจาะระบบหน่วยงานสาธารณสุขช่วงสามชั่วโมงที่ผ่านมา ฉันพบรายการสั่งซื้อสารเคมีระงับประสาทปริมาณมหาศาล ทั้งหมดถูกส่งไปที่จุดเดียวกัน นั่นคือโรงงานแปรรูปอาหารที่เลิกกิจการไปแล้ว” ผมเก็บเครื่องมือลงในกระเป๋าโลหะอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ไปกันเถอะ รินรดา เราไม่ได้มีเวลามากพอที่จะรอหมายค้นอย่างเป็นทางการหรอกนะ” ... หนึ่งชั่วโมงต่อมา รถเอสยูวีคันสีเข้มจอดสนิทอยู่หลังแนวพุ่มไม้รกชัฏ ห่างจากโรงงานร้างเพียงไม่กี่ร้อยเมตร อากาศยามค่ำคืนเย็นเยือก แต่ในใจของผมกลับร้อนรุ่มด้วยความโกรธแค้นที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งเฉย เราลัดเลาะผ่านช่องระบายอากาศที่ถูกงัดจนเบี้ยว รินรดานำหน้าด้วยท่าทีทะมัดทะแมง เธอใช้สัญญาณมือเป็นระยะ ก่อนจะหยุดกึกที่หน้าประตูกลเหล็กหนาที่ถูกพรางด้วยลังไม้เก่าๆ “ตรงนี้แหละ” เธอกระซิบ เสียงเบาราวกับลมพัด “เซ็นเซอร์ความร้อนตรวจพบการทำงานของเครื่องปั่นเหวี่ยงความเร็วสูงใต้ดิน” ผมหยิบเครื่องสแกนสารเคมีขนาดพกพาออกมา กลิ่นของสารอะซิโตนและสารประกอบอัลคาลอยด์ที่เข้มข้นจนแสบจมูกลอยออกมาจากช่องใต้ประตู มันคือกลิ่นของห้องแล็บผลิตยาเสพติดสังเคราะห์ประเภทออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ซึ่งเป็นสารตั้งต้นเดียวกับที่ผมพบในรอยแผลที่คอของเหยื่อรายก่อนๆ รินรดางัดประตูกลด้วยความชำนาญ พริบตาที่มันเปิดออก กลิ่นเหม็นเน่าปนกลิ่นเคมีรุนแรงก็ปะทะเข้าใส่เราทันที เราค่อยๆ ก้าวลงบันไดคอนกรีตที่แคบและลื่นไถลไปด้วยคราบไขมัน เบื้องล่างคือโลกอีกใบที่ถูกเนรมิตขึ้นอย่างอำมหิต ห้องแล็บขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยหลอดแก้วทดลอง เครื่องหมุนเหวี่ยง และร่างของมนุษย์จำนวนหนึ่งที่ถูกตรึงอยู่บนเตียงเหล็ก สภาพของพวกเขาเหมือนไม่ได้เป็นมนุษย์อีกต่อไป สายยางระโยงระยางเชื่อมต่อร่างเหล่านั้นเข้ากับถังสารเคมีขนาดใหญ่ที่มีสัญลักษณ์ของ ‘ศูนย์วิจัยไกรสร’ ประทับเด่นชัด “พระเจ้า...” รินรดาอุทาน มือของเธอสั่นขณะกำปืนไว้แน่น “นี่มันไม่ใช่การค้าอวัยวะธรรมดา แต่มันคือการทดลอง... ทดลองสารเคมีกับคนเป็นๆ” ผมไม่ตอบ ผมเดินตรงไปยังจุดหนึ่งที่วางแฟ้มเอกสารทิ้งไว้ มือสั่นเทาขณะเปิดดูรายชื่อ ‘หนูทดลอง’ บรรทัดที่สิบสองที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาทำเอาหัวใจผมแทบหยุดเต้น *รหัสวิจัย 0912: ดร. พชร (เสียชีวิต)* นั่นคือชื่อพ่อของผม... ข้อมูลนี้ถูกบันทึกไว้ในระบบเมื่อสิบปีที่แล้ว พร้อมกับผลการทดลองที่อธิบายว่าร่างกายของพ่อถูกใช้เป็นภาชนะในการทดสอบพิษเคมีชนิดใหม่! ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเข้าหลัก ผมรีบดึงรินรดาให้หลบหลังตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ แสงไฟสปอร์ตไลท์กวาดผ่านพื้นที่ทำงานไปมา พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่ดูใจเย็นผิดปกติ “ดูเหมือนจะมีหนูขี้สงสัยหลุดเข้ามาในโซนทดลองที่ 4 นะครับ... ผมหวังว่าพวกคุณจะต้อนรับพวกเขาด้วย ‘ตัวอย่างทดลอง’ ล่าสุดที่เพิ่งผลิตเสร็จ” ร่างของชายวัยกลางคนในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาเดินเข้ามาในห้องแล็บ ผมชะโงกหน้าผ่านซอกตู้เพียงเล็กน้อย ความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วสันหลัง... ชายคนนั้นคือ ศาสตราจารย์ไกรสร เขายังดูสง่างามและเยือกเย็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้ผมแทบสิ้นสติ ไม่ใช่ตัวศาสตราจารย์ไกรสร แต่มันคือชายฉกรรจ์ที่เดินตามหลังเขามา—ชายคนนั้นสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ สวมหน้ากากอนามัยปกปิดใบหน้า แต่เข็มกลัดที่ติดอยู่บนปกเสื้อของเขานั้น... มันคือเข็มกลัดรูปเข็มทิศหักมุมแบบเดียวกับที่ผมเพิ่งเก็บมาจากศพเด็กหนุ่มเมื่อเช้านี้! เขาหันมาสบตากับผมผ่านความมืดมิดของห้องแล็บ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นภายใต้หน้ากากนั้น ก่อนที่เขาจะยกกระบอกเก็บเสียงขึ้นมาเล็งตรงมาที่ศีรษะของผม “ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกชาย” ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นระทึกไปกับรอยกรีดเลือดในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%