"รอยแผลเป็นนี้ ไม่ได้เกิดจากของมีคมหรอกนะริน แต่มันเกิดจากความเชื่อใจที่ถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ต่างหาก"
ผมกล่าวขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องเก็บศพที่เย็นเยียบ กลิ่นฟอร์มาลีนจางๆ ลอยอบอวลปะทะจมูก ราวกับจะเตือนสติว่าที่นี่คือจุดบรรจบของความจริงและความตาย ผมวางมีดผ่าตัดลงบนถาดสแตนเลส เสียงเหล็กกระทบกันดังกังวานในความว่างเปล่า
ร.ต.อ. รินรดา ยืนกอดอกพิงขอบประตู ดวงตาคู่คมของเธอจ้องมองผมผ่านหน้ากากอนามัย แววตาของเธอไม่ได้มีความสงสัย แต่เป็นความกังวลที่พยายามซ่อนไว้
"หมอธีร์... คดีของศาสตราจารย์ไกรสรมีเงื่อนงำมากกว่าที่เราคิด พยานปากสำคัญหายตัวไปเมื่อชั่วโมงก่อน และในที่เกิดเหตุ... เราพบรอยนิ้วมือที่คล้ายกับของพ่อคุณ" เธอเว้นจังหวะ ลมหายใจของเธอหนักหน่วง "คุณจะบอกว่าเขาตายไปแล้วยี่สิบปี แต่หลักฐานในที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมรายวันเมื่อคืนนี้ มันกลับตะโกนบอกเราว่าเขายังอยู่"
ผมชะงักไปครู่หนึ่ง ภาพอดีตที่ผมพยายามฝังกลบไว้ใต้กองตำรานิติเวชศาสตร์เริ่มสั่นคลอน
ยี่สิบปีก่อน...
กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในห้องนั่งเล่นเล็กๆ บ้านของผมในวันนั้นไม่เหมือนกลิ่นในห้องแล็บที่ผมคุ้นเคย มันคือกลิ่นของความเจ็บปวดที่สดใหม่ พ่อของผม—ชายผู้เป็นทั้งวีรบุรุษและหมอผู้เปี่ยมด้วยจรรยาบรรณ—นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นไม้ปาร์เกต์ที่ขัดจนเงา ร่างกายของเขาถูกผ่าเปิดออกด้วยความแม่นยำทางศัลยกรรมที่เหนือมนุษย์ ราวกับฆาตกรต้องการแสดงฝีมือให้ดูว่า 'คนตาย' สามารถถูกจัดการได้ประณีตเพียงใด
ในวัยสิบสองปี ผมไม่ได้ร้องไห้ ผมทำเพียงแค่เดินเข้าไปใกล้ร่างที่ไร้วิญญาณนั้น มือเล็กๆ ของผมเอื้อมไปสัมผัสรอยกรีดเรียบกริบที่กลางอก มันไม่มีรอยฉีกขาดจากการต่อสู้ มันคืองานศิลปะที่น่ารังเกียจ
"จำไว้นะธีร์" พ่อเคยสอนผมก่อนหน้านั้นไม่กี่วันในห้องทำงาน "ในฐานะแพทย์ เราไม่ได้แค่รักษาคน แต่เราต้องเรียนรู้ที่จะอ่าน 'รอยกรีด' ให้เป็น เพราะร่างกายไม่เคยโกหก แต่มนุษย์ต่างหากที่เลือกจะโกหกผ่านความตาย"
ผมเดินกลับมาสู่โลกความจริง สัมผัสถึงความเย็นของถุงมือยางที่เริ่มบีบรัดผิวหนัง ผมก้มลงมองศพตรงหน้า—เหยื่อรายล่าสุดที่มีรอยเย็บแบบ 'ซิกแซก' อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งผมจำได้แม่นว่ามันคือวิธีที่ศาสตราจารย์ไกรสรมักใช้กับหนูทดลองในแล็บลับของเขา
"ริน คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมผมถึงยอมทิ้งโอกาสที่จะเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่ง เพื่อมาขลุกอยู่กับกลิ่นความตายพวกนี้?" ผมถามขณะหยิบกล้องจุลทรรศน์ขึ้นมาส่องหาชิ้นเนื้อปริศนา "เพราะศัลยแพทย์รักษาชีวิต แต่ผม... ผมกำลังตามล่าวิญญาณที่ฆ่าพ่อผม"
"เราไม่ได้กำลังล่าผีนะหมอ เรากำลังล่าฆาตกรตัวเป็นๆ" รินรดาเดินเข้ามาใกล้ วางมือบนไหล่ผม "อย่าให้ความแค้นบดบังทัศนวิสัยของคุณ หมอธีร์คนนี้ที่ฉันรู้จัก เขาแม่นยำกว่าใคร"
"ความแม่นยำของผมเริ่มสั่นคลอนตั้งแต่วินาทีที่พบว่า คนที่ฆ่าพ่อผม... ไม่ได้เพียงแค่ฆ่า แต่เขากำลังเก็บ 'เศษเสี้ยว' ของพ่อไว้ในตัวเขาเอง"
ผมเขยิบเลนส์กล้องจนเห็นรายละเอียดภายใต้กำลังขยายสูง สิ่งที่ปรากฏในช่องมองภาพทำเอาหัวใจผมแทบหยุดเต้น มันไม่ใช่เศษเนื้อเยื่อมนุษย์ปกติ แต่มันคือแผ่นโลหะขนาดเล็กจิ๋วที่มีรหัสประจำตัวสลักอยู่—รหัสเดียวกับที่ผมเห็นในแฟ้มคดีลับที่พ่อเคยเก็บไว้ก่อนตาย
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนเดินผ่านโถงทางเดินข้างห้องดับจิตเข้ามาจังหวะการเดินที่มั่นคง เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นสม่ำเสมอจนน่าขนลุก ไฟในห้องดับจิตกะพริบถี่ๆ ราวกับระบบไฟฟ้ากำลังถูกแทรกแซงโดยเจตนา
ประตูกระจกหนาค่อยๆ เลื่อนเปิดออกด้วยแรงดันจากภายนอก ผมเงยหน้าขึ้นจากกล้องจุลทรรศน์ แสงไฟสะท้อนบนใบหน้าของชายชราในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อเดียวกับที่พ่อผมเคยใช้ลอยเข้ามาเตะจมูก
"การชันสูตรศพเก่าๆ มันเสียเวลาเปล่าไม่ใช่หรือ ธีร์?" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น
ศาสตราจารย์ไกรสรยืนอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มที่มุมปากของเขาดูอบอุ่นอย่างน่าประหลาด แต่มันกลับทำให้เลือดในกายผมเย็นเยียบ เขาไม่ได้มาคนเดียว ชายชุดดำสองคนในเงามืดด้านหลังเขากำลังยกกล่องเหล็กใบหนึ่งวางลงบนโต๊ะผ่าศพ—กล่องที่มีหยดเลือดสดๆ ไหลซึมออกมา
"ผมพา 'ความทรงจำ' ของพ่อคุณมาให้พิสูจน์ตามคำสัญญาแล้ว" เขากล่าวพลางดึงซิปกล่องออก "หวังว่าครั้งนี้... คุณจะอ่านรอยกรีดบนร่างนี้ได้ชัดเจนกว่ายี่สิบปีก่อนนะ"
ข้างในนั้น... คือร่างของเด็กหนุ่มที่เพิ่งหายตัวไปเมื่อเช้า แต่สิ่งที่ทำให้ผมแทบสิ้นสติ คือเข็มกลัดที่ติดอยู่บนปกเสื้อของศพ—มันเป็นเข็มกลัดรุ่นเดียวกับที่พ่อผมมอบให้ผมก่อนเขาจะจากไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นนี้ แล้วเรามาพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ดร.นิติเวช
รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 12
ความทรงจำที่เจ็บปวด
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!