"วางปืนลงเดี๋ยวนี้ อาจารย์ไกรสร... ความเป็นครูที่อาจารย์เคยสอนผมมาตลอดสิบปี มันไม่มีค่าพอจะให้คุณหยุดมือเลยหรือไงครับ"
เสียงของผมเรียบสนิท แต่มันสั่นไหวอยู่ลึกๆ ภายในอกขณะที่กระบอกปืนสีดำสนิทจ่อเข้าที่ขมับของรินรดา แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาในสวนหลังสถาบันนิติเวชทำให้เงาของศาสตราจารย์ไกรสรทอดยาวบิดเบี้ยวราวกับปีศาจ เขายืนนิ่ง ใบหน้าฉายแววเรียบเฉยอย่างน่าประหลาด ผิดกับรินรดาที่แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์เฉียดตาย แต่แววตาเธอยังคงจ้องมองศัตรูอย่างไม่ยอมแพ้
"ความเป็นครูงั้นหรือ ธีร์..." ศาสตราจารย์ไกรสรแค่นยิ้ม มุมปากขยับเพียงเล็กน้อย "มันก็แค่เปลือกนอกที่ใช้ห่อหุ้มเศษซากของความจริงที่น่าสมเพชเท่านั้นแหละ เธอเชื่อมาตลอดว่าความตายของพ่อเธอเป็นอุบัติเหตุ แต่เธอเคยลองมองผ่านเลนส์กล้องจุลทรรศน์ตัวโปรดของเธอให้ลึกลงไปในเนื้อเยื่อที่ถูกกัดกร่อนด้วยสารเคมีพวกนั้นจริงๆ บ้างไหม"
หัวใจของผมกระตุกวูบ รินรดาขยับตัวเล็กน้อยจนปลายกระบอกปืนครูดกับผิวหนังของเธอ แต่ศาสตราจารย์ไม่แม้แต่จะกระพริบตา
"คุณหมายความว่ายังไง" ผมถามพลางขยับเท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ พยายามประเมินระยะห่างและจังหวะการหายใจของเขา
"วันนี้ฉันไม่ได้มาเพื่อปลิดชีพใครหรอกนะ ธีร์" เขาเบนปลายกระบอกปืนออกจากขมับรินรดา แต่ไม่ได้ลดมันลง "ฉันแค่จะมาเตือนว่า อย่าพยายามรื้อฟื้นอดีตที่ฝังกลบไปแล้ว เพราะบางครั้งศพที่ถูกฝังไว้ใต้พรม... มันก็อาจจะฟื้นขึ้นมาเพื่อลากคนขุดลงไปอยู่ในหลุมเดียวกัน"
เขาโยนวัตถุบางอย่างลงบนพื้นหญ้า มันเป็นซองจดหมายสีน้ำตาลเข้มที่เปื้อนคราบดินจางๆ ก่อนจะหันหลังเดินหายเข้าไปในความมืดของแมกไม้ ทิ้งให้เราทั้งคู่ยืนนิ่งท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาทรุดลงนั่งกับพื้น พ่นลมหายใจออกมาอย่างแรงขณะที่มือยังกำปืนในซองของเธอไว้แน่น
ผมก้าวไปหยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมา สัมผัสถึงความเย็นเยียบของกระดาษด้านใน เมื่อเปิดออกอ่าน แสงจากไฟฉายของรินรดาที่ฉายเข้ามาช่วยให้ผมเห็นข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่คุ้นตาอย่างประหลาด
*‘นิติเวชที่เก่งกาจอย่างแกควรจะรู้ดีกว่าใครว่า พ่อของแกไม่ได้ตายเพราะความผิดพลาดทางการแพทย์ แต่มันคือการทดลองที่สมบูรณ์แบบที่สุด... ถ้าอยากรู้ว่าศพของเขาไปอยู่ที่ไหน ลองเปิดดูในลิ้นชักลับใต้ตู้เก็บเอกสารหมายเลข 081 ในห้องแล็บเก่าของแกดูสิ อย่าให้ใครรู้เชียวล่ะ เพราะคนต่อไปที่จะต้องกลายเป็นร่างทดลอง คือคนที่แกปกป้องอยู่ข้างๆ นั่นไง’*
มือของผมเริ่มเย็นเฉียบ ลายมือนี้... มันเป็นลายมือเดียวกับบันทึกการผ่าศพของพ่อผมที่ผมเก็บไว้ในเซฟที่บ้านมานานนับสิบปี
"หมอ... หมอธีร์คะ" รินรดาเดินเข้ามาใกล้ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวล "เขาพูดเรื่องอะไรคะ ทำไมเขาถึงพูดถึงพ่อของคุณ"
ผมเงียบไปครู่หนึ่ง เก็บจดหมายนั้นเข้ากระเป๋าเสื้อกาวน์ ลมหายใจของผมติดขัด ผมมองหน้าหญิงสาวตรงหน้าที่ยอมเสี่ยงชีวิตมากับผมตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หากสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง การที่ผมลากเธอเข้ามาพัวพันในคดีนี้ เท่ากับผมกำลังส่งเธอไปสู่ความตาย
"ไม่มีอะไรครับรินรดา" ผมตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้เป็นปกติที่สุด "เขาแค่พยายามปั่นหัวเราเพื่อให้เราเสียสมาธิ ไปเถอะครับ เราต้องรีบส่งหลักฐานที่เก็บได้คืนนี้ไปเข้าห้องแล็บ"
ผมเดินนำออกมาโดยไม่หันกลับไปมอง แต่ภายในใจกลับเต้นรัวด้วยความสับสน ห้องแล็บเก่าหมายเลข 081... สถานที่ที่ผมไม่เคยย่างกรายเข้าไปหลังจากย้ายมาประจำการที่นี่ พ่อของผมทิ้งอะไรไว้ที่นั่นกันแน่ และทำไมศาสตราจารย์ไกรสรถึงต้องการให้ผมเปิดมันในตอนนี้
เมื่อเรากลับมาถึงอาคารนิติเวชที่เงียบสงัด ผมตัดสินใจแยกตัวออกมาในขณะที่รินรดากำลังวุ่นอยู่กับการลงบันทึกประจำวัน ผมมุ่งหน้าไปยังชั้นใต้ดินที่ถูกปิดตาย บรรยากาศของห้องแล็บเก่านั้นอับชื้นและอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนที่จางหายไปตามกาลเวลา ผมควานหาตู้เก็บเอกสารเลขที่ 081 ท่ามกลางความมืดมิด ไฟฉายในมือสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อผมดึงลิ้นชักที่ติดขัดออกมา
ในนั้นมีเพียงสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ หนึ่งเล่ม และไฟล์ภาพถ่ายเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ดูเหมือนจะถูกแอบถ่ายไว้ ผมหยิบภาพเอกซเรย์ขึ้นมาส่องดูใต้แสงไฟฉาย เพียงแค่เห็นภาพโครงสร้างกระดูกที่ปรากฏ ผมก็แทบหยุดหายใจ
นี่ไม่ใช่ภาพเอกซเรย์ของคนไข้ทั่วไป... แต่มันคือภาพเอกซเรย์กระดูกสันหลังของมนุษย์ที่มีการฝังเศษโลหะขนาดเล็กรูปทรงแปลกตาลงไปในไขสันหลัง และมันเป็นเทคนิคเดียวกันกับที่ผมเคยพบในร่างของเหยื่อรายล่าสุดที่ผมเพิ่งชันสูตรไปเมื่อวานนี้
แต่สิ่งที่ทำให้ผมแทบทรุดลงไปกองกับพื้น คือชื่อที่ถูกพิมพ์ไว้มุมขวาบนของแผ่นเอกซเรย์
'ธีรภัทร วรเวช'... ชื่อของพ่อผม
ยังไม่ทันที่ผมจะตั้งสติได้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับเสียงปลดเซฟตี้ปืนที่ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบของห้องเก็บศพใต้ดิน
"ยินดีต้อนรับสู่ความจริงที่แกไขว่คว้ามาตลอดสิบปีนะ ธีร์" เสียงทุ้มต่ำของชายคนหนึ่งที่ผมจำได้แม่นยำว่าควรจะตายไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน ดังขึ้นใกล้ใบหูผม "เสียดายที่แกดันมาเห็นสิ่งที่พ่อแกไม่ได้ตั้งใจจะให้แกเห็น... และคนที่ส่งแกมาตายที่นี่ ก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากคนที่แกไว้ใจที่สุดในตอนนี้ไงล่ะ"
ผมค่อยๆ หันกลับไปมองเงาทะมึนที่ยืนอยู่เบื้องหลัง พร้อมกับความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลงมาตรงหน้า
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ หากมีข้อสงสัยหรืออยากให้ผมวิเคราะห์ส่วนไหนเพิ่มเติม บอกผมได้เสมอครับ
ดร.นิติเวชครับ
รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 11
คำเตือนจากเงามืด
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!