รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 29

ความลับในธนาคารอวัยวะ

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
"อย่าได้แตะต้องฟอร์มาลีนขวดนั้นเด็ดขาด รินรดา" ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะที่มือภายใต้ถุงมือยางสีฟ้ากำลังคีบชิ้นเนื้อขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยออกจากช่องท้องของศพชายไร้ชื่อบนเตียงผ่าตัด แสงไฟจากโคมเหนือศีรษะสะท้อนกับใบมีดสแตนเลสจนเกิดประกายวาบวับ ความเงียบในห้องชันสูตรศพของสถาบันนิติเวชยามวิกาลไม่ได้ทำให้ความกดดันเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลิ่นเหม็นอับของสารเคมีและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งกลับทำให้ประสาทสัมผัสของผมตื่นตัวถึงขีดสุด ร.ต.อ. รินรดาหยุดชะงักมือที่กำลังจะคว้าแฟ้มบันทึกข้อมูลการเบิกจ่ายของธนาคารอวัยวะที่ถูกยึดมาได้ เธอหันมามองผม ดวงตาที่มักจะวูบไหวด้วยความใจร้อนเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม "ทำไมคะหมอ? ข้อมูลในนี้อาจระบุได้ว่าไตของเหยื่อรายนี้ถูกส่งไปให้ใคร" เธอถาม พลางขยับปืนที่พกไว้ที่เอวโดยอัตโนมัติ "เพราะในขวดนั้นไม่ใช่สารกันเสีย" ผมตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากกล้องจุลทรรศน์ "นั่นคือตัวทำละลายทางเคมีชนิดพิเศษที่ใช้ในการดองชิ้นเนื้อเพื่อทำลายรหัสพันธุกรรม... หากเธอเปิดขวดนั้น อากาศที่ปนเปื้อนจะทำให้สารตกค้างในปอดของเหยื่อที่เราเพิ่งเก็บตัวอย่างมาปนเปื้อนจนไม่อาจวิเคราะห์ได้" ผมถอนหายใจยาว พลางขยับเลนส์ให้ชัดขึ้น สิ่งที่ผมเห็นใต้เลนส์ไม่ใช่แค่เซลล์ที่ตายแล้ว แต่เป็นร่องรอยของการตัดแต่งทางพันธุกรรมระดับโมเลกุลที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเป็นฝีมือของหมอเถื่อนทั่วไป มันคือลายเซ็น... ลายเซ็นที่ผมจำได้แม่นยำตั้งแต่วันที่พ่อของผมเสียชีวิตในห้องผ่าตัดที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง "ศาสตราจารย์ไกรสรไม่ได้แค่ทำธุรกิจค้าอวัยวะ" ผมเปรยขึ้น มือของผมสั่นเล็กน้อยก่อนจะบังคับให้มันนิ่งสนิท "เขากำลังสร้าง 'อะไหล่' มนุษย์ที่ไม่มีตัวตน" รินรดาเดินเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างเราทำให้ผมได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของเธอ "หมอหมายความว่ายังไงที่ว่าไม่มีตัวตน? เหยื่อพวกนี้มีชื่อ มีครอบครัว มีประวัติ... แล้วทำไมไกรสรถึงต้องทำลายรหัสพันธุกรรมพวกเขาทิ้งด้วย?" "เพื่อให้การตรวจพิสูจน์ DNA ของนิติเวชไร้ความหมายอย่างไรล่ะ" ผมเงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาของผมคงจะสะท้อนความเจ็บปวดที่พยายามกดทับไว้ "ถ้าเราตรวจ DNA แล้วไม่พบว่าชิ้นเนื้อนั้นมาจากใคร มันก็เหมือนการลบตัวตนของมนุษย์คนหนึ่งออกจากโลกใบนี้อย่างสมบูรณ์แบบ... และนั่นคือวิธีที่เขาใช้ปิดปากคดีพ่อของผมเมื่อสิบปีก่อน" รินรดานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดหายใจลึก "หมอธีร์คะ... หนูรู้ว่าเรื่องนี้มันส่วนตัว แต่เรามีหลักฐานชิ้นนี้แล้ว" เธอวางแผ่นดิสก์บันทึกข้อมูลที่ขโมยมาได้จากระบบหลังบ้านของธนาคารอวัยวะลงบนโต๊ะสแตนเลส "ในนี้มีรายชื่อผู้รับอวัยวะเกินครึ่งที่เป็นมหาเศรษฐีและนักการเมืองระดับสูง ถ้าเราเปิดโปงเรื่องนี้ ทุกอย่างจะจบ" "ไม่มีอะไรจบง่ายขนาดนั้นหรอกครับริน" ผมถอดถุงมือออกแล้ววางพาดไว้บนศพ "เพราะผู้รับอวัยวะรายแรกในลิสต์นี้ คือคนที่มีอำนาจสั่งยุบหน่วยงานของเธอได้เพียงแค่ปลายนิ้ว" จังหวะนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยของห้องชันสูตรดังขึ้นเป็นจังหวะถี่กระชั้น ไฟสีแดงฉานสาดส่องไปทั่วห้อง ผ้าม่านสีขาวที่กั้นเตียงผ่าตัดปลิวไสวตามแรงลมจากระบบระบายอากาศที่ถูกแฮ็กจนทำงานผิดปกติ "ใครบางคนพยายามล็อกประตูห้องนี้จากภายนอก" รินรดาควักปืนออกมาทันที สายตาของเธอจ้องเขม็งไปที่ประตูเหล็กกล้า ผมรีบคว้ากล้องจุลทรรศน์และตัวอย่างชิ้นเนื้อใส่กล่องนิรภัย ความรู้สึกถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาเหมือนเมื่อสิบปีก่อนกำลังย้อนกลับมาอีกครั้ง ไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือความกระหายที่จะกระชากหน้ากากของฆาตกรที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา "หมอ ถอยไป!" รินรดาตะโกน พร้อมกับเสียงปัง! สนั่นหวั่นไหวที่หน้าประตูเหล็ก ประตูถูกเปิดออก แต่คนที่ก้าวเข้ามาไม่ใช่หน่วยรักษาความปลอดภัย หากแต่เป็นร่างสูงวัยในชุดกาวน์ที่ผมคุ้นเคยดี เขาไม่ได้ถืออาวุธ มีเพียงแฟ้มเอกสารในมือและรอยยิ้มที่ดูใจดีเหมือนอาจารย์ที่ปรึกษาที่ผมเคยเคารพรักที่สุด ศาสตราจารย์ไกรสรยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางควันปืนที่ยังจางไม่หมด เขามองมาที่ผมด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาปลอมๆ "ธีร์... ลูกศิษย์ที่เก่งที่สุดของฉัน" ไกรสรเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวล "เธอกำลังทำให้การวิจัยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติต้องหยุดชะงัก เพียงเพราะความแค้นส่วนตัวของพ่อเธอที่โง่เขลาคนนั้นน่ะหรือ" รินรดากระชับปืนแน่น "อย่าขยับนะศาสตราจารย์! เรามีหลักฐานการค้าอวัยวะทั้งหมดแล้ว!" ไกรสรหัวเราะเบาๆ ก่อนจะชี้ไปที่จอภาพในห้องควบคุมที่เดี๋ยวนี้กลายเป็นภาพถ่ายทอดสดของโรงพยาบาลเอกชนเครือข่ายของเขา "หลักฐานที่เธอมีเป็นแค่ขยะครับผู้กอง... แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ คือมนุษย์คนแรกที่หัวใจหยุดเต้นไปแล้วสามชั่วโมง แต่กำลังกลับมาเต้นใหม่ได้ด้วยเทคโนโลยีที่ผมคิดค้น" ผมหันไปมองเตียงข้างๆ ที่รินรดาลืมสังเกต ร่างของเด็กสาวคนหนึ่งที่เพิ่งถูกส่งเข้ามารอชันสูตรในฐานะศพนิรนาม กำลังขยับนิ้วมือ... ดวงตาที่ควรจะไร้แววของคนตาย บัดนี้กลับลืมขึ้นช้าๆ และจ้องมองมาที่ผมด้วยนัยน์ตาสีฟ้าจัดที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน "ความลับในธนาคารอวัยวะ ไม่ใช่การฆ่าคนครับธีร์" ไกรสรเอ่ยพลางย่างกรายเข้ามาใกล้ "แต่มันคือการ 'เปลี่ยน' คนให้กลายเป็นสิ่งที่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่า... และตอนนี้ เธอก็อยู่ในห้องปิดตายกับ 'ผลงานชิ้นเอก' ที่มีคำสั่งโปรแกรมไว้ให้กำจัดพยานทุกคน" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับผมในเส้นทางแห่งความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%