"หลักฐานชิ้นนี้ไม่ได้อยู่ในถุงพลาสติกที่ส่งมาจากกองพิสูจน์หลักฐานเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน... คุณรินรดา ช่วยบอกผมทีว่าทำไมผมถึงพบเส้นใยสังเคราะห์ชนิดเดียวกันนี้ติดอยู่ที่ขอบโต๊ะทำงานของคุณ?"
เสียงของผมเรียบเรื่อย ทว่าแฝงด้วยความเยือกเย็น ผมวางปากคีบโลหะลงบนถาดสแตนเลส เสียงกระทบกันของมันดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องผ่าศพที่อุณหภูมิต่ำจนลมหายใจกลายเป็นไอจางๆ
ร.ต.อ. รินรดานิ่งงัน ดวงตาที่เคยฉายแวววูบไหวด้วยความมุ่งมั่นกลับสั่นระริก เธอมองดูเศษเส้นใยสีน้ำเงินเข้มที่ผมวางไว้ใต้เลนส์กล้องจุลทรรศน์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผมด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"หมอธีร์... หมอหมายความว่ายังไงคะ" เธอเว้นวรรค คำว่า 'คะ' ของเธอไม่ได้ทำให้น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลลง แต่มันกลับฟังดูแห้งผากเหมือนคนกำลังขาดใจ "หนูเพิ่งกลับมาจากจุดเกิดเหตุ... หนูไม่ได้เป็นคนทำ"
"ผมไม่ได้กล่าวหาว่าคุณทำ" ผมเดินไปหยุดตรงหน้าเธอ กลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนและกลิ่นคาวเลือดจางๆ มักจะทำให้ผมมีสมาธิเสมอ แต่ในวินาทีนี้ กลิ่นที่ผมสัมผัสได้คือความลวงที่อบอวลอยู่ในอากาศ "แต่ระบบการทำลายหลักฐานในคดีนี้... มันเริ่มจากข้างใน ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดเก็บ การเคลื่อนย้าย จนถึงผลการตรวจที่เปลี่ยนไปจากความเป็นจริง ข้อมูลในไฟล์ดิจิทัลที่ผมล็อกรหัสไว้สามชั้น ถูกเข้าถึงโดยโปรโตคอลความปลอดภัยระดับสูงของกรมตำรวจ"
ผมขยับเข้าใกล้เธออีกก้าว "ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คนในหน่วยของคุณ... คนที่ถือกุญแจห้องเก็บหลักฐานสำรอง"
รินรดากำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปน ผมสังเกตเห็นอาการสั่นของกล้ามเนื้อใบหน้าเธอ ซึ่งไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความตื่นตระหนกที่พยายามปกปิดไว้ด้วยความขมขื่น
"หมอคิดว่าหนูหักหลังหมอหรือ?" เธอถามเสียงสั่น "หนูเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงในซอยแคบๆ นั่นเพื่อหาเบาะแส... หนูเกือบตายเพราะไอ้ฆาตกรนั่น! แล้วตอนนี้หมอกำลังบอกว่าหนูคือหนอนบ่อนไส้งั้นหรือ!"
"ความรักและความแค้นมักจะทำให้คนเราหลงลืมความเป็นมืออาชีพ" ผมตอบเสียงต่ำ "ผมเคยเห็นพ่อของผมตายในห้องพิจารณาคดีเพราะหลักฐานที่ถูกสลับสับเปลี่ยน... ผมจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก"
ผมหมุนตัวกลับไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงผลกราฟิกวิเคราะห์ลายพิมพ์นิ้วมือที่เก็บได้จากปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุล่าสุด ลายนิ้วมือนั้นถูกทำให้เลือนรางด้วยสารเคมีจำเพาะ แต่นั่นแหละคือหลักฐานชั้นดีว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการจงใจทำลาย
*ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างใจเย็น ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต ร่างของชายในเครื่องแบบเต็มยศเดินเข้ามา ชายคนนั้นคือ พ.ต.อ. ธนัท หัวหน้าหน่วยสอบสวนผู้เป็นที่เคารพของทุกคนในกรมฯ เขาส่งยิ้มบางๆ ที่ดูใจดีมาให้ แต่สายตาของเขากลับกวาดมองไปทั่วห้องเหมือนกำลังสแกนหาบางอย่าง
"หมอธีร์ครับ ผลการชันสูตรคดีนี้ไปถึงไหนแล้ว? ท่านผู้กำกับถามหาความคืบหน้า เพราะกระแสสังคมเริ่มกดดันเข้ามาทุกที" ธนัทเอ่ยพลางวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ
ผมมองเขาผ่านเลนส์แว่น สายตาจดจ้องไปที่ชายแขนเสื้อของเขา... รอยเปื้อนสีขาวจางๆ ที่มุมขวา ซึ่งมันดูคล้ายกับคราบเกลือแร่ที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีในการกัดกร่อนวัสดุโลหะที่ผมเพิ่งพบในศพรายล่าสุด
"กำลังตรวจสอบครับผู้กำกับ" ผมตอบสั้นๆ "แต่ดูเหมือนว่ากระบวนการจะมีความผิดพลาดบางอย่างจากคนใน"
ธนัทชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มของเขายังคงเดิม แต่บรรยากาศในห้องกลับกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เขาก้าวเดินเข้ามาใกล้ผมและรินรดา พลางเอื้อมมือไปหยิบเศษเส้นใยสีน้ำเงินที่ผมพบก่อนหน้านี้ขึ้นมาดู
"เส้นใยสังเคราะห์นี่หรือครับที่หมอสงสัย?" เขาถามพลางใช้นิ้วถูไปมา "ดูเหมือนเศษผ้าจากเครื่องแบบใหม่ของพวกเราเลยนะ หมอคงระแวงเกินไปหรือเปล่า? บางทีมันอาจจะเป็นแค่ฝุ่นละอองที่ติดมาจากการปฏิบัติงานตามปกติก็ได้"
รินรดานิ่งเงียบ เธอจ้องมองธนัทด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ผมเห็นมือของเธอเลื่อนไปแตะที่ซองปืนข้างเอวโดยสัญชาตญาณ
"ไม่ใช่ฝุ่นธรรมดาครับผู้กำกับ" ผมหยิบสไลด์แก้วอีกแผ่นขึ้นมาวางแทนที่ "นี่คือเศษคราบคาร์บอนที่เกิดจากการพยายามลบไฟล์ในหน่วยความจำสำรองของเครื่องคอมพิวเตอร์หลัก... และรอยลายนิ้วมือที่ปรากฏอยู่บนสไลด์นี้ ไม่ใช่ของผม ไม่ใช่ของรินรดา แต่เป็นรอยนิ้วมือที่ผมเพิ่งตรวจพบจาก... รายชื่อผู้มีอำนาจในการอนุมัติทำลายหลักฐานคดีเก่าเมื่อสิบปีที่แล้ว"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน ธนัทค่อยๆ วางสไลด์แก้วลง ดวงตาที่เคยใจดีบัดนี้เปลี่ยนเป็นเย็นชาดั่งน้ำแข็งที่ไม่มีชีวิต
เขายิ้มออกมา แต่เป็นยิ้มที่ทำให้ขนลุกชัน "หมอครับ... ความรู้น่ะเป็นสิ่งดี แต่การใช้ความรู้ให้ถูกเวลาและถูกที่นั้นสำคัญกว่ามาก บางครั้งความจริงที่เปิดเผยออกมาเร็วเกินไป ก็อาจจะทำลายทุกอย่างที่หมอพยายามสร้างมาตลอดชีวิตได้นะครับ"
ธนัทหันไปหารินรดา "รินรดา... ออกไปจากห้องนี้ซะ ผมมีเรื่องส่วนตัวจะคุยกับหมอธีร์"
รินรดายืนตัวแข็ง เธอไม่ขยับไปไหน สายตาของเธอสลับไปมาระหว่างผมกับธนัท ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเดินไปปิดล็อกประตูห้องชันสูตรด้วยมือของเธอเอง
"ไม่ใช่แค่หนอนบ่อนไส้สินะครับ" ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งทะลุขีดจำกัด "คุณคือคนสุดท้ายที่พ่อผมโทรหาก่อนที่เขาจะถูกพบเป็นศพในห้องทำงาน... และรอยเปื้อนที่แขนเสื้อของคุณนั่น มันไม่ได้มาจากเครื่องแบบหรอกครับ มันมาจากน้ำยาที่ใช้ในแล็บส่วนตัวของศาสตราจารย์ไกรสร"
ธนัทหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เขาล้วงมือเข้าไปในเสื้อสูท แต่ไม่ได้หยิบอาวุธออกมา เขากลับหยิบโทรศัพท์เครื่องหนึ่งขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความบางอย่าง
วินาทีนั้น โทรศัพท์ของผมและรินรดาก็ดังขึ้นพร้อมกัน เป็นข้อความจากเบอร์ที่ไม่ระบุตัวตน พร้อมกับรูปถ่ายที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบ... มันเป็นรูปของศพที่ถูกผ่าชันสูตรในห้องที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด
และบนหน้าอกของศพนั้น มีรอยกรีดที่เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของฆาตกร... สัญลักษณ์ที่ผมเป็นคนเห็นเพียงคนเดียวในรายงานคดีของพ่อเมื่อสิบปีก่อน
"หมอธีร์ครับ" ธนัทพูดเบาๆ พร้อมกับถอยหลังไปที่ประตู "บางที... คนที่หมอคิดว่ากำลังตามหาอยู่น่ะ เขาอาจจะกำลังนั่งดูหมอผ่าศพตัวเองอยู่ตรงนี้ก็ได้"
ก่อนที่ผมจะทันได้คว้าตัวเขา รินรดาก็ชักปืนขึ้นจ่อไปที่ธนัท แต่ทว่าประตูห้องชันสูตรกลับเปิดผางออก พร้อมกับชายชุดดำสองคนที่ก้าวเข้ามา โดยที่หนึ่งในนั้นคือคนที่ผมไม่คาดคิดว่าจะเห็นในสถานที่นี้... ศาตราจารย์ไกรสร ผู้ที่ควรจะอยู่ในห้องแล็บอันห่างไกล
ทุกอย่างที่ผมเชื่อมั่นพังทลายลงในพริบตา เมื่อศาสตราจารย์ไกรสรเดินตรงมาหาผมด้วยท่าทีสุภาพแต่แฝงไว้ด้วยคำขู่ที่ไม่มีใครปฏิเสธได้
"หมอธีร์ครับ... การชันสูตรศพที่ไม่ควรจะมีอยู่จริงน่ะ มันเหนื่อยนะครับว่าไหม?"
เส้นทางแห่งความจริงที่ผมก้าวเดินมาตลอด เริ่มบิดเบี้ยวจนมองไม่เห็นทางออกและผมเองก็กำลังกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปในเกมที่คนตายเป็นผู้กำหนดกฎกติกาเสียเอง
ขอให้ทุกท่านร่วมเป็นกำลังใจให้ผมและรินรดาก้าวผ่านคืนที่มืดมิดที่สุดในชีวิตนักนิติเวชคนนี้ไปด้วยกันนะครับ
ดร.นิติเวช
รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 30
สายสืบในเครื่องแบบ
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!