"ถ้าคุณยังกดดันให้ผมเร่งรีบแบบนี้ ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะเป็นขยะ แทนที่จะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญนะครับ ผู้กองรินรดา"
ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องปฏิบัติการนิติเวช แสงไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์สีขาวเย็นเยียบสะท้อนบนพื้นสเตนเลส กลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนจางๆ อบอวลอยู่ในอากาศ ผมไม่ได้หันไปมองรินรดาที่ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทีร้อนรน แต่สายตาของผมยังคงจดจ่ออยู่กับปลายปิเปตต์ที่กำลังหยดสารละลายลงบนแผ่นสไลด์ด้วยความแม่นยำระดับไมโครเมตร
"หมอธีร์ ผมรอมาสามวันแล้วนะ คนร้ายมันทิ้งร่องรอยไว้ในคราบน้ำลายบนก้นบุหรี่ที่เจอในบ้านร้างหลังนั้น ถ้าตรวจไม่พบอะไรเลย คดีนี้ก็เท่ากับตันสนิท" รินรดาเดินเข้ามาใกล้ เสียงฝีเท้าของเธอหนักแน่นและมั่นคง แต่ลมหายใจที่สั้นถี่บอกผมว่าเธอเหนื่อยล้าเกินกว่าจะอดทนได้อีกต่อไป
ผมวางปิเปตต์ลงอย่างใจเย็น ก่อนจะถอดถุงมือยางออกแล้วหันไปสบตาเธอ แววตาของผมที่ผ่านการมองความตายมานับไม่ถ้วนคงทำให้เธอสงบลงได้บ้าง "วิทยาศาสตร์ไม่ได้ทำงานตามความคาดหวังของมนุษย์ครับ มันทำงานตามความจริงที่ถูกทิ้งไว้ ในน้ำลายนั้นมีดีเอ็นเอของคนร้ายก็จริง แต่มันผ่านการปนเปื้อนจากสภาพแวดล้อมมามาก หากผมเร่งกระบวนการสกัดสารพันธุกรรม ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะเพี้ยน หรือที่แย่กว่านั้น... เราอาจจะเสียหลักฐานชิ้นสุดท้ายนี้ไปตลอดกาล"
รินรดากำหมัดแน่น เธอเม้มปากจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาว "เข้าใจแล้วค่ะ... ขอโทษที หมอ ฉันแค่รู้สึกเหมือนเรากำลังไล่ตามเงาของใครบางคนที่รู้ทันเราทุกอย่าง แม้แต่ตอนที่ท่านศาสตราจารย์ไกรสรเรียกฉันไปพบเมื่อเช้า เขายังพูดเหมือนรู้ดีว่าเรากำลังงมหาดีเอ็นเอจากอะไรอยู่"
ชื่อนั้นทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ ผมยังจำวันที่พ่อจากไปได้ดี กลิ่นเลือด กลิ่นยาฆ่าเชื้อ และคำพูดที่เย็นชาของชายที่ได้ชื่อว่าเป็นอาจารย์ของผม... ศาสตราจารย์ไกรสร ผู้มีรอยยิ้มแฝงความอำมหิตอยู่เสมอ
"อาจารย์ไกรสรเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งกาจครับรินรดา เขาเข้าใจดีว่าดีเอ็นเอคืออาวุธที่อันตรายที่สุด" ผมพูดพลางเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์กราฟิกแสดงผลลำดับพันธุกรรม "แต่เขาก็พลาดในจุดที่เขาคาดไม่ถึงเสมอ เพราะเขาเชื่อมั่นในอำนาจมากเกินไปจนลืมไปว่า... ในความผิดพลาดเล็กๆ ของธรรมชาติ มักมีร่องรอยที่ลบไม่ออกซ่อนอยู่"
เสียงสัญญาณเตือนจากเครื่องวิเคราะห์ลำดับเบสเริ่มดังขึ้นเป็นจังหวะ ผมก้มลงมองหน้าจอ ตัวเลขและกราฟสีสันต่างๆ เริ่มเรียงตัวเป็นจังหวะ นี่คือช่วงเวลาที่ตัดสินทุกอย่าง ข้อมูลที่กำลังปรากฏบนหน้าจอคือ 'รหัสลับ' ของฆาตกรที่ไร้เงา
รินรดาโน้มตัวเข้ามาดูด้วยความลุ้นระทึก ผมไล่นิ้วไปตามแถบข้อมูล เปรียบเทียบกับฐานข้อมูลอาชญากรแห่งชาติที่ผมแอบเจาะเข้าไปในระบบส่วนตัว กระบวนการนี้กินเวลาไปหลายนาที ท่ามกลางความเงียบที่กดดันเหมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังของระเบิดเวลา
"เจอแล้ว..." ผมพึมพำ
รินรดาตาโต "ใคร? คนใกล้ตัวเหรอ? หรือเป็นนักโทษที่หนีคดี?"
ผมเลื่อนหน้าจอไปที่ส่วนแสดงผลรายละเอียดเชิงลึกของสายพันธุกรรม ทันใดนั้น ความเย็นเยือกก็แล่นปราดไปทั่วสันหลังเมื่อผมเห็นรหัสการกลายพันธุ์บางอย่างที่เฉพาะเจาะจง นี่ไม่ใช่แค่ดีเอ็นเอของคนทั่วไป แต่มันคือผลผลิตจากการทดลองที่ผิดจริยธรรม... ผลงานของคนคนหนึ่งที่พยายามเลียนแบบพระเจ้าผ่านกระบวนการปรับแต่งพันธุกรรม
"รินรดา... คนคนนี้ไม่มีตัวตนในทะเบียนราษฎร์" ผมเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสั่นสะท้านในใจ "แต่มันมีความเชื่อมโยงทางพันธุกรรมที่ตรงกับกลุ่มตัวอย่างที่สูญหายไปจากแล็บของมหาวิทยาลัยเมื่อสิบปีก่อน"
"ถ้าอย่างนั้นมันก็หมายความว่า..."
"หมายความว่าฆาตกรที่ฆ่าพ่อผม และฆาตกรที่กำลังตามฆ่าเหยื่อในตอนนี้ คือคนคนเดียวกัน" ผมตอบพลางคว้าเสื้อคลุมขึ้นมาสวม "และเขากำลังรอเราอยู่ที่นั่น... สถานที่ที่เราเริ่มต้นทุกอย่าง"
จังหวะที่ผมกำลังจะหันไปหยิบอุปกรณ์ภาคสนาม โทรศัพท์มือถือของรินรดาก็ดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาดูแล้วหน้าซีดเผือด "หมอ... สายเรียกเข้ามาจากเบอร์ของศาสตราจารย์ไกรสร... แต่ในห้องทำงานของเขามีกล้องวงจรปิด เขาบอกว่าเขาอยู่ในแล็บใหญ่ตั้งแต่มื้อเที่ยง"
ผมแย่งโทรศัพท์มาเปิดลำโพง เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของชายวัยเกษียณที่คุ้นเคยดีดังออกมาจากปลายสาย มันไม่ใช่เสียงที่แสดงความยินดี แต่เป็นเสียงของการเยาะเย้ย
"ยินดีด้วยนะธีร์... เธอพบสิ่งที่ฉันตั้งใจจะให้เธอเห็นแล้ว" เสียงไกรสรเย็นยะเยือก "แต่เธอรู้ไหม ว่าดีเอ็นเอที่เธอเพิ่งวิเคราะห์ไปน่ะ... มันเป็นของใครจริงๆ?"
ผมชะงัก สายตามองจ้องไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ค้างอยู่อีกครั้ง รหัสพันธุกรรมที่แสดงผลเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว กราฟที่เคยซับซ้อนเริ่มยุบตัวลงจนเหลือเพียงรหัสชุดหนึ่งที่คุ้นตาที่สุดในชีวิตของผม... มันคือรหัสของตัวผมเอง
ความมืดมิดเข้าปกคลุมสมองในวินาทีนั้น เมื่อประตูห้องแล็บถูกกระแทกเปิดออกพร้อมกับกลุ่มชายชุดดำที่สวมตราสัญลักษณ์ที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนก้าวเข้ามาปิดล้อมเราทั้งคู่ รินรดาชักปืนออกมากั้นหน้าผมไว้ แต่ชายคนหนึ่งที่เดินนำหน้าสุดกลับเผยรอยยิ้มที่เหมือนกับผม... ราวกับมองเข้าไปในกระจกเงา
ผมหวังว่าทุกท่านจะยังคงติดตามความเป็นไปของความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผยในบทต่อไปนะครับ
ดร.นิติเวช ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับผมในเส้นทางแห่งความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 28
สืบจากดีเอ็นเอ
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!