“ริน ถอยไปข้างหลัง... อย่าเข้าใกล้ขอบโต๊ะจนกว่าผมจะบอก”
เสียงของผมเรียบสนิท แต่มันหนักแน่นพอที่จะทำให้ร้อยตำรวจเอกสาวหยุดชะงัก รองเท้าบูทของเธอหยุดกึกบนพื้นปูนดิบที่เต็มไปด้วยรอยคราบน้ำมันของโรงงานร้างที่ถูกดัดแปลงเป็นคลินิกผ่าพิสูจน์เถื่อนชั่วคราว กลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนผสมกับกลิ่นเลือดสดที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศยามวิกาล มันคือกลิ่นแห่งความตายที่ผมคุ้นเคยดี แต่สำหรับคนอื่น มันคือกลิ่นของหายนะ
ผมวางมีดผ่าตัดสแตนเลสลงบนถาดโลหะ เสียงกระทบกันของมันดังชัดเจนในความเงียบงันราวกับเสียงระฆังเตือนภัย ผมถอดถุงมือยางเปื้อนเลือดออกช้าๆ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่ข้อมือซ้ายจากการผ่าตัดเมื่อหลายปีก่อน แสงไฟสปอร์ตไลท์ดวงเดียวกำลังส่องลงมาที่ร่างของเหยื่อรายล่าสุด—ชายหนุ่มวัยรุ่นที่ถูกทิ้งไว้ในสภาพที่แทบดูไม่ออกว่าคือมนุษย์
“หมอธีร์... นี่มันนอกเหนืออำนาจหน้าที่เราแล้วนะ ถ้าศาสตราจารย์ไกรสรรู้ว่าเราแอบเคลื่อนย้ายศพออกจากห้องดับจิตโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ทั้งหมอและฉันจบเห่แน่” รินรดากระซิบ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัวต่ออำนาจมืด แต่เป็นเพราะความโกรธแค้นที่อัดอั้นอยู่ภายใน
ผมหันไปมองเธอ สายตาผ่านเลนส์แว่นสะท้อนแสงไฟจนดูเหมือนดวงตาของหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึก “หน้าที่ของนิติเวชไม่ใช่การรักษากฎระเบียบของราชการ รินดา แต่คือการสืบหาความจริงที่ถูกฝังอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง หากผมรอคำสั่งจากพวกเบื้องบน ศพนี้คงถูกเผาทำลายหลักฐานไปนานแล้ว”
ผมกลับไปหยิบมีดอีกครั้ง จรดปลายลงบนรอยกรีดที่ดูประณีตผิดปกติบริเวณลิ้นปี่ นี่ไม่ใช่ฝีมือของฆาตกรทั่วไป แต่นี่คือลายเซ็นของ 'ผู้เชี่ยวชาญ' คนที่รู้วิธีเลาะอวัยวะออกโดยไม่ให้เกิดการตกเลือดมากจนเกินไป คนที่สามารถควบคุมหัวใจไม่ให้หยุดเต้นทันทีเพื่อให้ผลการทดลองในเชิงชีวภาพสัมฤทธิ์ผล
“รอยกรีดนี้... ดูสิ” ผมกวักมือเรียกเธอให้เข้ามาใกล้ รินรดาโน้มตัวลงมา กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเธอปะทะกับกลิ่นคาวเลือด “ขอบแผลเรียบกริบ เนื้อเยื่อรอบข้างไม่มีรอยฉีกขาดจากการกระชาก นี่คือมีดผ่าตัดประเภท Scalpel เบอร์ 11 เกรดเดียวกับที่ใช้ในห้องผ่าตัดศัลยกรรมหัวใจชั้นนำ”
“ศาสตราจารย์ไกรสร...” เธอพึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยความชิงชัง
“เขาไม่ได้แค่ฆ่าเหยื่อเพื่อความบันเทิง แต่มันคือการเก็บเกี่ยว” ผมไล่นิ้วไปตามรอยแผลที่หน้าอก “เขากำลังหาตัวอย่างเนื้อเยื่อที่ผ่านการกระตุ้นด้วยสารเคมีตัวใหม่ที่ผมเคยเตือนในงานวิจัยเมื่อห้าปีก่อน ถ้าสมมติฐานผมถูก... เหยื่อคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ตอนที่เขากำลังควักบางอย่างออกมา”
ในจังหวะที่ผมกำลังจะใช้คีมคีบชิ้นเนื้อในโพรงอกออกมาจากกระดูกซี่โครงที่ถูกตัดอย่างแม่นยำ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากความมืดภายนอกตัวอาคาร ไม่ใช่เสียงของคนคนเดียว แต่มันคือจังหวะการเดินที่พร้อมเพรียงกันของกลุ่มคนที่ถูกฝึกมาอย่างดี
รินรดาชักปืนพกออกมาจากซองข้างเอวทันที เธอมองไปที่ประตูเหล็กที่กำลังค่อยๆ ถูกผลักเข้ามา “หมอ... มีคนมา”
ผมไม่ตอบ แต่หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะ ผมรีบคว้ากล้องถ่ายรูปบันทึกภาพแผลเป็นและตำแหน่งการวางตัวของอวัยวะภายในไว้ทั้งหมด ก่อนจะฉวยเอาแผ่นสไลด์ที่บรรจุเลือดเหยื่อใส่กระเป๋าเสื้อกาวน์
ประตูเหล็กถูกพังเข้ามาด้วยแรงมหาศาล แสงไฟฉายสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาจนเราทั้งคู่ต้องยกมือขึ้นป้องดวงตา ชายฉกรรจ์ในชุดดำสนิทกลุ่มหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น และที่ด้านหลังสุด ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบผู้เป็นเจ้าของฉายา 'หัตถ์เทวะ' ก็ก้าวเท้าออกมา
ศาสตราจารย์ไกรสรไม่ได้มองศพบนโต๊ะ เขามองมาที่ผมด้วยรอยยิ้มที่ดูใจดีเหมือนอาจารย์กำลังสอนลูกศิษย์ที่ทำตัวดื้อรั้น
“หมอธีร์... ความอยากรู้อยากเห็นเป็นนิสัยที่ดีของนักวิทยาศาสตร์ครับ แต่ถ้ามันเกินขอบเขตไปมาก... ผมคงต้องขออนุญาตสอนบทเรียนเรื่อง 'การรักษาความลับ' ให้อีกสักบท”
ศาสตราจารย์ไกรสรขยับเนคไทเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องที่ถือปืนเก็บเสียงไว้ในมือ ผมหันไปสบตารินรดา เห็นความมุ่งมั่นในแววตาเธอ แต่ในวินาทีนั้นเอง ผมก้มลงไปที่ศพและกดสวิตช์เครื่องมือสื่อสารที่ผมแอบติดไว้ในทรวงอกของเหยื่อที่ผมเพิ่งผ่าพิสูจน์เสร็จไปเมื่อครู่—ไม่ใช่เพื่อกู้ข้อมูล แต่เพื่อส่งสัญญาณเตือนที่ผมเตรียมไว้
เสียงไซเรนของรถตำรวจนับสิบคันเริ่มดังระงมขึ้นจากระยะไกล แต่มันไม่ใช่เสียงไซเรนปกติ มันคือเสียงจากวิทยุสื่อสารที่ผมแอบแฮ็กระบบของสถานีเพื่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับสีแดง ศาสตราจารย์ไกรสรชะงักไปเล็กน้อย แต่รอยยิ้มของเขากลับกว้างขึ้นจนน่าขนลุก
เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะผ่าพิสูจน์จนห่างจากผมเพียงคืบ ก่อนจะกระซิบที่ข้างหูผม “หมอคิดว่าตำรวจจะมาช่วยหมอทันเหรอครับ? ลืมไปหรือเปล่าว่า... คนที่แต่งตั้งผู้กำกับสถานีตำรวจในเขตนี้ ก็คือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าหมอนี่เอง”
ปลายกระบอกปืนเก็บเสียงจ่อเข้าที่ขมับของผมทันที รินรดาแผดเสียงร้องสั่งให้วางอาวุธ แต่หนึ่งในลูกน้องของไกรสรกลับคว้าตัวเธอไว้และกระแทกเข้ากับเสาปูนจนเธอนอนแน่นิ่งไป
ผมสบตาอาจารย์ผู้เป็นศัตรูคนนี้ด้วยความนิ่งสงบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่ามกลางความตายที่รายล้อมรอบกาย
“ศาสตราจารย์ครับ” ผมพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ “ในขณะที่ท่านกำลังเตรียมลั่นไก ท่านลืมดูไปอย่างหนึ่ง... ในห้องนี้มีก๊าซฟอร์มัลดีไฮด์ที่ผมแอบเปิดวาล์วทิ้งไว้ตั้งแต่นาทีแรกที่เราเข้ามา”
ผมชูไฟแช็กที่จุดไฟค้างไว้ในมือซ้าย ซึ่งซ่อนอยู่ใต้โต๊ะผ่าพิสูจน์มาตลอดเวลา
“ถ้าท่านกดไกปืน ประกายไฟจากปากกระบอกปืนจะทำให้อาคารนี้กลายเป็นเตาเผาศพขนาดยักษ์... เรามาตายไปพร้อมกับความลับที่ท่านพยายามปิดซ่อนไว้กันเถอะครับ”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับหมอธีร์ในตอนนี้นะครับครับ
ดร.นิติเวช
รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 21
การชันสูตรนอกกฎหมาย
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!