“คุณกำลังเล่นกับไฟ หมอธีร์ ถ้าใครรู้ว่าเราขุดศพพยานขึ้นมาโดยไม่มีหมายศาล เราทั้งคู่จะจบเห่ไม่ใช่อยู่ในคุก แต่น่าจะเป็นใต้ดินแบบศพนี้”
เสียงของรินรดาสั่นพร่าขณะที่เธอกดไฟฉายคาดหัวไปที่กองดินโคลนที่เพิ่งถูกขุดขึ้นมา แสงสีขาวนวลเผยให้เห็นโลงไม้สภาพผุพังที่ถูกดึงขึ้นมาจากหลุมฝังศพชั่วคราวในพื้นที่รกร้างหลังสุสานชุมชน กลิ่นเหม็นเน่าของดินผสมกับกลิ่นสารเคมีถนอมศพที่จางหายไปนานแล้วพุ่งเข้าปะทะจมูกจนอยากจะอาเจียน
หมอธีร์ไม่ได้ตอบเขายืนนิ่งราวกับรูปปั้น มือสวมถุงมือยางหนาสองชั้น เขากำลังใช้มีดผ่าตัดเล่มเล็กค่อยๆ กรีดผ้าดิบที่ห่อหุ้มร่างของ ‘สมชาย’ พยานปากเอกที่ตายด้วยอุบัติเหตุหัวใจวายเฉียบพลันเมื่อสามวันก่อน
“ถ้าสิ่งที่อยู่ในร่างนี้คือความจริง... สิ่งที่อยู่ในคุกใต้ดินของอาจารย์ไกรสรก็คือขุมนรก” หมอธีร์พูดเสียงเรียบเย็น ทว่าดวงตากลับวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่ถูกกดทับไว้ “รินรดา ช่วยส่องไฟตรงช่องท้องที ผมต้องการเห็นรอยเย็บที่เกิดจากการชันสูตรครั้งแรก”
รินรดาขยับเข้าไปใกล้ แม้เธอจะเป็นตำรวจที่ผ่านคดีฆาตกรรมมานับไม่ถ้วน แต่ความรู้สึกของการยืนอยู่ท่ามกลางความมืดในป่าช้า เพื่อผ่าศพที่ควรจะสงบสุขไปแล้วนั้น มันต่างออกไป—มันคือการลบหลู่กฎหมายและธรรมชาติพร้อมกัน
“รอยเย็บนี่มัน...” รินรดาชะงัก เธอไล่สายตาไปตามแนวยาวของลำตัวศพ “มันเย็บไม่เรียบร้อยเลย หมอ ดูนี่สิ ฝีเข็มกว้างกว่าปกติเหมือนคนทำรีบร้อน”
หมอธีร์ใช้คีมถ่างแผลเปิดออก แรงกดดันที่สะสมมาตลอดสัปดาห์หลอมรวมเป็นความนิ่งงันที่น่าสะพรึงกลัว เขาไม่สนบรรยากาศรอบข้าง ไม่สนเสียงลมพัดกิ่งไม้ที่ดูเหมือนเสียงฝีเท้าคน เขาสนใจเพียงสิ่งที่อยู่ภายใต้เยื่อบุช่องท้อง
“ไม่ใช่หัวใจวาย” หมอธีร์พึมพำ น้ำเสียงที่เคยเยือกเย็นเริ่มสั่นเครือด้วยความโกรธ “ดูที่กะบังลม รินรดา เห็นรอยไหม้สีเข้มไหม? นี่ไม่ใช่การชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการตาย แต่มันคือการ ‘เก็บงาน’ ของพวกค้าอวัยวะ”
เขาสอดนิ้วเข้าไปในช่องว่างที่ควรจะเป็นตำแหน่งของไตซ้าย ก่อนจะชะงักค้าง
“มันหายไป... ไตของเขาถูกควักออกไปหลังจากที่ตายแล้ว และศพนี้ถูกยัดเยียดใบมรณบัตรว่าเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจโดยฝีมือของคนระดับศาสตราจารย์ไกรสร” หมอธีร์ดึงบางอย่างออกมาจากใต้ซากอวัยวะที่เน่าเปื่อย มันคือชิ้นส่วนพลาสติกขนาดเล็กที่มีสัญลักษณ์ประหลาด—รูปงูพันคบเพลิง—สัญลักษณ์ประจำห้องแล็บลับของไกรสร
รินรดาหน้าซีดเผือด “นั่นมันรหัส... ของแผนกศัลยกรรมพิเศษที่ไม่มีตัวตนในสารบบโรงพยาบาล”
“ใช่ และมันคือตั๋วใบเดียวที่จะลากหัวหัวหน้าเก่าของผมเข้าตะราง” หมอธีร์หยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมา บันทึกภาพหลักฐานในความมืดโดยใช้แสงแฟลชที่สว่างวาบราวกับฟ้าผ่ากลางป่าช้า
ทันใดนั้น เสียงกิ่งไม้หักดังมาจากทางเข้าสุสาน ทั้งคู่ตัวแข็งทื่อ รินรดาชักปืนพกออกมาในเสี้ยววินาที ความเงียบงันเข้ามาแทนที่เสียงลมหายใจของพวกเขา มันเป็นความเงียบที่หนักอึ้งจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นรัว
“ใคร!” รินรดาตะโกน เสียงสะท้อนกลับไปในความมืดมิด
ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงเงาร่างหนึ่งที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากพุ่มไม้หนาทึบ แสงไฟฉายของรินรดาตวัดไปทางนั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพบว่าไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นร่างสูงโปร่งในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาที่ดูผิดที่ผิดทางอย่างรุนแรงในสถานที่แห่งนี้
ศาสตราจารย์ไกรสรยืนนิ่ง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นเลนส์หนาคู่หนึ่งจับจ้องมาที่ศพที่ถูกเปิดออกด้วยสายตาเรียบเฉย ราวกับเขากำลังมองซากสัตว์ทดลองที่ไร้ค่า ไม่ใช่ร่างของมนุษย์คนหนึ่ง
“หมอธีร์... ความอยากรู้อยากเห็นเป็นนิสัยที่น่าชื่นชม แต่ในนิติเวชศาสตร์ การขุดศพขึ้นมาโดยไม่มีคำสั่งศาลน่ะ เขาเรียกว่า ‘การทำลายหลักฐาน’ นะครับ”
ไกรสรขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของหมอธีร์เย็นเฉียบ “และน่าเสียดายที่ในขณะที่พวกคุณกำลังเล่นสนุกกันอยู่นี้... กล้องวงจรปิดรอบสุสานได้บันทึกภาพ ‘ตำรวจ’ และ ‘แพทย์’ กำลังขโมยศพไปเรียบร้อยแล้ว เตรียมตัวเผชิญหน้ากับชีวิตที่ไม่มีวันได้กลับมาเหมือนเดิมได้เลย”
ก่อนที่รินรดาจะทันได้เหนี่ยวไก เสียงไซเรนรถตำรวจหลายคันก็ดังระงมขึ้นจากระยะไกล แสงไฟสีน้ำเงินแดงสาดส่องเข้ามาในป่าช้าจนสว่างจ้า และที่หน้าแถวรถเหล่านั้น หมอธีร์เห็นร่างของสารวัตรใหญ่—คนที่เขาไว้ใจที่สุด—เดินลงมาจากรถพร้อมกับปืนที่เล็งตรงมาที่พวกเขา
ดร.นิติเวชขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดของคดีนี้ไปกับผมครับ
รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 9
การผ่าศพครั้งที่สอง
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!