"เข็มฉีดยาเบอร์ยี่สิบเอ็ดกับแมนนิตอลความเข้มข้นสูงยี่สิบเปอร์เซ็นต์... นี่คืออาวุธที่ฆ่าเขา รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำของนายแพทย์ธีร์ดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในห้องชันสูตร ร่างกายของเขายังคงสวมชุดกราวน์สีขาวเปื้อนคราบน้ำยาฟอร์มาลิน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจดจ้องอยู่กับเนื้อเยื่อใต้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน หน้าจอคอมพิวเตอร์เบื้องหน้ากำลังฉายภาพกราฟิกสามมิติของรอยช้ำบริเวณข้อพับแขนขวาของศพที่นอนอยู่บนเตียงสแตนเลส
ร.ต.อ.รินรดาใช้มือขยี้ผมตนเองอย่างหัวเสีย เธอเดินวนไปวนมาบนพื้นกระเบื้องยางสีขาวจนเกิดเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นดัง *ก๊อกแก๊ก* สะท้อนก้องห้องเย็นเยียบ เอกสารสำนวนคดีการเสียชีวิตของ "ลุงประจักษ์" พยานปากเอกในคดีลักลอบค้าอวัยวะผิดกฎหมายถูกกำแน่นอยู่ในมือจนยับยู่ยี่
"แพทย์เวรที่โรงพยาบาลเอกชนนั่นลงความเห็นชัดเจนในใบมรณะบัตรว่า 'หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันจากภาวะไตวายเรื้อรัง' หมอธีร์!" รินรดาตบแฟ้มลงบนโต๊ะโลหะเสียงดังสนั่น ดวงตากลมโตฉายแววโกรธขึง "ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีรอยฟกช้ำ กล้องวงจรปิดหน้าห้องพักฟื้นบอกว่าไม่มีใครเข้าออกนอกจากพยาบาลเวรตอนเที่ยงคืน อุบัติเหตุทางการแพทย์ชัดๆ... ทำไมคุณถึงบอกว่านี่เป็นการฆาตกรรมตัดตอน!"
ธีร์ไม่ตอบในทันที เขาค่อยๆ หมุนปุ่มปรับกำลังขยายของกล้องจุลทรรศน์ เลนส์แก้วสะท้อนแสงไฟนีออนสีนวลลงบนแว่นตา
"ตำรวจมักเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น แต่หมอนิติเวชอย่างผม... เชื่อในสิ่งที่เซลล์มันฟ้อง" ธีร์ผละออกจากกล้อง ผายมือเชิญให้รินรดาเข้ามาดูภาพถ่ายไมโครสโคปบนจอภาพ "ดูนี่สิ รินรดา รอยเข็มแทรกซึมผ่านเส้นเลือดดำส่วนลึกที่ข้อพับ ปกติแล้วคนไข้โรคไตเรื้อรังที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จะไม่มีทางฉีดยานี้เข้าเส้นเลือดด้วยตัวเองในปริมาณมากขนาดนี้ได้ภายในสามนาที แรงดันออสโมติกในเลือดจะพุ่งสูงจนดึงน้ำออกจากเซลล์สมองอย่างรุนแรง ทำให้เกิดภาวะสมองบวมน้ำเฉียบพลันและเสียชีวิตก่อนที่หัวใจจะหยุดเต้นเสียอีก"
รินรดาก้มลงมองภาพถ่ายเนื้อเยื่อสมองที่ถูกขยายใหญ่ รอยแตกของเส้นเลือดฝอยกระจายตัวราวกับแผนที่แตกแขนง สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความหงุดหงิดเป็นความตื่นตระหนก "หมายความว่า... คนร้ายใช้ยาระบายความเข้มข้นสูงฉีดเข้าไป เพื่อเลียนแบบอาการป่วยตาย?"
"ถูกต้อง และมันแนบเนียนมากจนหมอเจ้าของไข้ไม่มีทางสงสัย ถ้าผมไม่สั่งเจาะเลือดตรวจหาค่าความเข้มข้นของตัวยาออสโมไลต์ในโพรงกะโหลกศีรษะ เราคงฝังลุงประจักษ์ไปพร้อมกับความลับที่เขากำลังจะมาสารภาพกับคุณในเช้าวันนี้" ธีร์ถอดถุงมือยางสีฟ้าออกโยนลงถังขยะอย่างใจเย็น แต่กรามของเขากลับขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน "คนร้ายรู้ว่าลุงประจักษ์รู้อะไรบ้าง และที่สำคัญ... มันรู้ว่าลุงประจักษ์นัดเจอคุณตอนเก้าโมงเช้าวันนี้"
บรรยากาศในห้องชันสูตรอึมครึมลงทันตาเห็น รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความหนาแน่นของความตายลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ลุงประจักษ์คือคนเดียวที่จะยืนยันรายชื่อบนสมุดบัญชีสีดำของคลินิกเถื่อนใต้ดินได้ การตายของเขาทำให้คดีที่เธอกัดไม่ปล่อยมานานแรมปีกลับมามืดบอดสนิทอีกครั้ง
"พยาบาลเวรคนนั้น..." รินรดารemembered (นึกขึ้นได้) "เธอชื่อมล The nurse on duty last night! เธอบอกว่าเข้ามาเปลี่ยนน้ำเกลือตามรอบ"
"ตรวจสอบประวัติเธอยัง?" ธีร์ถามเสียงเรียบแต่เฉียบคม
"กำลังให้กองปราบเช็ก... แต่ฉันสังหรณ์ใจไม่ดีเลย หมอธีร์" รินรดาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะชันสูตร น้ำเสียงของเธอลดระดับลงเหลือเพียงกระซิบ "โรงพยาบาลเอกชนแห่งนั้น... มีชื่อของศาสตราจารย์ไกรสรเป็นกรรมการที่ปรึกษาใหญ่"
เพียงแค่ชื่อนั้นหลุดออกมา อุณหภูมิรอบตัวราวกับลดฮวบลงไปอีกหลายองศา
ภาพความทรงจำสีเทาหม่นของธีร์ในอดีตผุดวาบขึ้นมาในหัว สมุดบันทึกของพ่อที่เสียชีวิตในคดีอุบัติเหตุปลอมๆ เมื่อสิบปีก่อน มีลายเซ็นของไกรสรปรากฏอยู่มุมล่างเสมอ อาจารย์แพทย์ผู้ทรงอิทธิพลที่เบื้องหน้าคือนักบุญผู้ช่วยชีวิตคนไข้ แต่เบื้องหลังกลับใช้ศพไร้ญาติและคนไข้ระยะสุดท้ายเป็นสะพานเชื่อมสู่ตลาดมืดอวัยวะข้ามชาติ
"ไกรสรไม่ได้แค่ปิดปากพยาน..." ธีร์พึมพำกับตัวเอง ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่ถูกกดทับไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็น "แต่มันกำลังส่งสารมาถึงเรา"
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของรินรดาดังขึ้นทำลายความเงียบ เสียงริงโทนที่เคยปกติกลับฟังดูน่ากลัวในสถานการณ์นี้ รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอหยิบเครื่องขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา กดรับสายโดยไม่ละสายตาจากหมอธีร์
"ว่าไง?... อะไรนะ!" เสียงอุทานของรินรดาดังลั่นห้อง สีหน้าของเธซีดเผือดจนไร้เลือดฝาด ร่างกายเซถอยหลังไปชนกับตู้เก็บเครื่องมือแพทย์จนส่งเสียงดังลั่น
ธีร์ขมวดคิ้วแน่น ก้าวเข้าไปคว้าโทรศัพท์มือถือมาจากมือของเธอที่กำลังอ่อนแรง ปลายสายส่งเสียงหายใจหอบถี่และเสียงไซเรนรถตำรวจดังระรัว
*(เสียงจากปลายสาย)*: "หมอธีร์! สารวัตร! รีบมาที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของโรงพยาบาลเอกชนด่วนครับ! เราเพิ่งเจอ... เราเพิ่งเจอศพพยาบาลมล ถูกแขวนคออยู่ที่คานปูนใต้บันไดหนีไฟ สภาพศพ... สภาพศพของเธอถูกผ่าตัดเปิดหน้าอก ควักเอาหัวใจออกไปสดๆ เหมือนกับเคสฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสัปดาห์ก่อนไม่มีผิดเพี้ยน!"
มือที่ถือโทรศัพท์ของธีร์ชะงักค้างกลางอากาศ ร่างกายของแพทย์นิติเวชผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อศพใดๆ กลับรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วสันหลัง
นี่ไม่ใช่การฆ่าตัดตอนเพื่อปิดปากธรรมดา... แต่มันคือ "การประจาน"
รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด เธอคว้าปืนพกประจำกายขึ้นมาขึ้นลำกล้องด้วยมือที่สั่นเทา หันมาสบตากับธีร์ที่ตอนนี้แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารอันดุร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
"ไปกันเถอะ หมอธีร์..." รินรดากล่าวเสียงสั่นแต่เด็ดเดี่ยว "คนร้ายยังอยู่ในตึกนั้น... และมันกำลังรอให้เราเดินเข้าไปติดกับ"
ธีร์ไม่ตอบคำเขายื่นมือไปหยิบกระเป๋าเครื่องมือผ่าตัดภาคสนามใส่กระเป๋าเสื้อโค้ท หยิบปืนสั้นพกซ่อนที่ล็อกไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานขึ้นมาบรรจุนัดกระสุนอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะก้าวเดินนำหน้าออกไปจากห้องชันสูตรด้วยฝีเท้าหนักแน่น ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนที่กำลังกลืนกินความจริงทั้งหมดเอาไว้
ทันใดนั้นเอง ไฟนีออนบนเพดานทางเดินด้านนอกก็เกิดอาการกระพริบติดๆ ดับๆ *พรึบ... พรึบ...* เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังวิ่งตรงเข้ามาจากปลายทางเดินมืดทึบ พร้อมกับเงาร่างของชายชุดดำสามคนที่ปรากฏขึ้นตรงหัวมุม พร้อมอาวุธปืนเก็บเสียงในมือที่เล็งตรงมายังพวกเขาโดยไม่มีแม้แต่เสียงเตือน!
"หมอธีร์! ระวัง!" รินรดาตะโกนลั่นพร้อมกับกระชากตัวธีร์หลบวิถีกระสุนที่เจาะทะลุกระจกห้องข้างๆ จนแตกละเอียดเป็นจุลในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — ดร.นิติเวช*
รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 8
การตายของพยาน
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!