รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 33

นิติเวชเชิงรุก

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
“เก็บตัวอย่างไว้ให้ดีครับไกรสร... ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่คุณทิ้งไว้ให้ครอบครัวเหยื่อ มันจะกลายเป็นบ่วงที่รัดคอคุณเอง” ผมพึมพำกับความว่างเปล่าภายในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบเศษดินสีแดงเข้มที่ผมขูดออกมาจากส้นรองเท้าของผู้ต้องสงสัยที่ไกรสรเพิ่งกำจัดทิ้งไปเมื่อครู่ มันไม่ใช่ดินธรรมดา แต่มันคือ ‘ดินดานปนแร่เหล็ก’ ซึ่งมีค่าความเป็นกรดสูงกว่าปกติ ผมวางพู่กันลง สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสมาธิ ความเยือกเย็นในฐานะแพทย์นิติเวชคือเกราะคุ้มกันเดียวที่ผมมีในยามนี้ “วิเคราะห์ธรณีวิทยาเชิงนิติเวช... นายไปไหนมากันแน่ คุณรินรดา” ผมเอ่ยชื่อเธอเบาๆ ในใจ พลางเลื่อนสไลด์แก้วเข้าใต้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง ภาพที่ปรากฏบนจอภาพสี่เหลี่ยมเบื้องหน้าไม่ใช่เพียงเศษดิน แต่มันคือบันทึกการเดินทางของฆาตกร สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่เรียกว่า ‘ไดอะตอม’ (Diatom) สายพันธุ์เฉพาะถิ่นปะปนอยู่กับเศษแร่สีแดงสด มันคือพิกัด... มันคือจิ๊กซอว์ที่ไกรสรพลาดไปอย่างไม่น่าให้อภัย เขาคิดว่าการกำจัดคนคือการลบหลักฐาน แต่เขาลืมไปว่าโลกใบนี้มีร่องรอยที่ไม่มีใครสามารถลบทิ้งได้ง่ายๆ ในขณะที่ผมกำลังปรับโฟกัส ภาพของละอองเกสรดอกไม้ชนิดหนึ่งก็ปรากฏขึ้น มันคือ ‘กล้วยไม้ป่าหิน’ ซึ่งขึ้นอยู่เฉพาะในบริเวณเขตนิคมอุตสาหกรรมเก่าฝั่งตะวันออกที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายสิบปี หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งครั้ง สถานที่นั่นคือที่ที่พ่อของผมเคยหายตัวไปเมื่อยี่สิบปีก่อน มือถือบนโต๊ะสั่นครืด ผมหยิบขึ้นมาดู ข้อความสั้นๆ จากรินรดาที่ส่งมาก่อนสัญญาณจะขาดหายไป: *‘หมอธีร์... หนูเจอห้องใต้ดินที่ไม่มีในผังเมือง มันไม่ใช่ที่เก็บศพ แต่มันคือ...’* ประโยคนั้นค้างคาอยู่แค่นั้น ผมรีบคว้าเสื้อกาวน์และกระเป๋าอุปกรณ์นิติเวชวิ่งออกจากห้องทำงานโดยไม่หันกลับไปมอง ผมรู้ดีว่าสิ่งที่รินรดากำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่แค่การสืบสวน แต่มันคือการเผชิญหน้ากับความลับที่ไกรสรซ่อนไว้ใต้ผืนดินนับพันศพ การขับรถท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาทำให้ทัศนวิสัยพร่ามัว แต่ทุกหยดน้ำที่กระทบกระจกหน้ารถกลับตอกย้ำภาพในหัวของผม พื้นที่นั้น... พิกัดจากเศษดินนั่น... มันคือห้องแล็บลับที่ไกรสรใช้ทดลองกับมนุษย์จริงๆ เมื่อถึงเขตนิคมอุตสาหกรรม ผมจอดรถไว้ห่างจากอาคารเป้าหมาย ร่างกายของผมเคลื่อนไหวด้วยสัญชาตญาณของการเป็นนักนิติเวชที่ต้องเก็บหลักฐานมากกว่าการเป็นตำรวจที่จะเข้าปะทะ ผมย่องผ่านแนวลวดหนามที่ถูกตัดทิ้งไว้อย่างไม่เป็นธรรมชาติ รอยเท้าโคลนที่สดใหม่ปรากฏอยู่หน้าประตูเหล็กสนิมเขรอะ ผมผลักประตูเบาๆ เสียงเหล็กเสียดสีกันดังก้องไปทั่วความเงียบ ผมชักไฟฉายออกมา กวาดลำแสงไปรอบห้อง กลิ่นฟอร์มาลีนจางๆ ผสมกับกลิ่นคาวเลือดที่คุ้นเคยตีขึ้นจมูก “รินรดา?” ผมเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงหยดน้ำที่ตกลงกระทบพื้นคอนกรีตดัง ‘แปะ... แปะ...’ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผมก้าวเดินไปตามทางเดินแคบๆ จนถึงห้องทดลองหลัก ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ผมต้องหยุดหายใจ แสงไฟนีออนกะพริบถี่ๆ ส่องให้เห็นร่างของรินรดานอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ ผมรีบพุ่งเข้าไปหาเธอ มือสั่นเทาเล็กน้อยในขณะที่เอื้อมไปจับชีพจรที่ลำคอ... เธอยังหายใจ แต่ชีพจรเต้นอ่อนผิดปกติ “หมอธีร์...” เสียงของเธอกระซิบแผ่วจนแทบไม่ได้ยิน “อย่า... อย่าขยับ...” ผมชะงัก สายตาเหลือบไปเห็นเส้นด้ายไนลอนบางเฉียบที่ขึงอยู่รอบตัวเรา มันเชื่อมต่อไปยังกลไกบางอย่างบนผนังที่ต่อตรงกับถังแก๊สขนาดใหญ่เหนือหัว มันไม่ใช่แค่การฆาตกรรม แต่มันคือการวางกับดักที่ออกแบบมาเพื่อ ‘สังหาร’ ผู้ที่เข้ามาขัดขวาง “นี่คือกับดักที่ไกรสรเตรียมไว้ให้เรา” ผมกัดฟันแน่น มองดูเครื่องวัดความดันที่เริ่มขยับตัวเลขอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาจากความมืดด้านหลัง ผมไม่ต้องหันไปก็รู้ว่านั่นคือใคร กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ผสมกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อเฉพาะตัวของเขาทำให้อากาศรอบตัวดูหนักอึ้ง “ยินดีต้อนรับสู่การผ่าชันสูตรครั้งสุดท้ายครับ... คุณหมอธีร์” เสียงนุ่มทุ้มของไกรสรดังขึ้นพร้อมกับเสียงลั่นไกของอุปกรณ์บางอย่างที่ดังแกร๊กก้องไปทั่วห้อง ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมไขปมปริศนาไปกับผมนะครับ ดร.นิติเวช
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%