“วางปืนลงเถอะครับริน... ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้”
ผมเอ่ยประโยคนี้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจในอกจะเต้นเร็วจนแทบจะทะลุออกมานอกซี่โครง สายตาของผมจ้องมองเข้าไปในรูลำกล้องปืนสีดำสนิทที่เล็งตรงมายังจุดศูนย์กลางของหน้าผาก กระบอกสูบที่ไร้ซึ่งการสั่นไหวของรินรดานั้นบอกชัดเจนว่า เธอไม่ได้ขู่ เธอไม่ได้กำลังทำตามคำสั่งของใคร แต่นี่คือรินรดาคนที่ผมเคยรู้จัก... ในภาวะที่ถูกครอบงำด้วยบางอย่าง
“เป้าหมาย... ถูกระบุตัวตนแล้วครับ หมอธีร์” เธอทวนคำด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาของเธอว่างเปล่า ไร้แววของความเห็นอกเห็นใจที่เคยมีให้กันในห้องชันสูตรศพ
ผมไม่ได้ขยับหนี ผมขยับเพียงนิ้วชี้ไปแตะที่ขอบแว่นตา สายตาคู่นี้จดจำทุกรายละเอียดของสิ่งรอบข้าง ทั้งวิถีกระสุน แสงเงาในห้องที่มืดสลัว และที่สำคัญที่สุด... หยดของเหลวใสที่เกาะอยู่ตามขอบหน้าต่างบานเกล็ด
“ศาสตราจารย์ไกรสรไม่ได้บอกคุณหรือครับ ว่าสารเคมีที่เขากำลังทดลองอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายน่ะ... มันมีผลข้างเคียงต่อระบบประสาทส่วนกลางที่ทำให้อารมณ์ด้านลบขยายตัวนับสิบเท่า” ผมพูดพลางก้าวเท้าช้าๆ ไปด้านข้างอย่างไม่เกรงกลัว “คุณไม่ได้อยากฆ่าผมจริงๆ หรอกครับ คุณแค่กำลังถูกสารเคมีนั่นเล่นงาน”
รินรดานิ่วหน้าเล็กน้อย กระบอกปืนลดระดับลงเพียงเศษเสี้ยววินาทีก่อนจะยกขึ้นใหม่ “อย่าพยายามใช้ความรู้ทางนิติวิทยาศาสตร์ของคุณมาวิเคราะห์ผม หมอธีร์... มันไร้ประโยชน์”
“มันไม่ไร้ประโยชน์หรอกครับ” ผมคว้าโอกาสที่เธอเสียจังหวะ พุ่งตัวไปที่โต๊ะไม้เก่าๆ คว้าเอาแก้วน้ำใบหนึ่งที่มีคราบตะกอนสีขาวขุ่นติดอยู่ขึ้นมา “ดูนี่ครับ... คราบนี้ไม่ใช่ฝุ่น แต่มันคือผลึกโซเดียมไนเตรตที่เจือปนมาในน้ำดื่ม คุณไม่ได้ดื่มน้ำเปล่าบริสุทธิ์ แต่คุณกำลังได้รับสารเคมีบางอย่างที่ไกรสรแอบใส่ไว้ในระบบน้ำของเซฟเฮาส์นี้ เพื่อควบคุมให้คุณทำตามคำสั่ง”
บรรยากาศในห้องเงียบสนิทจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง ผมไม่ได้มองแค่เธอ แต่ผมมองลึกลงไปที่หลอดเลือดดำที่พับอยู่ตรงขมับของเธอ มันเต้นตุบๆ ผิดจังหวะ—สัญญาณของสภาวะพิษเฉียบพลัน
“ทิ้งปืนลง... แล้วผมจะช่วยคุณ” ผมยื่นมือออกไปเหมือนยื่นมือไปหาผู้ป่วยที่กำลังจะช็อก “ผมคือหมอ และหน้าที่ของผมไม่ใช่การจับผิด แต่เป็นการกู้ชีวิต”
รินรดากัดริมฝีปากจนห้อเลือด ดวงตาของเธอสลับไปมาระหว่างความดุดันและความเจ็บปวด เธอกำลังสู้กับสารเคมีในกระแสเลือด ผมรู้ดีว่าเวลาของผมมีน้อยเหลือเกิน เสียงรถยนต์ที่แล่นเข้ามาจอดด้านหน้าเซฟเฮาส์ดังแว่วมาตามสายลม มันไม่ใช่รถตำรวจ แต่มันคือเสียงเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นเก่า... รถของศาสตราจารย์ไกรสร
“หนีไป... หมอ...” รินรดาครางออกมาพร้อมกับทรุดตัวลงคุกเข่า ปืนในมือหล่นลงพื้นเสียงดังสนั่น
ผมไม่รอช้า พุ่งเข้าไปคว้าแขนเธอไว้ แต่จังหวะนั้นเอง ประตูไม้บานเก่าที่ถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนาก็พังครืนลงมาด้วยแรงเตะมหาศาล ร่างสูงโปร่งในชุดกาวน์สีขาวสะอาดสะอ้านก้าวเข้ามาท่ามกลางฝุ่นตลบ ศาสตราจารย์ไกรสรยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มือข้างหนึ่งถือรีโมทคอนโทรลขนาดเล็ก ส่วนอีกข้างถือเข็มฉีดยาบรรจุของเหลวสีฟ้าเข้ม
“ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจจริงๆ” ไกรสรกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเหมือนกำลังบรรยายในห้องเลคเชอร์ “หมอนิติเวชผู้เก่งกาจ กับตำรวจสาวผู้ซื่อสัตย์... น่าเสียดายที่บทเรียนวันนี้จะต้องจบลงด้วยความตายของทั้งคู่”
เขากดปุ่มบนรีโมท เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นไปทั่วบริเวณ พร้อมกับแผ่นโลหะหนาที่ค่อยๆ เลื่อนลงมาปิดตายทางออกทุกทิศทาง ผมกวาดสายตามองไปรอบห้อง ความรู้ทางนิติวิทยาศาสตร์และฟิสิกส์ในหัวกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว ผมมีเวลาไม่ถึงนาทีที่จะใช้สารเคมีที่อยู่บนโต๊ะนี้ทำปฏิกิริยากับแบตเตอรี่ในกล้องถ่ายรูปที่ตกอยู่เพื่อสร้างก๊าซพิษเบี่ยงเบนความสนใจ
“ริน... ฟังผมนะ” ผมกระซิบข้างหูเธอขณะพยุงให้ลุกขึ้น “เมื่อผมให้สัญญาณ ให้หมอบลงกับพื้นทันที”
“แกจะทำอะไร...” ไกรสรเริ่มก้าวเข้ามาใกล้ แววตาของเขาซ่อนความกระหายเลือดไว้ภายใต้รอยยิ้มอาบยาพิษ
ผมโยนแบตเตอรี่ลงในแก้วน้ำที่มีสารโซเดียมไนเตรตทันที เกิดประกายไฟและควันสีเหลืองอมเขียวพุ่งกระจายออกมาจนมองไม่เห็นทาง ไกรสรชะงักและกไอโขลกอย่างรุนแรง ผมลากตัวรินรดาพุ่งไปที่หน้าต่างบานที่ผมเห็นรอยของเหลวเมื่อครู่ แรงกระแทกเพียงครั้งเดียวทำให้บานเกล็ดที่เสื่อมสภาพหลุดออกเผยให้เห็นช่องว่างให้มุดออกไป
แต่ทันทีที่ผมพาเธอออกมาถึงด้านนอก ความหวังทั้งหมดก็พังทลายลง
ตรงหน้าเราไม่ใช่ทางออกสู่ถนน แต่คือหน้าผาชันที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง และที่สำคัญ... บนลานดินว่างเปล่าตรงนั้น มีชายฉกรรจ์ชุดดำยืนเรียงรายนับสิบคน ทุกคนเล็งอาวุธมาที่เรา และคนตรงกลางที่ก้าวออกมาคือ ‘พ่อ’ ของผม... ชายที่ผมเชื่อมาตลอดว่าตายไปแล้วในคดีฆาตกรรมเมื่อสิบปีก่อน
เขาปัดฝุ่นที่สูทอย่างใจเย็นก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “งานดีมากไกรสร... ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนในครอบครัวเองเถอะ”
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการสืบสวนที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ ดร.นิติเวช
รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 32
แข่งกับเวลา
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!