"หายใจเข้าลึกๆ หมอธีร์... อย่าเพิ่งตายตอนนี้ ผมยังไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ!"
เสียงของรินรดาตะโกนฝ่าความมืดและม่านฝุ่นที่คลุ้งไปทั่วสุสาน แรงกดทับมหาศาลจากดินที่ถล่มลงมาทำให้กระดูกซี่โครงของผมประท้วงด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ผมลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดมิดที่กดทับสติสัมปชัญญะ แสงไฟฉายจากเครื่องแบบตำรวจของรินรดาส่องสว่างจ้าทะลุผ่านรูโหว่ของหน้าดินที่เธอพยายามขุดอย่างบ้าคลั่ง เลือดไหลซึมจากบาดแผลที่หน้าผากลงมาบดบังทัศนวิสัย แต่สมองของผมกลับประมวลผลอย่างเยือกเย็น
"อย่า... ขุดต่อ" ผมเค้นเสียงลอดไรฟันผ่านความอึดอัด "ดินรอบๆ มันไม่มั่นคง... ถ้าขุดผิดจุด... ทั้งหมดจะถล่มลงมาทับคุณด้วย"
"ฉันไม่สน!" เธอแผดเสียงกลับมา น้ำตาคลอเบ้าแต่สายตาของเธอดุดันกว่าครั้งไหนๆ "คุณห้ามตายที่นี่ หมอ! คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าความจริงต้องถูกเปิดเผย!"
ผมหยิบเศษผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเลือดที่ไหลเข้าตา พลางสำรวจร่างกายตัวเอง แรงอัดจากการระเบิดไม่ได้ฆ่าผมทันที แต่เศษกระเบื้องและชิ้นส่วนของโลงศพโบราณที่กระจัดกระจายอยู่รอบตัวกำลังบอกอะไรบางอย่าง ผมเอื้อมมือไปหยิบเศษแก้วทดลองที่ตกอยู่ใกล้เท้าของศาสตราจารย์ไกรสรเมื่อครู่ มันไม่ใช่แก้วทั่วไป แต่มันคือหลอดบรรจุสารเคมีแบบพิเศษที่ป้องกันการแตกหักด้วยแรงกระแทก
สามชั่วโมงต่อมา ณ ห้องแล็บนิติเวช กลิ่นฟอร์มาลีนที่อบอวลคือบ้านที่ผมคุ้นเคยที่สุด แม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจากการถูกฝังกลบชั่วคราว แต่สมาธิของผมจดจ่ออยู่กับตัวอย่างของเหลวใสที่เหลือเพียงหยดเดียวในหลอดที่ผมคว้ามาได้จากสุสาน
"ผลตรวจจากโครมาโตกราฟีออกมาแล้วครับ" ผมพึมพำกับตัวเองขณะเพ่งมองกราฟที่พุ่งสูงขึ้นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
รินรดาเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางอ่อนแรง เธอยังไม่ได้เปลี่ยนชุดที่เปื้อนดินโคลน "ได้อะไรไหมคะ... เอ้อ ได้อะไรบ้างครับหมอ?"
"ไม่ใช่ไซยาไนด์ ไม่ใช่อะโคไนทีน" ผมตอบพลางขยับแว่นสายตา "มันคือ 'อนุพันธ์สังเคราะห์ของพิษจากปลากระเบนไฟฟ้า' แต่ถูกปรับแต่งโครงสร้างโมเลกุลด้วยสารกัมมันตภาพรังสีอ่อนๆ เพื่อให้มันแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดและหยุดการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจโดยไม่ทิ้งร่องรอยของการอักเสบเลยแม้แต่นิดเดียว... นี่คือเหตุผลที่เหยื่อทุกรายดูเหมือนแค่ 'หลับไปเฉยๆ'"
รินรดาขมวดคิ้ว "ศาสตราจารย์ไกรสรต้องการสร้างสารพิษที่ตรวจไม่พบเพื่ออะไร?"
"ไม่ใช่เพื่อฆ่าให้ตายในทันทีครับ แต่มันคือ 'การจำลองภาวะใกล้ตาย'" ผมหยิบภาพถ่ายศพจากคดีเก่าของพ่อขึ้นมาเปรียบเทียบ "เขากำลังหาทางควบคุมชีวิตคน... ทำให้คนเป็นกลายเป็นเหมือนศพที่ไร้การตอบสนอง เพื่อนำไปสู่การปลูกถ่ายหรือทดลองอะไรบางอย่างที่น่ากลัวกว่านั้น"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแล็บ จังหวะที่ผมกำลังจะวิเคราะห์โครงสร้างสารพิษต่อนั้นเอง สัญญาณเตือนภัยของระบบรักษาความปลอดภัยในแล็บก็ดังลั่นสนั่นหวั่นไหว หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องดับวูบลงพร้อมกัน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานที่มีข้อความเดียวปรากฏซ้ำไปซ้ำมา
'ยินดีด้วยนะหมอ... ในที่สุดคุณก็พบจุดเริ่มต้นของนรกแล้ว'
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก้าวเข้ามาทางประตูหน้าแล็บ รินรดาชักปืนออกมาในจังหวะเดียวกับที่ผมคว้ามีดผ่าตัดเตรียมไว้ ทว่าเมื่อประตูเปิดออก ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับไม่ใช่ศาสตราจารย์ไกรสร แต่เป็นสารวัตรใหญ่ที่เพิ่งถูกสั่งย้ายออกนอกพื้นที่ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมด้วยใบหน้าของผู้หมวดหนุ่มที่ผมเคยไว้ใจที่สุด
"ส่งของในมือคุณมาให้เราเถอะครับหมอธีร์" สารวัตรกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ขณะที่เขากดรีโมทในมือ เสียงสัญญาณบางอย่างเริ่มทำงานถี่ขึ้นเรื่อยๆ จากใต้พื้นห้องแล็บที่ผมยืนอยู่ "คุณคิดว่าคุณกำลังสืบสวนคดีอยู่... แต่จริงๆ แล้วคุณน่ะ... เป็นแค่ 'ตัวแปร' ที่ศาสตราจารย์ต้องการให้ตายตั้งแต่วันแรกแล้วครับ"
พื้นห้องแล็บใต้เท้าของผมเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรงอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่มีเสียงระเบิดดังก้องเหมือนที่สุสาน แต่เป็นเสียงเครื่องจักรที่กำลังเปิดกลไกบางอย่างให้พื้นทั้งห้องค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นหลุมลึกที่เต็มไปด้วยของเหลวหนืดสีดำที่ผมจำได้แม่น... มันคือกรดเข้มข้นที่ใช้สำหรับทำลายหลักฐานทางการแพทย์โดยเฉพาะ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดครั้งนี้ไปกับผมนะครับ ดร.นิติเวช
รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา•ตอนที่ 39
พิษที่ไร้กลิ่น
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยกรีดเลือด: ปริศนาฆาตกรไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!