กลิ่นอายของชาดอกเหมยเคี่ยวกับน้ำค้างยามราตรีลอยอบอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่าความหอมละมุนนั้นมิอาจกลบกลืนบรรยากาศอันเยียบเย็นราวกับน้ำแข็งที่เกาะกุมเรือนพักหลังงามของหลี่มู่เหยาได้เลย
เสียงจอกกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่กระทบลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมดัง *กริ๊ก* เบา ๆ ทว่ากลับคมชัดบาดลึกเข้าไปในความเงียบงัน
"ข่าวลือที่หว่านออกไป... เริ่มงอกเงยดอกผลที่น่าพึงพอใจแล้วใช่หรือไม่เพคะ นายหญิง"
เซียงเฉียว สาวใช้คนสนิทเอ่ยกระซิบพรางรินน้ำชาเติมลงในจอกด้วยมือที่มั่นคง แม้ใบหน้าจะยังคงเรียบเฉยตามวินัยที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวด แต่ประกายในดวงตากลับสะท้อนความสะใจอยู่ลึกๆ เพราะนางรู้ดีว่า บัดนี้ความวุ่นวายกำลังแผ่ซ่านไปทั่วทุกตารางนิ้วของจวนเสนาบดีและราชสำนักฝ่ายใน
หลี่มู่เหยาไม่ตอบคำนาง นางเพียงยกปลายนิ้วเรียวประดับด้วยปลอกเล็บทองคำสลักลายหงส์ขึ้นไล้ขอบจอกช้าๆ สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างบานแกะสลัก ที่ซึ่งแสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบผิวน้ำในอ่างบัวจำลองจนระยิบระยับดั่งเกล็ดปลา
หมากตานี้... นางไม่ได้ใช้กำลังพล ไม่ได้ใช้ยาพิษระคายผิว แต่นางใช้ "ปากคำ" ของคนผู้ต่ำต้อยและชนชั้นล่างสุดในวังวนอำนาจ เป็นอาวุธเชือดเฉือนเหล่าผู้สูงศักดิ์ที่เคยเหยียบย่ำนางในชาติก่อน
เมื่อสามวันก่อน ข่าวลือเรื่อง "คุณหนูรองตระกูลหลี่ผู้เพียบพร้อม แอบลักลอบพบioreบุรุษแปลกหน้ายามวิกาลในอารามร้าง" ได้แพร่สะพัดออกไปราวกับไฟลามทุ่ง แม้จะเป็นเพียงลมปากที่ไร้หลักฐาน แต่ในเรือนหลังที่สตรีถือเรื่องเกียรติยศยิ่งกว่าชีวิต ข่าวลือเช่นนี้ย่อมร้ายแรงยิ่งกว่าคมดาบพันเล่ม
ยิ่งไปกว่านั้น นางยังจงใจปล่อยข่าวลืออีกสายหนึ่งซ้อนทับเข้าไป ว่ากันว่าเครื่องประดับทองฝังมรกตล้ำค่าที่ฮองเฮาพระราชทานให้แก่ตระกูลหลี่ แท้จริงแล้วถูกนำไปจำนำเพื่อชดใช้หนี้การพนันของคุณชายใหญ่ผู้มักมากในกามารมณ์!
เพียงเท่านี้... ไฟสงครามแย่งชิงความโปรดปรานในตระกูลหลี่และสภาขุนนางก็ลุกโชนขึ้นโดยที่นางไม่ต้องออกแรงแม้แต่ปลายนิ้วก้อย
"คนเราเมื่อยืนอยู่บนจุดสูงสุด ย่อมหวาดกลัวเงาของตนเองมากที่สุด" มู่เหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าราบเรียบและเย็นเยียบดั่งหิมะพันปี "พวกมันคิดว่าความเงียบและการปัดสวะให้พ้นตัวจะช่วยรักษาชื่อเสียงจอมปลอมเอาไว้ได้... แต่ความจริงแล้ว ยิ่งดิ้นรนแก้ตัวมากเท่าไหร่ บ่อโคลนที่พวกมันเหยียบอยู่ก็ยิ่งดูดกลืนพวกมันให้จมดิ่งลึกลงไปเท่านั้น"
"บ่าวได้ยินมาว่า ฮูหยินรองถึงกับเป็นลมล้มพับไปเมื่อได้ยินข่าวลือเรื่องหนี้สินของบุตรชาย ส่วนคุณหนูรอง... ตอนนี้เอาแต่ขังตัวเองร้องไห้ในห้อง ไม่ยอมพบหน้าผู้ใดแม้แต่บิดาเจ้าค่ะ" เซียงเฉียวรายงานต่อด้วยรอยยิ้มบางๆ
มู่เหยาสรวลในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูคล้ายเสียงน้ำค้างแข็งร่วงหล่นจากกิ่งไม้ "นี่ยังน้อยไป... สำหรับความเจ็บปวดที่พวกมันเคยฝากไว้บนร่างของข้าในชาติก่อน ความอัปยศอดสูเพียงเท่านี้ ยังเทียบไม่ได้กับเศษเสี้ยวหนึ่งด้วยซ้ำ"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปตามแผนการอันแยบยลของนางนั้น ประตูเรือนด้านนอกกลับถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรเงินดิ้นทองด้วยฝีมือประณีตปรากฏขึ้นท่ามกลางเงาจันทร์ กลิ่นอายอันคุ้นเคยที่ทรงพลังและกดดันผู้คนรอบข้างให้ต้องก้มหัวโดยปริยายแผ่ซ่านเข้ามาในทันที
เฟยหรงอ๋อง — หยางจิ้น
เขาก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบดั่งพยัคฆ์ล่าเหยื่อ ดวงตาคมกริบลึกล้ำดั่งเหวหมื่นลี้กวาดมองมู่เหยาที่นั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะน้ำชา ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกย่องขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งจากบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเลือดเย็นที่สุดในแคว้น
"เจ้าใช้เล่ห์เหลี่ยมเพียงน้อยนิด ปั่นป่วนราชสำนักจนปั่นป่วนไปหมด มู่เอ๋อร์ของข้า... เจ้าช่างร้ายกาจขึ้นทุกวันแล้ว"
น้ำเสียงทุ้มต่ำกังวานเอ่ยเย้าแหย่ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความหลงใหลและประกายแห่งความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด เขาเดินเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังนาง ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบชิดริมใบหู จนกลิ่นอายบุรุษอันอบอุ่นเจือกลิ่นอายสนธยาโชยเข้าจมูกของนาง
มู่เหยาไม่สะดุ้งสะเทือน นางเพียงช้อนสายตาขึ้นสบตากับเขาผ่านเงากระจกทองเหลืองเบื้องหน้า "ท่านอ๋องทรงว่างเว้นราชกิจจากค่ายทหารเหล็กแล้วหรือเพคะ ถึงมีเวลามาเยี่ยมเยียนเรือนพักอันเงียบสงบของหม่อมฉัน"
"ราชกิจใดเลจะสำคัญเท่ากับการได้มาดู... ว่าที่ชายาของข้าใช้ดาบที่ไร้คมเชือดคอศัตรูอย่างไร" หยางจิ้นเอื้อมมือหนาออกไปจับปอยผมสีดำขลับของนางขึ้นมาจรดริมฝีปากอย่างทะนุถนอม สัมผัสแผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและหนักแน่นราวกับคำสัญญาที่ไม่มีวันแปรเปลี่ยน
มู่เหยาผินหน้าหลบเล็กน้อย ทว่ามิได้ปัดป้องมือของเขา นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้คือผู้เดียวในใต้หล้าที่มองทะลุเปลือกนอกอันเยือกเย็นและพร้อมจะสนับสนุนทุกแผนการล้างแค้นของนางอย่างไม่มีเงื่อนไข
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงภายใต้เงาจันทร์อันงดงามนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาคนสนิทก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน ตามมาด้วยน้ำเสียงร้อนรนที่สะท้อนความตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด
"ท่านอ๋อง! นายหญิง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
หยางจิ้นขมวดคิ้วมุ่นในทันที ดวงตาคมกริบเปล่งประกายอำมหิตขึ้นวูบหนึ่งด้วยความไม่พอใจที่มีผู้มารบกวนช่วงเวลาสำคัญ
"เข้ามา" อ๋องหนุ่มเอ่ยเสียงต่ำ
ประตูเรือนเปิดผางออก องครักษ์เงาพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้นด้วยท่าทีหอบหายใจ ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย "รายงานท่านอ๋อง... เมื่อครู่มีราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้เรียกตัวนายหญิงหลี่มู่เหยาเข้าเฝ้าเป็นการเร่งด่วนพ่ะย่ะค่ะ!"
มู่เหยาชะงัก ร่างเพรียวบางนิ่งค้างไปชั่วขณะ จอกชาในมือพลันหยุดนิ่ง
องครักษ์เงากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะกล่าวประโยคถัดมาที่ทำให้ความเงียบงันภายในห้องพังทลายลงในพริบตา
"และ... และคนที่นำราชโองการมาส่งด้วยตนเองหน้าจวน... คือองค์ชายสามผู้เพิ่งเดินทางกลับมาจากชายแดนตอนใต้พ่ะย่ะค่ะ!"
ดวงตาของหลี่มู่เหยาหรี่แคบลงทันที หัวใจที่เคยสงบนิ่งดั่งน้ำในบึงลึกกลับกระตุกวูบ ภาพความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตชาติที่ถูกบุรุษผู้นั้นทรยศหักหลังและยัดเยียดข้อหาสุดชั่วช้าพรั่งพรูเข้ามาในสมองดั่งคลื่นพายุ
— ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามา ณ ที่นี้นะคะ — หงส์เพลิงหวนคืน
หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม•ตอนที่ 16
ข่าวลือและเสียงนินทา
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!