กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้ลอยวนอบอวลอยู่ภายใต้หลังคาตำหนักไทเฮา ทว่ากลับมิอาจกลบเกลื่อนกลิ่นอายคุกรุ่นแห่งการเชือดเฉือนที่แผ่ซ่านออกมาจากสายตาของทุกผู้คนในท้องพระโรงชั้นในแห่งนี้ได้
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ หลี่มู่เหยายืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ อาภรณ์ผ้าแพรปักลายหงส์เคียงมังกรสีนวลขับเน้นให้ร่างระหงดูสง่างามดั่งภาพวาดโบราณ ทว่าแววตาคู่คมกลับทอประกายเยือกเย็นราวน้ำแข็งพันปี นางกำลังเผชิญหน้ากับข้อกล่าวหาจากพระสนมซูที่แสร้งบีบน้ำตาฟูมฟายอยู่แทบเบื้องพระบาทฮ่องเต้
"ฝ่าบาท... หม่อมฉันเพียงแต่ความหวังดีนำซุปโสมบำรุงพระเนตรมาถวาย แต่เหตุไฉนคุณหนูหลี่จึงกล่าวหาว่าในซุปมียาพิษสลายจันทร์เด็ดขาดเช่นนี้เล่าเพคะ? หรือนางมีความแค้นอันใดฝังAลึกตระกูลซูของหม่อมฉัน จึงกล้ากล่าวคำเท็จใส่ร้ายป้ายสีต่อหน้าพระพักตร์เช่นนี้!"
น้ำเสียงสั่นเครือแต่แฝงไว้ด้วยความอาฆาตมาดร้ายของพระสนมซูดังสะท้อนก้อง ฮ่องเต้หยางฮุ่ยผู้ประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรขมวดพระพักตร์มุ่น พระเนตรคมกริบกวาดมองหลี่มู่เหยาด้วยความสงสัยระคนระแวง ราชสำนักในยามนี้เปรียบเสมือนกระดานหมากรุกที่เดินผิดเพียงตาเดียว หัวก็อาจหลุดจากบ่าได้ทันที
หลี่มู่เหยาแย้มสรس란เล็กน้อย รอยยิ้มที่งดงามแต่กลับมิอาจส่งไปถึงดวงตา นางย่อกายลงทำความเคารพอย่างได้สัดส่วนและงดงามไร้ที่ติ ตามขนบธรรมเนียมของสตรีสูงศักดิ์ทุกประการ
"ทูลฝ่าบาท พระสนมซูทรงตรัสว่าหม่อมฉันใส่ร้าย... ช่างน่าขันสิ้นดีเพคะ" น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่มั่นคงกังวาน "หากซุปโสมชามนี้บริสุทธิ์ไร้มลทินจริง เหตุใดขันทีผู้ถวายหารถอยหลังสามก้าวทันทีที่หม่อมฉันหยิบเข็มเงินลงไปทดสอบ? และหากพระสนมทรงบริสุทธิ์ใจ เหตุใดฝ่าพระบาทจึงยังไม่กล้าให้องค์รักษ์หลวงนำซุปชามนี้ไปให้สุนัขหลวงลองเสวยเล่าเพคะ?"
คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดกรีดลงกลางใจของพระสนมซูจนหน้าถอดสี ขันทีเฒ่าข้างกายฮ่องเต้พลอยตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ฮ่องเต้ทรงตบพระหัตถ์ลงบนที่วางแขนเสียงดังสนั่น "บังجาญ! หลี่มู่เหยา เจ้าช่างกล้าท้าทายอำนาจในวังหลังถึงเพียงนี้เชียวหรือ!"
ในวินาทีที่วิกฤตกำลังจะบีบคั้นให้ลมหายใจสะดุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นจากนอกตำหนัก
กึก... กึก... กึก...
เสียงรองเท้าบูทหนังปักลายมังกรเหยียบย่างเข้ามาทีละก้าว ทว่าท่วงทีนั้นกลับทรงพลังกดดันจนขุนนางและนางกำนัลทั้งหลายต้องก้มหน้าหลบสายตาโดยอัตโนมัติ ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมยาวปักลายกิเลนสีดำสนิทก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างหลี่มู่เหยาอย่างอารักขา กลิ่นอายความเย็นชาและกลิ่นอายโลหิตสนามรบแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วสารทิศ
"เฟยหรงอ๋องเสด็จ—!" เสียงขันทีขานรับดังขึ้น
หยางจิ้นกวาดสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวภูเขาไปยังพระสนมซู ก่อนจะประสานมือคารวะฮ่องเต้ด้วยท่าทีที่หาได้มีความนอบน้อมอย่างแท้จริงไม่ "ทูลเสด็จพี่ หม่อมฉันผ่านมาได้ยินเสียงเอะอะโ닉โหนก จึงเข้ามาดูให้แน่ใจว่าวังหลังของแคว้นเราในยามนี้ ตกต่ำถึงขั้นต้องใช้ข้อหาตื้นเขินมารังแกบุตรีสตรีขุนนางผู้บริสุทธิ์แล้วหรือ?"
ฮ่องเต้ทรงพระชะงัก สีพระพักตร์เปลี่ยนเป็นคล้ำลง "น้องรอง เจ้ากำลังพูดจาเหลိုးไหลอันใด? สนมซูเพียงแต่ถูกกล่าวหา..."
"กล่าวหาหรือพ่ะย่ะค่ะ?" หยางจิ้นแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุกซู่ "หม่อมฉันคุมกองทัพเหล็กปกป้องชายแดน ผ่านศึกมาโชกโชน พิษชนิดใดไม่เคยเห็น? ซุปโสมชามนั้นหากสุนัขกินเข้าไป เกรงว่าคงสิ้นใจก่อนที่ขันทีผู้นั้นจะได้ก้าวขาหนีเสียอีก... หากเสด็จพี่ทรงไม่เชื่อ หม่อมฉันยินดีจะให้องค์รักษ์หลวงนำซุปชามนี้มาให้สุนัขของตำหนักประจักษ์เดี๋ยวนี้"
บรรยากาศในตำหนักเงียบกริบลงทันตาเห็น พระสนมซูหน้าซีดเผือดจนแทบเป็นลมล้มพับ นางไม่คาดคิดเลยว่าท่านอ๋องผู้เย็นชา ไร้หัวใจ และไม่เคยใส่ใจสตรีใดในแผ่นดิน จะก้าวออกหน้าปกป้องหลี่มู่เหยาอย่างเปิดเผยเช่นนี้!
หลี่มู่เหยาชำเลืองมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษที่ยืนบังลมฝนให้นางอยู่เบื้องหน้า หัวใจที่เคยด้านชาและแข็งกระด้างจากการถูกหักหลังในอดีตชาติ คล้ายมีกระแสความอบอุ่นบางเบาไหลผ่านเข้ามาอย่างห้ามไม่อยู่ นางสูดลมหายใจเข้าลึก3 เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่ไหววูบในอก
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังพลิกกลับมาอยู่ฝ่ายได้เปรียบ ขันทีหน้าขาวผู้หนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก มือที่ถือราชโองการลับสั่นเทาราวกับเจ้าเข้าทรง
"ฝ่าบาท... ฝ่าบาทแย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! มี... มีสาส์นด่วนจากชายแดนอุดร กองทัพเผ่าทาร์ทาร์ละเมิดสนธิสัญญา บุกประชิดด่านสุริยันแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
สิ้นเสียงรายงาน ทั่วทั้งตำหนักพลันตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว พระเนตรของหยางจิ้นหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นที่มุมปากอย่างมีความหมาย ในขณะที่ฮ่องเต้ทรงผุดลุกขึ้นจากบัลลังก์ด้วยความตกพระทัย
แต่ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยสิ่งใด ขันทีผู้นั้นก็ก้มหน้าตัวสั่นระริก แล้วเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้ลมหายใจของหลี่มู่เหยาต้องสะดุดกึก
"แถม... แถมแม่ทัพใหญ่ผู้รักษาด่าน... คือองค์ชายสามผู้ล่วงลับที่แสร้งทำ1เป็นตายเพื่อซ้อนแผนตลบหลัง กลับปรากฏตัวนำทัพด้วยตนเองแล้วพ่ะย่ะค่ะ...!"
— ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามา ณ ที่นี้นะคะ — หงส์เพลิงหวนคืน
หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม•ตอนที่ 15
จังหวะรุกของท่านอ๋อง
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!