หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม•ตอนที่ 19

กลยุทธ์ล่าจิ้งจอก

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
"เพลิงที่สุมด้วยเชื้อไฟแห่งความโลภ มิเคยต้องการลมหายใจจากผู้ใดเพื่อลุกโชน... มันเพียงรอเวลาให้คนโง่เขลารินน้ำมันลงไปเพิ่มด้วยมือของตนเองเท่านั้นค่ะ" เสียงนุ่มนวลทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสคลื่นใต้น้ำอันเย็นเยียบดังขึ้น ท่ามกลางความสลัวรางของห้องรับรองเรือนปีกตะวันตก กลิ่นหอมจางๆ ของกำยานไม้กฤษณาอบอวลผสมผสานกับกลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างระหงในชุดคลุมผ้าไหมปักลายหงส์เพลิงสีชาด หลี่มู่เหยา ปรายตามองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ในมือเรียวบาง ปลายนิ้วเรียวไล้ขอบถ้วยช้าๆ ราวกับกำลังพินิจพิเคราะห์หมากกระดานใหญ่ที่นางเพิ่งโปรยเมล็ดพันธุ์แห่งความร้าวฉานลงไปเมื่อยามสนธยาที่ผ่านมา เบื้องหน้าของนางคือหีบไม้จันทน์หอมที่อัดแน่นไปด้วยตั๋วแลกเงินและโฉนดที่ดิน ซึ่งถูกส่งตรงมาจากเรือนของฮูหยินรองผู้ทะเยอทะยาน—สตรีผู้โง่เขลาที่คิดว่าตนเองกำลังถือไพ่เหนือกว่า "เรียนคุณหนู... บ่าวเพิ่งกลับมาจากเรือนใหญ่ค่ะ" เสียงของชิงหลิวสาวใช้คนสนิทดังลอดผ่านม่านมุกเข้ามาด้วยความระมัดระวัง "สนมเอกหลิวส่งคนไปโวยวายที่เรือนของใต้เต้าซongแล้วเจ้าค่ะ นางกล่าวหาว่าอนุฮวาเป็นผู้ขโมยปิ่นหยกมรกตล้ำค่าที่ฮ่องเต้พระราชทานให้... ตอนนี้ทั้งสองเรือนกำลังทะเลาะกันลั่นเรือนจนบ่าวไพร่แตกตื่นกันไปหมดแล้วค่ะ" มู่เหยาแย้มยิ้ม มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มที่งดงามทว่าไร้ซึ่งความอบอุ่น รอยยิ้มนี้... คืออาวุธที่คมกริบยิ่งกว่าดาบอาบยาพิษในสำนักแพทย์หลวง "ปล่อยให้พวกนางกัดกันให้พอค่ะ" มู่เหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ "สุนัขที่แย่งชิงเศษเนื้อชิ้นเดียวกัน ย่อมไม่สนว่าเนื้อชิ้นนั้นจะเปื้อนโคลนตมหรือมีพิษร้ายแรง สนมเอกหลิวถือดีว่าตนมีตระกูลหนุนหลัง ส่วนอนุฮวาใช้เรือนร่างยั่วยวนจนใต้เท้าซongหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น... เมื่อผลประโยชน์และความริษยาประจันหน้ากัน ความสัมพันธ์จอมปลอมที่สร้างขึ้นจากความโลภ ย่อมพังทลายลงในชั่วพริบตา" นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้แกะสลักอย่างเบามือ เสียงกระทบกันเบาๆ กังวานก้องในความเงียบงัน ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน แผนการ "ยืมมือฆ่าคน" ของนางเพิ่งเริ่มต้นขึ้นจากการหยิบยื่น "ความลับ" เล็กๆ น้อยๆ ให้ถูกทาง สนมเอกหลิวผู้ระแวงภัยอยู่เป็นทุนเดิมย่อมระแวงว่าอนุฮวาจะแย่งชิงความโปรดปรานไปจากบุตรชายของนาง ในขณะที่อนุฮวาผู้ทะเยอทะยานก็ต้องการเขี่ยสนมเอกลงจากตำแหน่งเพื่อกุมอำนาจการเงินในเรือนหลัง ทั้งสองฝ่ายต่างกระหายอำนาจ มู่เหยาจึงเพียงแค่ "จัดฉาก" ให้หลักฐานชิ้นสำคัญตกไปอยู่ในมือของทั้งคู่ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้ต่างฝ่ายต่างปักใจเชื่อว่าอีกฝ่ายกำลังคิดกำจัดตนเองให้พ้นทาง ความแค้นในอดีตชาติที่พวกมันเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนาง จนต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถในตำหนักเย็น... บัดนี้ ดอกผลแห่งการจองเวรเริ่มผลิบานเป็นหยาดเลือดและหยาดน้ำตาแล้ว "แล้วเรื่องขององค์ชายสามล่ะเจ้าคะ? ทางฝั่งนั้นเริ่มเคลื่อนไหวหรือยัง" ชิงหลิวถามด้วยความกังวล แม้จะเชื่อมั่นในสติปัญญาของผู้เป็นนายเพียงใด แต่คู่ต่อสู้คือองค์ชายผู้ทรงอำนาจและโหดเหี้ยม ย่อมประมาทไม่ได้แม้แต่น้อย ดวงตาคู่หงส์ของมู่เหยาหรี่ลงเล็กน้อย ประกายวาววับดึงดูดใจดั่งประกายไฟในกองเพลิง "องค์ชายสามหรือคะ... พระองค์ทรงเชื่อมั่นในอำนาจของตนเองจนตาบอดไปเสียแล้ว ยิ่งข้าทำให้ตระกูลซongเกิดความแตกแยกจากภายใน พันธมิตรที่เคยแน่นแฟ้นของพระองค์ก็จะสั่นคลอนตามไปด้วย ทรงคิดจะใช้ข้าเป็นหมากเพื่อคานอำนาจกับกองทัพเหล็กของ... เฟยหรงอ๋อง แต่พระองค์หารู้ไม่ว่า หมากตัวนี้... กำลังจะกลายเป็นมีดสั้นที่จะแทงทะลุหัวใจของพระองค์เอง" ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนวูบ สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านหน้าต่างกระดาษสาเข้ามาจนเปลวเทียนไหววูบวาบ กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและทรงพลังที่แผ่ซ่านเข้ามาในห้อง ทำให้มู่เหยาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าผู้มาเยือนยามวิกาลคือผู้ใด เงาร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทกลมกลืนไปกับรัตติกาลก้าวเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีคู่นั้นกวาดมองหีบสมบัติและรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง ก่อนที่มุมปากของบุรุษผู้เย็นชาต่อหล้าจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่มีเพียงสตรีผู้นี้เท่านั้นคู่ควรจะได้เห็น "เจ้าทำให้เรือนสกุลซongปั่นป่วนจนแทบจะเผาเรือนทิ้งอยู่รำไรแล้วนะ... หยาเอ๋อร์ของข้า" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสูงที่ก้าวเข้ามาประชิดตัว วงแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กแต่ทว่าอ่อนโยนยามโอบกอด เอื้อมมารวบเอวบางไว้หลวมๆ เฟยหรงอ๋อง หรือ หยางจิ้น ก้มลงมองสตรีในดวงใจด้วยสายตาที่ลุ่มลึกปานจะกลืนกิน "ข้าส่งหน่วยเงาไปช่วยเติมเชื้อไฟให้อีกแรงตามที่เจ้าต้องการแล้ว รับรองว่าคืนนี้... จะไม่มีใครในตระกูลนั้นได้นอนหลับอย่างเป็นสุขอีกต่อไป" มู่เหยาไม่ขัดขืน นางปล่อยให้ตนเองพิงซบลงบนอกอุ่นที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายสงครามและความมั่นคง มือเรียวแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อของเขา "ท่านอ๋องทรงมือไวใจเร็วเกินไปแล้วเพคะ... หม่อมฉันยังอยากจะเล่นสนุกกับพวกมันให້ນานกว่านี้อีกสักหน่อย" "ข้าทนเห็นผู้ใดทำให้เจ้าระคายเคืองไม่ได้ แม้แต่ปลายเล็บ" หยางจิ้นกระซิบชิดริมใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปัดป่านผิวแก้มเนียนนุ่ม "อีกอย่าง... ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งลับเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา พระองค์เริ่มสงสัยในความเคลื่อนไหวขององค์ชายสามแล้ว และกำลังจะส่งราชโองการมาเรียกตัวเจ้าเข้าเฝ้าในวังหลวงพรุ่งนี้เช้า" ดวงตาของมู่เหยาเปล่งประกายคมปลาบขึ้นทันที รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนเรียวปากอีกครั้ง การเข้าเฝ้าฮ่องเต้คือสิ่งที่นางรอคอย... ประตูวังหลวงที่นางเคยถูกเนรเทศออกไปด้วยความอัปยศ บัดนี้ กำลังจะถูกเปิดต้อนรับนางกลับไปในฐานะ "ผู้พิชิต" ทว่า ก่อนที่มู่เหยาจะได้เอ่ยคำใดตอบกลับไป เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดจากด้านนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงขององครักษ์ประจำตัวของท่านอ๋องที่รายงานเข้ามาด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการด่วนจากในวังหลวง... ถูกส่งมาถึงหน้าจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ เนื้อความในราชโองการระบุว่า..." หยางจิ้นขมวดคิ้วมุ่นทันที เขากระชับวงแขนโอบกอดมู่เหยาแน่นขึ้น ขณะที่สายตาคมกริบมองไปยังประตูกลางความมืด "...ระบุว่า ฮ่องเต้ทรงพระประชวรหนักกะทันหัน และมีพระราชสาส์นลับถึงท่านอ๋อง... ให้เดินทางเข้าวังหลวงทันทีในคืนนี้ พร้อมกับ... ตัวของหลี่มู่เหยา!" — หงส์เพลิงหวนคืน
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%