กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ที่ลอยคลุ้งอยู่เหนือบรรยากาศอันเงียบสงัดภายในโถงรับแขกสกุลมู่ มิได้ทำให้ผู้ใดกล้าส่งเสียงกรีดร้องออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ร่างสูงสง่าในชุดเกราะทมิฬประดับลายหงส์เพลิงก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาดั่งมัจจุราชผู้ถือครองสิทธิ์แห่งความเป็นความตาย ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองความอลหม่านเบื้องหน้า ก่อนจะหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่ร่างของหลี่มู่เหยา กระบี่ประจำกายในมือของเขาหยดหยาดโลหิตสีแดงฉานลงกระทบพื้นหินครามทีละหยด เสียงนั้นดังก้องกังวานบาดลึกในความเงียบราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่หายนะของใครบางคน
"ท่านอ๋อง..." อนุภรรยาจ้าวซื่อ ผู้ซึ่งเมื่อครู่ยังคงเชิดหน้าชูตาด้วยความมั่นใจในแผนการชั่วร้าย เปลี่ยนสีหน้าเป็นซีดเผือดจนแทบไร้เลือดฝาด นางรีบทรุดกายลงคุกเข่าหมอบกราบด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา อาภรณ์ผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นยับย่นไปกับพื้น "เหตุใด... เหตุใดพระองค์จึงเสด็จมาเยือนเรือนพักเล็กๆ ของเราในยามวิกาลเช่นนี้เพคะ?"
เฟยหรงอ๋อง หรือ หยางจิ้น หาได้ชายตากลับแลอนุภรรยาผู้ตื่นตระหนกผู้นั้นไม่ สายตาคมปลาบดุจคมกระบี่ในมือยังคงจับจ้องอยู่ที่มู่เหยา นางในยามนี้แม้จะยืนอยู่ท่ามกลางพายุแห่งการใส่ร้ายป้ายสี แต่แผ่นหลังกลับตั้งตรงดั่งต้นไผ่ในเหมันตฤดู ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นพรั่นพรึงใดๆ รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนเรียวปากคู่นั้น ช่างเยือกเย็นและลึกล้ำเสียจนแม้แต่คนที่กุมอำนาจกองทัพเหล็กอย่างเขายังต้องแค่นยิ้มในความกล้าหาญ
"ลุกขึ้นเถอะอนุจ้าว..." เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น กังวานก้องไปทั่วห้องโถง "เปิ่นหวางเพียงผ่านมา... และบังเอิญได้ยินเรื่องสนุกเข้าพอดี"
มู่เหยาค่อยๆ 𧊰สายตากลับมาจากหยาดโลหิตบนคมกระบี่ ร่างอรชรในชุดผ้าไหมสีม่วงอ่อนก้าวเข้าไปคารวะบุรุษผู้มาเยือนอย่างงดงามตามธรรมเนียม ท่วงท่าของนางสง่านามราวกับฮองเฮาผู้ทรงอำนาจ มากกว่าจะเป็นเพียงคุณหนูรองผู้ถูกทอดทิ้งในเรือนหลัง "ถวายพระพรเฟยหรงอ๋องเพคะ หม่อมฉันไม่คาดคิดเลยว่าคดีความภายในของสกุลมู่ จะรบกวนเบื้องพระบาทจนต้องเสด็จมาทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง"
"คดีความอันใดกัน?" หยางจิ้นก้าวเท้าเข้ามาใกล้ รัศมีกดดันอันทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนผู้คนรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจ "เปิ่นหวางเพียงเห็นสุนัขรับใช้บางตัวเห่าหอนเสียงดังเกินไป จึงแวะมาจัดการให้เงียบลงก็เท่านั้น"
คำพูดอันเยียบเย็นนั้นทำให้อนุจ้าวซื่อหน้าถอดสีหนักยิ่งขึ้น นางเหลือบสายตาไปมองบุตรสาว มู่หว่านเอ๋อร์ ผู้กำลังยืนตัวสั่นพับๆ อยู่ด้านหลัง ทั้งสองต่างรู้ดีว่าหลักฐานเรื่องยาพิษที่พวกนางร่วมมือกันยัดเยียดให้มู่เหยาเมื่อครู่ บัดนี้ถูกอำนาจของเฟยหรงอ๋องกดทับจนกลายเป็นดาบย้อนกลับมาเชือดคอพวกตนเองเสียแล้ว
"ท่านอ๋องโปรดให้ความเป็นธรรมด้วยนะเพคะ!" อนุจ้าวซื่อกัดฟันกรอด ตัดสินใจเสี่ยงโือกสุดท้าย นางโขกศีรษะลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังทึบ "นังเด็กมู่เหยานี้... นางบังอาจลอบวางยาพิษบิดาบังเกิดเกล้า อาการป่วยของท่านเสนาบดีทรุดนักก็เพราะฝีมือของมัน มีหลักฐาน... มีถ้วยยาพิษอยู่ในมือของนางชัดเจนเพคะ!"
มู่เหยาไม่แม้แต่จะชายตามองสตรีผู้กำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้าย นางเพียงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะหันไปประสานสายตากับบุรุษผู้ยืนค้ำฟ้าอยู่เบื้องหน้า ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววรู้ทันและเจ้าเล่ห์อย่างร้ายกาจ
"อนุจ้าวกล่าวหาว่าหม่อมฉันวางยาพิษท่านพ่อ..." มู่เหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความสั่นเครือ "เช่นนั้นแล้ว... เหตุใดท่านจึงรีบร้อนนำถ้วยยานั้นมาให้หม่อมฉันดื่มเพื่อทำลายหลักฐานเล่าเพคะ? หากเป็นยาบำรุงจริง เหตุใดกากยาที่ก้นถ้วยจึงมีส่วนผสมของ 'รากอัคคีผลาญ' ที่ใช้ปลิดชีพคนให้ตายอย่างช้าๆ ภายในสามั่วยามเล่า?"
สิ้นคำกล่าวของมู่เหยา บรรยากาศภายในห้องโถงก็ดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันที ใบหน้าของอนุจ้าวซื่อและมู่หว่านเอ๋อร์ซีดเผือดไร้สีเลือดราวกับคนตาย อนุจ้าวซื่ออ้าปากพะงาบๆ คล้ายปลาขาดน้ำ นางไม่คาดคิดเลยว่าคุณหนูรองผู้เงียบขรึมผู้นี้ จะสามารถมองทะลุปรุโปร่งถึงส่วนผสมของพิษร้ายแรงที่นางแอบลักลอบนำเข้ามาจากตลาดมืดได้ในชั่วพริบตา
"เจ้า... เจ้ากล่าวหาพล่อยๆ! มีหลักฐานอันใดมายืนยันว่าข้าเป็นคนใส่!" อนุจ้าวซื่อกรีดร้องออกมาด้วยความจนตรอก ลืมสิ้นซึ่งกิริยามารยาทของอนุภรรยาผู้สูงศักดิ์
"หลักฐานหรือ?" หยางจิ้นแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบเสียจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว องครักษ์เงาในชุดดำสนิทผู้หนึ่งก็ลากร่างโชกเลือดของบ่าวไพร่คนสนิทของอนุจ้าวซื่อเข้ามาโยนกองไว้เบื้องหน้า พร้อมกับหีบไม้ใบเล็กที่ส่งกลิ่นอุนชื้นของสมุนไพรบางชนิด
"คนผู้นี้ถูกจับได้ขณะกำลังลักลอบนำกากยาพิษไปทิ้งที่บ่อน้ำหลังเรือน" หยางจิ้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังอำนาจดั่งประกาศิตสวรรค์ "และในหีบนั้น... มีตราประทับส่วนตัวของอนุจ้าวซื่ออยู่ด้วย เจ้ายังจะกล้าปฏิเสธอีกหรือ?"
ร่างของอนุจ้าวซื่อทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกโพรงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด แผนการที่นางวางไว้รัดกุมมานานแรมเดือน เหตุใดจึงพังทลายลงภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งกตรึงเช่นนี้!
มู่เหยาก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของอนุภรรยาผู้ชั่วร้าย ก้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่มีเพียงคนทั้งสองได้ยิน "ท่านแม่เลี้ยง... เกมกระดานในเรือนหลังนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น สิ่งที่ท่านทำกับแม่ของฉันในอดีต ฉันจะทยอยทวงคืนให้ครบทุกหยดน้ำตาอย่างสาสม"
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังอยู่ในกำมือของมู่เหยา และสายตาของหยางจิ้นที่มองมายังนางเต็มไปด้วยความลุ่มหลงระคนทึ่งในสติปัญญา จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากด้านนอกโถงรับแขก พร้อมกับเสียงตะโกนก้องของขันทีเฒ่าผู้หนึ่งที่หอบหายใจกระเสือกกระสน
"ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! — ประกาศให้เสนาบดีมู่และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าเฝ้าเป็นการด่วนในค่ำคืนนี้!"
มู่เหยาชะงักงัน รอยยิ้มบนเรียวปากแข็งค้างไปชั่วขณะ นางหันขวับไปมองยังทิศทางของประตูทางเข้า นัยน์ตาคู่สวยหรี่แคบลงทันทีเมื่อเห็นเงาร่างของขันทีหลวงผู้ถือราชโองการก้าวเข้ามา พร้อมกับทหารองครักษ์เสื้อแพรที่ชักกระบี่ออกมารl้อมรอบเรือนพักแห่งนี้ไว้ทั้งหมด
ความลับที่นางกำลังจะเปิดโปง และอำนาจที่หยางจิ้นกำลังใช้กดดันสกุลมู่ กลับถูกตัดขาดลงด้วยราชโองการลึกลับฉบับนี้อย่างไม่คาดฝัน...
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงแห่งการล้างแค้นและเล่ห์กลอันลึกซึ้งนี้ไปกับหงส์เพลิงผู้นี้อย่างไม่วางตานะคะ
หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม•ตอนที่ 10
เล่ห์เหลี่ยมเรือนหลัง
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!