หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม•ตอนที่ 11

จุดเริ่มความสัมพันธ์

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นหอมบางเบาของกำยานปักกิ่งลอยวนอวลอยู่ในตำหนักอี้หลาน ทว่าบรรยากาศกลับเย็นเยียบราวน้ำค้างกลางคิมhansa แผ่นกระดาษสีเหลืองทองอร่ามประทับตราหยกมังกรห้าเล็บยังคงวางเด่นเป็นสง่าอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์แดง ราชโองการฉบับนั้นตัดขาดทุกแผนการอันแยบยลที่หยางจิ้นเตรียมไว้กดดันสกุลมู่จนขาดสะบั้น ราวกับคมดาบไร้เงาที่ฟาดฟันลงมาระหว่างความเป็นและความตาย หลี่มู่เหยาสะบัดชายแขนเสื้อกว้าง เนื้อผ้าแพรต่วนสีหมอกปักลายหงส์ดิ้นเงินไหวตามจังหวะการก้าวเดิน นางไม่ได้เหลือบแลแผ่นกระดาษมรณะนั่นเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่คมดั่งหงส์กวาดมองบุรุษผู้ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า—เฟยหรงอ๋อง หยางจิ้น ผู้กุมอำนาจครึ่งแผ่นดิน ใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลักของเขายังคงไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นและประกายตาคมปลาบที่วับวามดั่งสัตว์ป่ารอตะครุบเหยื่อ บ่งบอกชัดเจนว่าพยัคฆ์ร้ายตัวนี้กำลังกรุ่นโกรธเพียงใด "พระราชโองการจากท้องพระโรงลึก... ช่างมาได้จังหวะเสียจริงเพคะ ท่านอ๋อง" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา และเจือแววเย้ยหยันเล็กน้อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความระแวดระวังเต็มพิกัด นิ้วเรียวดั่งลำหญ้าคาเอื้อมไปหยิบถ้วยชาจัสมินที่ยังอุ่นอยู่ขึ้นมาจรดริมฝีปาก นางจิบช้าๆ เพื่อซ่อนความหวั่นไหวที่แล่นริ้วขึ้นในอก เหตุการณ์พลิกผันรวดเร็วเกินไป มีเพียงผู้กุมหมากระดับสูงเท่านั้นที่สามารถบิดเบือนทิศทางลมในราชสำนักได้ในชั่วพริบตาเดียวเช่นนี้ หยางจิ้นก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ประชิดร่างบางจนกลิ่นอายบุรุษอันทรงอำนาจและกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ จากสนามรบล้อมกรอบนางไว้ เขาสูงกว่านางช่วงศีรษะหนึ่ง ร่างกายกำยำภายใต้ชุดคลุมปักลายกิเลนสีดำสนิทแผ่ไอเย็นเยียบกดดันจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลง "เจ้าคิดว่าเปิ่นหวางจะยอมปล่อยเหยื่อในกำมือไปง่ายๆ เช่นนั้นหรือ, มู่เหยา" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมา แววตาของเขาไม่ได้มองที่ราชโองการบนโต๊ะ แต่มันจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มที่เพิ่งละจากถ้วยชาของนางอย่างไม่วางตา มู่เหยาสะท้านในอกเล็กน้อยยามที่เขาเรียกชื่อนางห้วนๆ เช่นนั้น นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงกระทบกันเบาหันสบตาเขาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว "ต่อให้ท่านอ๋องทรงกริ้วจนพลิกแผ่นดินฟ้า หม่อมฉันก็มิใช่หมากในกระดานที่ท่านจะชักใยได้ตามใจชอบ ความลับของสกุลมู่... หม่อมฉันเป็นผู้กำกุญแจดอกนั้นไว้แต่เพียงผู้เดียว หากไม่มีหม่อมฉัน ต่อให้ท่านใช้กองทัพเหล็กบุกจวนโหว ก็ได้เพียงซากศพไร้ค่ากลับไปเท่านั้นเพคะ" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงปะทะทางความคิดราวกับกระแสไฟฟ้าสถิต หยางจิ้นไม่โกรธเคือง ทว่ามุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งและอันตรายยิ่งกว่ายามที่เขาถือดาบออกศึก "เจ้ากล้าต่อรองกับเปิ่นหวาง... ดี กล้าหาญสมกับที่เป็นสตรีที่ฮ่องเต้ยังต้องทรงระแวง" หยางจิ้นยื่นมือหนาออกไป ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับบังเหียนม้าและดาบเกี่ยวด้ายปักสีแดงที่ชายเสื้อของนางเบาๆ ลากไล้เชื่องช้าทว่าจงใจคุกคาม "แต่เจ้าลืมไปแล้วกระมัง ว่าตอนนี้... ไม่มีใครปกป้องเจ้าจากเงื้อมมือเปิ่นหวางได้อีกแล้ว แม้แต่ราชโองการฉบับนั้น ก็เป็นเพียงเศษกระดาษหากเปิ่นหวางต้องการจะฉีกมันทิ้ง" มู่เหยาผงถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นตำราไม้จันทน์เสียแล้ว หยางจิ้นไม่รอช้า เขาใช้มือข้างหนึ่งยันขอบชั้นหนังสือไว้ กักร่างนางให้อยู่ในวงแขนอย่างเบ็ดเสร็จ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นจันทน์หอมกรุ่นจากตัวนางทำให้สติสัมปชัญญะของแม่ทัพผู้เยือกชา2สั่นคลอนชั่วขณะ นี่ไม่ใช่ความหลงใหลอย่างไร้เหตุผล... แต่มันคือความสนใจที่ค่อยๆ กัดเซาะกำแพงน้ำแข็งในใจเขา นางไม่เหมือนสตรีใดในเมืองหลวงที่จ้องแต่จะเอาใจเขา นางมีคมเขี้ยว มีพิษสง และที่สำคัญที่สุด... นางมีความแค้นที่สะท้อนเงาความมืดในใจเขาเอง "ท่านอ๋องทรงใกล้ชิดเกินไปแล้วเพคะ" มู่เหยาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกวูบหนึ่งก่อนจะถูกกลบฝังด้วยความเยือกเย็นตามเดิม นางรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากแผงอกกว้างที่แนบชิด ความใกล้ชิดระดับนี้ทำให้หัวใจที่เคยด้านชาในชาติก่อนของนางเต้นผิดจังหวะอย่างน่ารังเกียจ "ใกล้แค่นี้... เจ้าก็กลัวแล้วหรือ?" หยางจิ้นโน้มใบหน้าลงมา กระซิบข้างใบหูของนาง เสียงทุ้มพร่าต่ำจนขนลุกชัน "เปิ่นหวางไม่ได้ต้องการบีบคั้นเจ้า มู่เหยา... สิ่งที่เปิ่นหวางต้องการในตอนนี้ คือความจริงใจ" ความจริงใจ? สตรีที่ผ่านการถูกทรยศหักหลังจนต้องตายตกไปตามกันอย่างนาง ยังจะมีคำว่าความจริงใจหลงเหลือให้อีกหรือ? มู่เหยาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดำขลับฉายแววเจ็บปวดที่ซ่อนไว้ลึกซึ้ง "ความจริงใจในราชสำนักเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยยิ่งกว่าเพชรนิลจินดาเพคะ ท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์... ท่านให้ความจริงใจแก่ใครได้บ้าง แม้แต่พระสนมเอกในวังหลัง หรือเหล่าขุนนางที่ก้มหัวให้ท่าน ทุกคนต่างสวมหน้ากากเข้าหากันทั้งสิ้น" หยางจิ้นชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องลึกลงไปในดวงตานาง ราวกับต้องการค้นหาบาดแผลที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังท่าทีแข็งกร้าวเหล่านั้น บาดแผลที่ทำให้สตรีบอบบางนางหนึ่งลุกขึ้นมาสวมเกราะเหล็กและถือศรอาบยาพิษด้วยตนเอง บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความคุกكามกลายเป็นความเงียบงันที่ลึกซึ้ง มือหนาที่เคยยันชั้นหนังสือค่อยๆ เลื่อนลงมาสัมผัสแก้มเนียนนุ่มของนางอย่างแผ่วเบາ ราวกับเกรงว่าหากใช้แรงเพียงนิดเดียว กวางน้อยตัวนี้จะตื่นตระหนกและวิ่งหนีหายไปในความมืด สัมผัสที่อบอุ่นและอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อทำให้มู่เหยาตัวแข็งทื่อ นางไม่เคยเห็นมุมนี้ของเฟยหรงอ๋อง บุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็น "เทพสงครามไร้หัวใจ" ผู้สังหารคนนับหมื่นโดยไม่กะพริบตา เหตุใดจึงมาแสดงความอ่อนโยนกับนาง สตรีผู้มีแต่ราคีและกลิ่นอายความตายเช่นนี้? "เปิ่นหวางอาจให้ความจริงใจแก่คนทั้ง天下 (ใต้หล้า) ไม่ได้..." หยางจิ้นเอ่ยแผ่วเบา ทว่าหนักแน่นดั่งคำสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าฟ้าดิน "แต่กับเจ้า... มู่เหยา เปิ่นหวางให้ได้" คำพูดนั้นหนักอึ้งดั่งขุนเขาตกลงกลางใจ มู่เหยาลืมตาค้าง หัวใจที่เคยปิดตายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง นางเม้มริมฝีปากแน่น พยายามดึงสติอันเลือนรางกลับมา ความไว้ใจคือยาพิษร้ายแรงที่สุดในวังวนแห่งอำนาจ นางรู้ซึ้งถึงมันดีกว่าใคร แต่เหตุใด... ยามที่ได้ยินคำประกาศก้องจากบุรุษผู้นี้ ขอบตาของนางกลับร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ก่อนที่บรรยากาศลึกซึ้งระหว่างทั้งสองจะก้าวล่วงเกินเลยไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูตำหนักอย่างร้อนรนก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงขององครักษ์เอกจ้าว Fuyun ดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "ขันทีจากตำหนักในนำราชโองการลับด่วนที่สุดมาส่ง... มหาอำมาตย์มู่ถูกลอบปลิดชีพในห้องหนังสือกลางดึกคืนนี้พ่ะย่ะค่ะ!" ร่างของมู่เหยาชาวาบไปทั้งร่าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจขีดสุด รอยยิ้มเย็นชาเมื่อครู่เลือนหายอย่างไร้ร่องรอย นางหันขวับกลับไปมองหน้าหยางจิ้นทันที ทว่าในแววตาของบุรุษหนุ่มกลับไม่มีความตกใจเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายคมปลาบที่วับวามดั่งวางแผนการบางอย่างไว้ล่วงหน้าแล้ว หยางจิ้นค่อยๆ ลดมือที่สัมผัสแก้มของนางลง หันไปมองประตูตำหนักที่ปิดสนิท ก่อนจะหันกลับมาสบตานางด้วยรอยยิ้มลึกลับที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว "ดูเหมือนว่า... หมากตัวสำคัญบนกระดานนี้ จะถูกใครบางคนกวาดทิ้งเร็วกว่าที่เราคาดไว้เสียแล้ว มู่เหยา..." ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลามา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%