“ข้ามิได้ต้องการทรยศท่าน… มู่เหยา… แต่อำนาจและชีวิตใหม่ที่พวกเขาสัญญา มันมีค่ามากกว่ามิตรภาพนับสิบปีที่เราเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาในวังหลวงแห่งนี้!”
เสียงสะอื้นไห้ที่เคลือบไว้ด้วยความสัตย์จริงอันน่าสมเพช ดังก้องกังวานอยู่ภายในห้องรับรองส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานดอกเหมย กลิ่นหอมหวานนั้นบัดนี้กลับให้ความรู้สึกชวนคลื่นไส้คล้ายกลิ่นคาวเลือด หลี่มู่เหยา ไม่ได้ขยับกายหนีแม้แต่น้อย นางยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แกะสลักลวดลายหงส์เคียงมังกรอย่างสง่างาม ท่วงท่าของอดีตฮองเฮาผู้ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่งยังคงเยือกเย็นราวน้ำแข็งพันปี สายตาคู่คมกริบดั่งใบมีดหยกทอดมองร่างของสตรีที่ครั้งหนึ่งนางเคยไว้ใจที่สุด—ซูจิน
กระดาษม้วนสีเหลืองทองอร่ามที่เพิ่งถูกประกาศกร้าวจากขันทีเฒ่าเมื่อยามวิกาล ยังคงทิ้งร่องรอยความตื่นตระหนกไว้ทั่วตำหนัก ความลับระดับคอขาดบาดตายที่นางรอบคอบถึงเพียงนั้น เหตุใดจึงรั่วไหลไปถึงพระหัตถ์ของฮ่องเต้ได้อย่างแม่นยำราวนั่งอยู่ก้นบึ้งหัวใจ? คำตอบกำลังนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้านี้นี่เอง
“เจ้าขายข้าในราคาเท่าไหร่กัน ซูจิน?” มู่เหยาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้ผู้ฟังรู้สึกราวกับถูกกดทับด้วยภูเขาหินผาทั้งลูก
ซูจินสะấuเฮือก ร่างบางสั่นเทิ้ม ใบหน้าที่เคยงดงามด้วยการประทินโฉมบัดนี้เปรอะเปื้อนคราบน้ำตา นางเงยขึ้นสบตาคู่ที่อ่านไม่ออกนั้น ก่อนจะแค่นยิ้มหยันให้กับความโง่เขลาของตนเอง
“ตั๋วเงินหนึ่งแสนตำลึง… และสัญญาแต่งตั้งให้ตระกูลของข้าได้ครอบครองเหมืองเกลือทางเหนือ…” ซูจินแค่นเสียงตอบ ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและละโมบผสมปนเปกัน “มู่เหยา ท่านฉลาดล้ำเลิศ เป็นถึงมันสมองเบื้องหลังการเดินหมากทั้งหมด เหตุใดจึงประมาทความโลภของมนุษย์เล่า? ในวังหลวงแห่งนี้ มีผู้ใดบ้างที่ไม่ต้องการเหยียบหัวผู้อื่นเพื่อปีนปายขึ้นสู่จุดสูงสุด?”
“นั่นสินะ…” มู่เหยาลุกขึ้นยืนช้าๆ ชายผ้าไหมปักลายหงส์สีชาดลากพื้นอย่างเชื่องช้า นางก้าวเข้าไปใกล้เพื่อนสนิทที่เติบโตมาด้วยกัน ท่ามกลางลมหายใจที่สะดุดติดขัดของอีกฝ่าย “ข้าประมาทไปจริงๆ ประมาทว่ามิตรภาพที่เราแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา จะมีค่ามากกว่าเศษเงินตราและอำนาจชั่วคราวที่พวกมันหยิบยื่นให้”
เพียะ!
ฝ่ามือเรียวบางตวัดกระทบลงบนใบหน้าของซูจินอย่างเต็มแรง แรงปะทะนั้นส่งผลให้ร่างของซูจินเซถลาล้มลงไปกองกับพื้น ปรากฏรอยแดงเป็นปื้นชัดเจนบนผิวแก้วเนียน แต่มู่เหยาหาได้ใส่ใจไม่ นางเพียงแต่ก้มลงมองสหายรักด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ดุจดังมองซากศพที่ไร้ซึ่งลมหายใจ
ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ประตูไม้สักแกะสลักก็ถูกผลักออกด้วยพลังภายในอันรุนแรง ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าแพรสีดำสนิทปักลายมังกรทองดิ้นเงินเคลื่อนกายเข้ามาอย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน กลิ่นอายความเย็นชาและกลิ่นอายเลือดจางๆ ที่ติดตัว เฟยหรงอ๋อง (หยางจิ้น) มาด้วย ทำให้ห้องทั้งห้องราวกับถูกแช่แข็งในทันที
ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีของท่านอ๋องกวาดตามองสถานการณ์ภายในห้องเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของหลี่มู่เหยาที่ยืนอยู่เบื้องหน้าสตรีผู้ทรยศ หัวใจของบุรุษผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในใต้หล้ากลับกระตุกวูบด้วยความหวาดหวั่น เขารีบก้าวเข้าไปประคองไหล่บางของนางไว้ทันที สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้นมู่เหยาผ่อนคลายลงเล็กน้อย
“เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่?” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่มักจะเย็นชาจนผู้คนหวาดผวา กลับเจือไปด้วยความห่วงใยและร้อนรนอย่างหาได้ยากยิ่ง หยางจิ้นกวาดสายตามองซูจินด้วยรัศมิสังหารที่พร้อมจะบดขยี้อีกฝ่ายให้แหลกสลายเป็นจุลได้ทุกเมื่อ
“หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ ท่านอ๋อง…” มู่เหยาสูดลมหายใจเข้าลึก and ส่ายหัวเบาๆ “แค่กำลังจัดการกับขยะที่หลงเข้ามาในเรือนเท่านั้น”
“ขยะเช่นนี้ สมควรถูกส่งไปให้สุนัขกินเสียให้สิ้นเรื่อง” หยางจิ้นเอ่ยเสียงเยียบเย็น สายตาคมปลาบมองซูจินราวกับนางเป็นเพียงมดปลวก “องครักษ์เงา! ลากตัวนางออกไป ขุดรากถอนโคนตระกูลซูให้สิ้นซาก อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียวที่กล้าหักหลังคนของเปิ่นหวาง!”
“พ่ะย่ะค่ะ!” เสียงรับคำดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับเงาร่างขององครักษ์สองคนพุ่งเข้ามาหิ้วปีกซูจินที่กรีดร้องด้วยความหวาดกลัวจนสติหลุดลอย
“มู่เหยา! ช่วยข้าด้วย! ไว้ชีวิตข้าด้วย! อ๊ากกก—” เสียงกรีดร้องโหยหวนค่อยๆ เงียบหายไปตามระยะทางที่ถูกลากออกไป ทิ้งไว้เพียงรอยคราบน้ำตาและกลิ่นอายความตายที่ลอยวนอยู่ในอากาศ
มู่เหยาถอนหายใจยาว นางหลับตาลงพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย ความจริงที่ว่าซูจินถูกซื้อตัวหมายความว่า แผนการทั้งหมดของพวกนางในแคว้นเหนือได้รั่วไหลไปถึงมือของ ‘ไทเฮา’ และ ‘เสนาบดีหลี่’ (บิดาผู้ไร้ไมตรี) เรียบร้อยแล้ว พระราชโองการจับกุมในคืนนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการกวาดล้างครั้งใหญ่
“เจ้ายังคงใจอ่อนเกินไป” หยางจิ้นเอื้อมมือหนาขึ้นโอบกอดร่างบางเข้าแนบอก ปลายคางได้รูปเกยอยู่บนกลุ่มผมนุ่มสลวย สัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีที่แข็งกร้าวของสตรีในอ้อมแขน “การไว้ชีวิตนางมาจนถึงวินาทีนี้ คือความผิดพลาดที่เกือบจะทำให้เจ้าต้องขึ้นแท่นประหาร”
“หม่อมฉันเพียงแต่ต้องการรู้ว่า… เบื้องหลังของซูจินยังมีใครอีก” มู่เหยาซบหน้าลงกับแผงอกกว้าง ซึมซับความอบอุ่นเดียวท่ามกลางพายุฝนที่กำลังโหมกระหน่ำ “และตอนนี้ หม่อมฉันก็ได้คำตอบแล้ว… คนที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่แค่ไทเฮา แต่เป็น ‘เขา’ ผู้ที่ถือครองตราประทับลับประจำกองทัพพยัคฆ์”
หยางจิ้นชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง “เจ้าหมายถึง… องค์ชายรองผู้นั้น?”
ก่อนที่มู่เหยาจะได้เอ่ยปากตอบ ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้ารat-a-tat ของม้าเร็วก็ดังแหวกความเงียบสงบยามวิกาลเข้ามาหยุดลงที่หน้าตำหนัก ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูดังรัวเร็วดุจกลองศึก ขันติประจำตัวของหยางจิ้นพุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด เนื้อตัวเปียกโชกไปด้วยหยาดเหงื่อและละอองฝน
“ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ขันทีหนุ่มคุกเข่าลงตัวสั่นเทา ชูหีบไม้ประดับลวดลายประหลาดขึ้นเหนือหัว “มี… มีราชโองการลับด่วนที่สุด… ส่งตรงมาจากแดนประจิม… และ… และผนึกตราประทับถูกเปิดออกแล้วโดย… ฝ่าบาทเองพ่ะย่ะค่ะ!”
มู่เหยาผละออกจากอ้อมอกของหยางจิ้นทันที ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองเห็นสัญลักษณ์รูป ‘จันทร์เสี้ยวโลหิต’ ที่สลักอยู่บนหีบไม้ใบนั้น—สัญลักษณ์ของกองทัพทมิฬชายแดนตะวันตกที่ควรจะถูกปิดผนึกไว้ตลอดกาล!
หยางจิ้นรับหีบไม้มาด้วยมือข้างเดียว นิ้วแกร่งขยับเปิดฝาออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นม้วนกระดาษสีชาดที่ภายในจารึกอักษรด้วยเลือดสดๆ ข้อความสั้นๆ เพียงไม่กี่บรรทัดที่ปรากฏแก่สายตา ทำให้ลมหายใจของบุรุษผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อสิ่งใดถึงกับสะดุดกึก และดวงตาดำขลับก็หรี่แคบลงจนเหลือเพียงเส้นเดียว
มู่เหยาชะโงกหน้าเข้าไปอ่านข้อความนั้นด้วยความเร็ว และในเสี้ยววินาทีที่สายตากวาดผ่านอักษรโลหิตบรรทัดสุดท้าย เลือดในกายของนางก็เย็นเยียบลงจนแทบจับตัวเป็นน้ำแข็ง
*‘ยืมหัวหลี่มู่เหยา… เพื่อสังเวยสันติภาพแคว้น’*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคืนอันเหน็บหนาวและห้วงอารมณ์อันลึกล้ำนี้ไปด้วยกันนะคะ
หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม•ตอนที่ 33
รอยร้าวแห่งมิตรภาพ
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!