หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม•ตอนที่ 32

เตรียมรับมือพายุ

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
คราบหมึกสีชาดบนแผ่นกระดาษจากแคว้นเหนือยังคงส่งกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในความเงียบงันของห้องหนังสือบูรพา หลี่มู่เหยาไม่ยอมปล่อยให้ความตระหนกตกใจครอบงำสติปัญญาอันแหลมคมของนางแม้แต่เพียงเสี้ยวลมหายใจ ดวงตาดอกท้อคู่งามที่เคยทอประกายอ่อนโยน บัดนี้กลับเยียบเย็นดั่งผืนน้ำแข็งพันปีใต้หุบเขาไร้ตะวัน ปลายนิ้วเรียวขาวดั่งหยกสลักบรรจงพับกระดาษลับฉบับนั้นอย่างเชื่องช้า ท่วงทีสงบนิ่งราਤกับกำลังจัดวางหมากกระดานชุดหนึ่งในยามค่ำคืนที่ไร้แสงดาว ความลับเรื่องเส้นทางลำเลียงอาวุธยุทธภัณฑ์ของกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ... เหตุใดจึงรั่วไหลไปถึงมือองค์ชายสามแห่งแคว้นเหนือได้? ในตำหนักชั้นในที่ถูกกักขังและตรวจสอบอย่างเข้มงวด มีหนอนบ่อนไส้ฝังตัวอยู่ลึกถึงเพียงนี้เชียวหรือ หรือนี่จะเป็นฝีมือของ 'คนผู้นั้น' ที่ยังคงเฝ้ารอวันเหยียบย่ำซากกระดูกของนางให้จมดินอีกครา "องค์หญิง... หรือว่าพวกเราจะ..." เสียงกระซิบอันร้อนรนของจินฮวา สาวใช้คนสนิทที่ติดตามนางผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วนขาดห่วนลงทันที เมื่อหลี่มู่เหยายกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม ปลายเล็บสีชาดชี้ไปยังคราบน้ำมันชาบนโต๊ะเครื่องแป้งอย่างเยือกเย็น "ไม่ต้องตื่นตระหนกไป จินฮวา" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนคนฟังต้องสะท้าน "ความลับที่หลุดรอดออกไปได้ ย่อมแปลว่ามีคนจงใจเปิดประตูต้อนรับหมาป่าเข้าบ้าน แต่หมาป่าตัวนั้นจะรู้หรือไม่เล่า ว่าเนื้อที่มันกำลังจะกัดกิน... มีพิษร้ายแรงถึงขั้นปลิดชีพมันได้ทันทีที่กลืนลงท้อง" รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของอดีตฮองเฮา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มปานบุปผาแรกแย้ม ทว่ากลับอาบเคลือบด้วยยาพิษไร้สีไร้กลิ่น นางลุกขึ้นยืน ชายผ้าไหมปักลายหงส์เพลิงสีทองอร่ามสะท้อนกับแสงตะเกียงวับแวม ขยับตัวตามจังหวะการก้าวเดินที่สง่างามดั่งนางพญาหงส์ผู้กาง ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งเป็นจังหวะลับ สัญญาณเตือนภัยจากองครักษ์เงาผู้ภักดี "เข้ามา" มู่เหยาเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงกังวานกึ่งคำสั่ง ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวังหลวงกำลังจะถูกเขียนขึ้นด้วยหยาดโลหิต ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปรดปรานในชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนกับรัตติกาลของ 'เฟยหรงอ๋อง' หรือหยางจิ้น ผู้บัญชาการกองทัพเหล็กผู้เกรียงไกร ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีคู่นั้นกวาดมองผู้เป็นภารยาด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นภายใต้ใบหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็ง "เจ้าดูเหมือนกำลังรอคอยแขกที่ไม่ได้รับเชิญนะ, มู่เหยาของพี่" เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอ่ยขึ้น พร้อมกับที่ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัว มือหนาเอื้อมไปสัมผัสปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา ทว่าแฝงความหนักแน่นมั่นคงดั่งขุนเขา "หม่อมฉันไม่ได้รอแขกเพคะ..." มู่เหยาเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้เป็นดั่งฟ้าค้ำหัว นางคลี่ยิ้มเยาะหยัน "แต่หม่อมฉันกำลังรอจังหวะที่จะส่งพวกมันลงไปชดใช้กรรมในขุมนรกต่างหาก ท่านอ๋อง... ข่าวกรองจากแคว้นเหนือยืนยันแล้ว แผนการลอบโจมตีคลังเสบียงคราวนี้มีหนอนบ่อนไส้ในวังหลวงคอยชักใยอยู่เบื้องหลังเพคะ" หยางจิ้นหรี่ตาลง รังสีสังหารแผ่ซ่านออกจากร่างจนอุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงทันที ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเงียบงันปะทุขึ้นดั่งลาวาใต้พื้นพิภพ "บังaniอาจนัก... กล้าแตะต้องเสบียงของกองทัพเหล็กและคนของเปิ่นหวาง ดูท่าพวกมันคงเบื่อหน่ายต่อชีวิตในโลกนี้เสียแล้วกระมัง" "ความโกรธแค้นไม่ใช่หนทางแก้ปัญหาเพคะท่านอ๋อง..." มู่เหยาเอื้อมมือไปกุมมือหนาที่กำหมัดแน่นของสามีไว้ ปลายนิ้วเรียวอุ่นซ่านช่วยบรรเทาความดุดันในแววตาของเขาลงได้ชะงัก "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมกระดานชิ้นใหญ่นี้นัก หม่อมฉันก็ยินดีจะจัดพิธีต้อนรับให้อย่างสมเกียรติ... จงสั่งการกองกำลังลับทั้งหมดเคลื่อนพลในคืนนี้" คำสั่งอันเด็ดขาดร่วงหล่นจากริมฝีปากบางเฉียบ ดั่งประกาศิตแห่งหงส์เพลิงที่โผบินกลับคืนสู่อำนาจ "กองกำลังลับประจำพยัคฆ์ทมิฬ... พร้อมรบแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงรายงานตัวดังขึ้นจากเงามืดที่มุมห้อง เงาร่างของหัวหน้าองครักษ์เงาคุกเข่าลงเบื้องหน้าพระพักตร์ของทั้งสอง พระเนตรของหยางจิ้นเปล่งประกายคมปลาบ เขาหันมามองสตรีในดวงใจด้วยความรู้สึกระคนระทึกใจ ปนความชื่นชมลึกซึ้ง นางมิใช่เพียงสตรีในห้องหอที่รอคอยการปกป้อง แต่นางคือแม่ทัพผู้กุมยุทธศาสตร์ที่เฉียบคมยิ่งกว่าอาวุธใดๆ ในใต้หล้า "ดี..." หยางจิ้นแย้มสรวลเหี้ยมเกรียม เป็นรอยยิ้มที่เหล่าศัตรูในในสนามรบต่างพากันหวาดผวาจนวิญญาณหลุดลอย "ในเมื่อพวกมันอยากเห็นความพินาศของแคว้นเรานัก เปิ่นหวางก็จะเปิดประตูเมืองต้อนรับพวกมันด้วยห่าฝนเกาทัณฑ์และทะเลเลือด!" ราตรีนี้ ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงถูกย้อมด้วยสีแดงฉานดั่งเพลิงผลาญ ความเงียบสงบอันลวงตาถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ กองกำลังลับนับพันนายเคลื่อนไหวอย่างไร้สุ้มเสียงดั่งเงาพราย มุ่งหน้าสู่จุดนัดพบลับระหว่างไส้ศึกและสายลับแคว้นเหนือตามแผนการที่มู่เหยาได้วางหมากไว้ทุกกระเบียดนิ้ว ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงตะโกนโกลาหลก็ดังขึ้นจากหน้าตำหนักใหญ่ ขันทีเฒ่าผู้ดูแลพระราชสำนักวิ่งหน้าตื่นเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย สองเข่าทรุดฮวบคุกลงกับพื้นตัวสั่นเทา "ทะ... ท่านอ๋อง! พระชายา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" มู่เหยากับหยางจิ้นสบตากันชั่วพริบตา สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่นในอก ขันทีเฒ่าละล่ำละลักกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ "มี... มีราชโองการลับด่วนที่สุดจากฮ่องเต้... ทรงมีรับสั่งปลดท่านอ๋องจากตำแหน่งแม่ทัพ และ... และมีคำสั่งให้จับกุมพระชายาในข้อหากบฏ สมคบคิดกับแคว้นเหนือ!" กระดาษม้วนสีเหลืองทองอร่ามที่ถูกชูขึ้นสั่นระริกในมือของขันทีเฒ่า ดั่งอสุนีบาตที่ฟาดผ่าลงกลางใจในยามวิกาล... ความลับที่ควรจะรั่วไหลไปแค่แคว้นเหนือ เหตุใดจึงกลายมาเป็นพระราชโองการจับกุมในวังหลวงได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้? ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้หงส์เพลิงตัวนี้โบยบินมาจนถึงบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%