หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม•ตอนที่ 21

ขุนนางผู้ทุจริต

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นอายจางๆ ของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของหีบไม้จันทน์แดงในห้องใต้ดิน ลอยอบอวลจนน่าเวียนหัว หยาดน้ำโลหิตที่หยดลงบนพื้นหินทีละหยด... ทีละหยด... ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับตัวเลขในสมุดบัญชีเล่มหนาที่กางอยู่ตรงหน้า หลี่มู่เหยาสวมอาภรณ์สีนวลเรียบง่าย ทว่าเนื้อผ้ากลับทอด้วยด้ายไหมแพรตี่เซียวชั้นดีที่สะท้อนแสงตะเกียงวับแวว นางไม่ได้ชายตามองร่างไร้สติของขุนนางกรมคลังที่นอนฟุบอยู่กับพื้นแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหญ้าคาของนางกำลังพลิกหน้ากระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าอย่างใจเย็น ทุกตัวอักษรที่ถูกบันทึกด้วยลายมือหวัดๆ นั้น คือหลักฐานมัดตัวที่สามารถส่งตระกูลเว่ยไปสู่ลานประหารได้ทั้งโคตร "ไม่นึกเลยนะคะว่าใต้เท้าเว่ยผู้รักความยุติธรรม จะมีงานอดิเรกเป็นการสูบเลือดเนื้อราษฎรผ่านโครงการขุดลอกคูคลองหลวงได้แนบเนียนถึงเพียงนี้" น้ำเสียงหวานใสดุจเสียงกระซิบของวายุยามค่ำคืน เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเงาร่างสูงสง่าที่ยืนกอดอกพิงเสาไม้ไผ่ในมุมมืด เฟยหรงอ๋อง (หยางจิ้น) ปลดปล่อยไอสังหารเย็นเยียบออกมาจางๆ นัยน์ตาหงส์คมกริบกวาดมองเอกสารลับเหล่านั้นด้วยความเย้ยหยัน มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ดุจพญามารที่กำลังชมดูเหยื่อดิ้นรนในตาข่าย "เงินสองแสนตำลึงทองถูกถ่ายเทผ่านตั๋วแลกเงินของหอการค้าตระกูลสวี... แล้วจึงกระจายไปยังบ่อนการพนันสามแห่งในเขตบูรพา เพื่อฟอกให้สะอาดก่อนจะไหลเข้าสู่ห้องเก็บสมบัติของอัครเสนาบดีเว่ย" หยางจิ้นก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ชายเสื้อคลุมสีดำปักลายมังกรห้าเล็บสะท้อนแสงไฟวับวาว เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนมู่เหยาสามารถสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เจือกลิ่นอายสนธยา "หมากตานี้ของเจ้า ลึกล้ำและเลือดเย็นยิ่งนัก มู่เหยา... เจ้าทำให้เป้าหมายของข้าสั้นลงครึ่งปี" มู่เหยาเบี่ยงกายหลบเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียววางลงบนสมุดบัญชีหน้าสุดท้ายที่มีตราประทับลับของกองทัพพยัคฆ์ทักษิณ นางแค่นหัวเราะในลำคอแผ่วเบา "ท่านอ๋องกล่าวชมเกินไปแล้วค่ะ หม่อมฉันก็แค่... ทวงคืนสิ่งที่พวกมันเคยพรากไปจากตระกูลหลี่เมื่อชาติภพก่อนก็เท่านั้น" มู่เหยาดึงสายตากลับมาซ่อนความเจ็บปวดไว้ใต้แพขนตางอนหนา "แต่เส้นทางการเงินนี้มีพิรุธ... ท่านไม่คิดหรือคะว่า ตัวเลขจำนวนมหึมาขนาดนี้ หากไม่มี ‘มือที่มองไม่เห็น’ จากในวังหลวงคอยหนุนหลัง ขุนนางชั้นผู้น้อยอย่างใต้เท้าเว่ยจะกล้าบังอาจสูบเลือดเนื้อแผ่นดินถึงเพียงนี้?" หยางจิ้นหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านรอบกายจนอุณหภูมิในห้องใต้ดินลดฮวบลงทันตาเห็น "เจ้ากำลังหมายถึง... ไทเฮา หรือองค์รัชทายาท?" "ทั้งสองพระองค์... หรืออาจจะมีใครบางคนที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น" มู่เหยาเอ่ยเสียงพร่า นางลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดอาภรณ์ให้เข้าที่ ใบหน้างามสง่าราบเรียบไร้ระลอกคลื่นแห่งความหวาดกลัว "คืนนี้ ข่าวเรื่องการทุจริตของตระกูลเว่ยจะแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง แต่เหยื่อรายนี้เป็นเพียงแค่ ‘เบี้ย’ ตัวแรกเท่านั้นค่ะท่านอ๋อง" ก่อนที่หยางจิ้นจะได้เอื้อnวาจาใดตอบโต้ เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะเกราะไม้ไผ่สามครั้งก็ดังขึ้นที่หน้าประตูทางเข้าลับ *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เงาขององครักษ์เงาพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าผู้เป็นนาย ใบหน้าเคร่งเครียดจนซีดเผือด "กราบทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... ราชโองการด่วนจากห้องทรงพระอักษรถูกประกาศกร้าวกลางดึก มียอดฝีมือจากหน่วยองครักษ์เสื้อแพรบุกเข้าล้อมจวนอัครเสนาบดีเว่ยไว้ทุกด้านแล้ว... และ..." องครักษ์ผู้นั้นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "และมีพระราชโองการลับอีกฉบับ ระบุชื่อ... พระชายาหลี่มู่เหยา ให้เข้าเฝ้าเป็นการด่วนในยามสามนี้พ่ะย่ะค่ะ!" บรรยากาศในห้องใต้ดินพลันนิ่งงันดุจถูกแช่แข็ง รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าของหยางจิ้นเลือนหายไปในพริบตา นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้น ขณะที่มู่เหยากลับนิ่งอึ้ง หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักได้ว่า... มีใครบางคนกำลังเดินหมากตัดหน้าพวกนางหนึ่งก้าวเสมอ นิ้วเรียวที่ถือตั๋วแลกเงินสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะกำแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับหยางจิ้นที่กำลังเอื้อมมือมาคว้าข้อมือนางไว้แน่น ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยความห่วง ทว่าก่อนที่ใครจะได้ขยับตัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังกระหึ่มขึ้นจากเบื้องบน ราวกับว่าประตูเหล็กของห้องลับกำลังถูกพังทลายลงด้วยกระบี่นับพันเล่ม! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคืนจันทร์เต็มดวงอันเต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำนี้ไปพร้อมกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%