หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม•ตอนที่ 24

เลือดนองพื้นวัง

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
“ข้ามิได้ต้องการหัวของเจ้าในวันนี้... ข้าต้องการเพียงให้เจ้าได้เห็น ว่ากงล้อแห่งกรรมที่เจ้าพยายามหมุนย้อนกลับมาทับถมข้า บัดนี้มันกำลังบดขยี้ร่างของเจ้าอย่างไร” เสียงของหลี่มู่เหยาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับไปทั่วโถงพระราชวังชั้นใน กลิ่นกำยานมวลไม้หอมที่เคยอบอวลกลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่โชยมาจากอาภรณ์สีชาดขององครักษ์เสื้อแพรที่ยืนเรียงรายอยู่เบื้องหลัง นางนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์หอมหลังตรงสง่างาม แววตาคู่คมกริบดุจกระบี่เย็นเยียบจับจ้องไปยัง 'พระสนมซูเฟย' ผู้ซึ่งบัดนี้ใบหน้าซีดเผือดดั่งกระดาษสา มือที่เคยจับพัดจีบด้วยความถือดีบัดนี้กลับสั่นเทาจนพัดหลุดร่วงลงสู่พื้น “เจ้า... เจ้ากล้าดียังไง! นี่คือเขตพระราชฐานชั้นใน เจ้าพาสามัญชนคนถ่อยเข้ามาถึงนี่ได้เยี่ยงไร!” สนมซูเฟยตวาดเสียงสั่น พยายามเรียกขวัญคืนมาด้วยการอ้างอำนาจของตระกูลที่หนุนหลัง แต่ทว่าสิ่งที่ได้รับตอบกลับมาคือเสียงหัวเราะแผ่วเบาที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ หลี่มู่เหยาไม่ตอบคำถามนั้น นางเพียงขยับกายเล็กน้อย ชุดฉลองพระองค์สีม่วงเข้มปักลายหงส์หางยาวพริ้วไหวไปตามจังหวะการขยับ ปิ่นหยกสีมรกตบนมวยผมสั่นไหวล้อกับแสงเทียนที่วูบไหวราวกับจิตใจของผู้ที่กำลังเผชิญความตาย “ข้าไม่ได้นำพาคนถ่อยมาหรอกนะซูเฟย... ข้านำพา 'ความจริง' ที่เจ้าพยายามฝังกลบไว้ในสุสานเมื่อสามปีก่อนมาต่างหาก” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นของรองเท้าบูทเหล็กก็ดังแทรกเข้ามาในห้องโถง เฟยหรงอ๋อง—หยางจิ้น—ก้าวเข้ามาด้วยแววตาที่ดุจพยัคฆ์หิวโหย เขาสวมชุดเกราะอ่อนสีดำสนิท ท่าทางองอาจดุจขุนเขาที่ไม่เคยสะทกสะท้านต่อพายุร้าย ในมือของเขาถือม้วนเอกสารประทับตราลับที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องกริ่งเกรง “ท่านอ๋อง! ท่านต้องช่วยข้า... นาง... นางกำลังกบฏ!” สนมซูเฟยเปลี่ยนเป้าหมายไปหาหยางจิ้นหวังจะใช้เสน่ห์มารยาเป็นที่พึ่งสุดท้าย หยางจิ้นเพียงปรายตามองนางด้วยสายตาที่เย็นชาจนราวกับน้ำแข็งขั้วโลก “กบฏงั้นหรือ?” เขาเค้นเสียงต่ำ ก่อนจะโยนสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายฉบับหนึ่งลงตรงหน้าสนมซูเฟย “สิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้ คือหลักฐานการแอบอ้างราชโองการสั่งการลอบสังหารขุนนางผู้ใหญ่และแผนการวางยาพิษในอ่างล้างหน้าของพระมเหสี... ลายเซ็นนี้ หากข้าจำไม่ผิด เป็นของบิดาเจ้า มิใช่หรือ?” บรรยากาศในโถงวังเย็นเยียบลงทันตาเห็น สนมซูเฟยทรุดฮวบลงกับพื้น แววตาที่เคยหยิ่งผยองสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวสุดขีด นางรู้ดีว่าหากความลับเรื่องตระกูลของนางอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารแผ่ออกไป หัวของนางและทุกคนในตระกูลย่อมไม่เหลือรอด แม้แต่ฮ่องเต้ก็มิอาจปกป้องคนที่ทำลายความมั่นคงของราชวงศ์ได้ “มู่เหยา...” หยางจิ้นหันไปหาสตรีที่เขาเทิดทูนเหนือชีวิต น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนโยนลงทันทีดั่งมนตรา “ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เจ้าวางไว้ ทหารของเราปิดล้อมรอบวังหลวงแล้ว ไม่มีใครเล็ดลอดออกไปได้” หลี่มู่เหยาลุกขึ้นเดินช้าๆ ไปหยุดยืนเบื้องหน้าสนมซูเฟย นางโน้มตัวลงต่ำ กระซิบผ่านม่านอากาศที่เต็มไปด้วยความแค้น “เจ้าจำได้หรือไม่... ในวันที่เจ้าหัวเราะเยาะข้าขณะที่ข้ากำลังจิบยาพิษถ้วยนั้น เจ้าบอกข้าว่า 'คนตายไม่มีสิทธิ์แก้แค้น'... วันนี้ข้าจึงกลับมา เพื่อบอกเจ้าว่า คนตายที่รอดชีวิตมาได้น่ะ... น่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจเสียอีก” นางเอื้อมมือไปเชยคางหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ขึ้นมา บีบเบาๆ จนอีกฝ่ายต้องเงยหน้าสบตา “จงดูให้ดี... ดูว่าสิ่งที่เจ้าทำกับข้าเมื่อชาติภพก่อน—เอ้อ—เมื่อหลายปีก่อน มันกำลังย้อนกลับมาฝังรากในชีวิตของเจ้าอย่างไร” ทว่า ในขณะที่เกมการเมืองกำลังจะถึงจุดแตกหัก เสียงฝีเท้าที่เร่งร้อนจากด้านนอกก็ดังขึ้น ขันทีชราประจำตัวฮ่องเต้รีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความตื่นตระหนกสุดขีด เขาถือถาดทองคำที่มีจอกสุราหนึ่งใบและม้วนผ้าไหมสีเหลืองทองวางอยู่ “ท่านอ๋อง... พระมเหสี... พระราชโองการด่วนจากฝ่าบาท!” หยางจิ้นรับม้วนพระราชโองการมาคลี่ออกเพียงครู่เดียว ก่อนที่ใบหน้าคมเข้มของเขาจะเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือด เขาเงยหน้าขึ้นมองหลี่มู่เหยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสับสน ในขณะที่ม้วนกระดาษในมือนั้นสั่นเทาจนเกือบหลุดมือ “มู่เหยา... ฝ่าบาทมีพระบัญชา...” เขาหยุดชะงัก ลมหายใจติดขัด “ให้ประหาร... ผู้ที่ถือครองหลักฐานนี้ในทันที” สนมซูเฟยที่อยู่บนพื้นถึงกับระเบิดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่าๆๆ! เห็นหรือไม่! ฮ่องเต้มิได้โง่เขลาอย่างที่พวกเจ้าคิด! ใครที่ขัดขวางอำนาจของพระองค์... ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ต้องตาย!” หลี่มู่เหยามองจอกสุราที่วางอยู่บนถาดทองคำนั้นด้วยสายตานิ่งสงบ นางไม่ได้หวาดกลัว แต่กลับคลี่ยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่นางเคยยิ้มออกมา—รอยยิ้มที่ทำให้หยางจิ้นใจสลาย “ดูเหมือนว่า...” หลี่มู่เหยาเอ่ยขึ้นเบาๆ “หมากกระดานนี้... ฮ่องเต้เป็นคนเดินเองสินะ” นางเอื้อมมือออกไป เตรียมจะหยิบจอกสุรานั่นขึ้นมา ท่ามกลางความตระหนกของหยางจิ้นที่กำลังจะพุ่งตัวเข้ามาขัดขวาง แต่ทว่าทันใดนั้น ประตูโถงวังก็ถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของชายชุดดำปริศนาที่พุ่งเข้ามากระซิบข้างหูของหลี่มู่เหยา ข้อความนั้นทำให้มือที่กำลังจะแตะขอบจอกชะงักค้าง หลี่มู่เหยาเบิกตากว้าง แววตาของนางเปลี่ยนจากความแค้นเป็นความตื่นตะลึงระคนสงสัย “เจ้าว่าอย่างไรนะ... ฝ่าบาท... มิได้ประทับอยู่ในวังหลวงตั้งแต่เมื่อวานแล้วหรือ?” หงส์เพลิงหวนคืนหวังว่าท่านผู้อ่านจะร่วมลุ้นไปกับชะตากรรมของมู่เหยาในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%