กลิ่นหอมบางเบาของดอกเหมยอบแห้งที่ลอยกรุ่นมาจากเตาสำริด ไม่สามารถกลบกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่ลอยวนอยู่ปลายประสาทสัมผัสของหลี่มู่เหยาได้เลยค่ะ
นิ้วเรียวระหงที่สวมปลอกเล็บทองคำประดับหยกเขียวขจี ชะงักค้างอยู่เหนือพู่กันขนกระต่ายป่า ขณะที่สายตาทอดมองร่างของ "ชุนเอ๋อร์" สาวใช้คนสนิทที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องหนังสือด้วยฝีเท้าเบาราวกับแมวป่า
ในชาติต้องห้ามชาติก่อน... นางจำรอยยิ้มนี้ได้แม่นยำ รอยยิ้มที่ซ่อนเร้นความริษยาและความตายไว้เบื้องหลังถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามใบนั้น
"คุณหนูเจ้าคะ... บ่าวต้มชาผู่จู๋ถ้วยโปรดมาให้ท่านจิบแก้เหนื่อยเจ้าค่ะ ดื่มเสียหน่อยเถิดนะเจ้าคะ อากาศยามนี้เริ่มชื้นขึ้นแล้ว เดี๋ยวจะพาลให้ระคายคอเอาได้"
เสียงของชุนเอ๋อร์หวานหยดย้อยจนน่าสะอิดสะเอียน ดวงตาคู่เรียวรีนั้นหลุบต่ำลงซ่อนประกายระยับแห่งความยินดีปรีดาอย่างมิดชิด—หรือเจ้าตัวจะคิดว่ามันมิดชิดกันแน่นะคะ? ช่างน่าขันเสียจริง คนหนيمةอย่างนางในยามนี้ มิใช่เด็กสาวไร้เดียงสาผู้ตกเป็นเบี้ยล่างในตำหนักเย็นผู้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว
มู่เหวายังคงนิ่งเงียบ นางไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ปล่อยให้ความเงียบงันภายในห้องหนังสือตระกูลหลี่กดทับบรรยากาศจนแทบหายใจไม่ออก เสียงหยดน้ำจากนาฬิกาทรายมุมห้องดังชัดเจนขึ้นทีละน้อย ตอกย้ำถึงเวลาที่กำลังจะหมดลงของใครบางคน
"วางลงเถิด" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นเยียบราวน้ำค้างบนยอดหญ้าฤดูเหมันต์ "เจ้าช่างรู้ใจข้าเสียจริง ชุนเอ๋อร์... อยู่รับใช้ข้ามานานเท่าใดแล้วนะ"
ชุนเอ๋อร์สะดุ้งเล็กน้อย ยามที่ถ้วยชาอุ่นร้อนถูกวางลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมอย่างระมัดระวัง มือที่ประคองถ้วยสั่นระริกเพียงนิดเดียวแต่มันก็ไม่รอดพ้นจากดวงตาที่ผ่านการมองทะลุคนมานับร้อยนับพันของอดีตฮองเฮาผู้นี้
"เรียนคุณหนู... บ่าวรับใช้คุณหนูมาเข้าปีที่ห้าแล้วเจ้าค่ะ" ชุนเอ๋อร์ตอบเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย พยายามควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติ
"ห้าปี... มิใช่ระยะเวลาน้อยๆ เลยนะ" มู่เหวายางวางพู่กันลงอย่างเชื่องช้า นางเงยหน้าขึ้นสบตาบ่าวรับใช้
ดวงตาหงส์คู่นั้นทรงพลังและลึกล้ำราวกับหุบเหวไร้ก้นบึ้ง ชุนเอ๋อร์เพียงแค่สบตาเข้าครู่เดียวก็ต้องรีบหลบสายตาโดยพลัน หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก
"ในเมื่ออยู่กันมานาน เจ้าก็ย่อมรู้กฎของเรือนหลังนี้ดีกระมัง? ว่าผู้ใดที่บังอาจล่วงเกินนายเหนือหัว จะมีจุดจบเช่นไร" มู่เหวายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกไม้พิษบานสะพรั่งในยามวิกาล
ชุนเอ๋อร์หน้าถอดสี คุกเข่าลงกับพื้นพรมปักลายทันที "คุ... คุณหนูตรัสเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ? บ่าว... บ่าวไม่เข้าใจ"
"ไม่เข้าใจอย่างนั้นหรือ?"
มู่เหวายื่นปลอกเล็บทองคำไปแตะที่ขอบถ้วยชาเคลือบกระเบื้องเบาๆ เสียงโลหะกระทบกระเบื้องดัง 'กริ๊ง' สะท้อนก้องในความเงียบ นางตักน้ำชาขึ้นมาเพียงหยดหนึ่งด้วยปลายเข็มเงินบริสุทธิ์ที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อ ทันทีที่ปลายเข็มสัมผัสกับของเหลวสีอำพัน สีของโลหะก็เปลี่ยนจากสีเงินยวงกลายเป็นสีดำสนิทราวกับหมึกจีนในพริบตาเดียว!
พิษสลายวิญญาณ... พิษร้ายแรงที่ออกฤทธิ์กัดกร่อนอวัยวะภายในภายในสามลมหายใจ ไร้สี ไร้กลิ่น แต่มันชัดเจนเสียยิ่งกว่าสิ่งใด
ชุนเอ๋อร์หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ร่างทั้งร่างสั่นเทานอนราบไปกับพื้นห้อง "คุณหนู... ไว้ชีวิตบ่าวด้วยเจ้าค่ะ! บ่าว... บ่าวไม่ได้ตั้งใจ!"
"ไม่ได้ตั้งใจงั้นรึ?" มู่เหวายืนขึ้นเต็มความสูง อาภรณ์ผ้าไหมปักลายหงส์เพลิงสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงวับแวม นางก้าวเดินเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังสั่นกลัวอย่างช้าๆ เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงราวกับเสียงค้อนพิพากษา
"พิษถ้วยนี้ หากข้าดื่มลงไป เกรงว่าคงได้ไปยมโลกก่อนจะได้เห็นงานอภิเษกขององค์ชายรองเสียอีกกระมัง ใครเป็นผู้สั่งการเจ้า... คุณหนูรองหลี่หนิงเหอ หรือว่า... เป็นมารดาเลี้ยงผู้ใจบุญของข้ากันแน่?"
น้ำเสียงของมู่เหวายิ่งทวีความเย็นชาและกดดัน ชุนเอ๋อร์ละล่ำละลัก ร้องไห้คร่ำครวญแทบขาดใจตาย "บ่าว... บ่าวสารภาพแล้วเจ้าค่ะ! เป็นฮูหยินรอง... เป็นฮูหยินรองสั่งให้บ่าวทำ นางบอกว่าถ้าหากท่านตายไป ตำแหน่งชายาอ๋องเฟยหรงย่อมต้องตกเป็นของคุณหนูรองหลี่หนิงเหออย่างแน่นอนเจ้าค่ะ!"
หึ... สมองของสตรีตระกูลหลี่ช่างตื้นเขินและน่าสมเพชเสียจริง คิดหรือว่าการกำจัดนางไปคนหนึ่ง จะทำให้พวกมันได้ครอบครองพยัคฆ์ร้ายแห่งแดนเหนืออย่าง "เฟยหรงอ๋อง" (หยางจิ้น) ได้? ช่างฝันเฟื่องกลางฤดูร้อนเสียจริง
มู่เหวาย่อตัวลงใช้ปลอกเล็บเชยคางของชุนเอ๋อร์ขึ้นมา บังคับให้นางรับรู้ถึงความน่าสะพรึงกลัวที่แท้จริง
"ในเมื่อเจ้ารักความภักดีต่อพวกมันถึงเพียงนี้ ข้าก็ควรจะสนองความตั้งใจของเจ้ามิใช่หรือ?" มู่เหวายิ้มหวานหยาดเยิ้ม ทว่าแววตากลับไร้ซึ่งความปรานีใดๆ "ชุนเอ๋อร์เอ๋ย... ชาตินี้เจ้าเลือกทางเดินผิดเองนะ"
"คุณหนู! อย่าเจ้าค่ะ! เมตตาบ่าวด้วย—!"
"จับนางกรอกชาถ้วยนั้นให้หมดทุกหยด!" มู่เหวายออกคำสั่งเสียงกร้าว โดยไม่ต้องรอให้สิ้นเสียง ทหารองครักษ์เงาที่ซ่อนตัวอยู่บนคานเรือนก็พุ่งทะยานลงมาตรึงร่างของสาวใช้ผู้ทรยศไว้ในพริบตาเดียว เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นก่อนจะถูกกลืนหายไปกับความโหดร้ายของค่ำคืนอันยาวนาน
เมื่อทุกอย่างกลับสู่ความสงบ มู่เหวายืนมองถ้วยชาที่ว่างเปล่าด้วยแววตาครุ่นคิด
เกมในเรือนหลังเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น นางเพิ่งจะหมากแรกไป แต่ทว่า... ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดที่หน้าประตูก่อนที่ประตูห้องหนังสือจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท
กลิ่นอายบุรุษอันทรงพลังและคุ้นเคยแผ่ซ่านเข้ามาพร้อมกับความหนาวเย็นยามวิกาล ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรทองห้ากรงเล็บก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก
ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของ "เฟยหรงอ๋อง" (หยางจิ้น) กวาดมองคราบพิษและร่างที่ไร้ลมหายใจบนพื้น ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ดวงหน้าอันงดงามของหลี่มู่เหยา
"ดูท่า... พระชายาในอนาคตของเปิ่นหวัง จะทรงงานอดิเรกค่อนข้างน่าสนุกทีเดียวกระมัง?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับราชโองการลับฉบับใหม่ประทับตราประทับสีชาดจากท้องพระโรง ที่ถูกโยนลงมาต่อหน้าingหลี่มู่เหยาอย่างไม่ไยดี!
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ พบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!)
หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม•ตอนที่ 4
ยาพิษในถ้วยชา
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!