กลิ่นอายของชาผู่หลيرสุกเก่าเก็บลอยอวลผสมผสานกับกลิ่นหมึกจีนชั้นดีภายในห้องหนังสือเงียบสงบ ทว่าบรรยากาศเบื้องหน้ากลับเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งในยามเหมันต์
"เจ้าแน่ใจแล้วหรือ มู่เหยา?"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า น้ำเสียงนั้นไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ทว่ากลับกดดันจนบรรยากาศรอบกายคล้ายหยุดนิ่ง
หลี่มู่เหยาย่อกายลงคำนับด้วยท่าทีสง่างามไร้ที่ติ อาภรณ์ผ้าต่วนสีจันทร์ปักลายหงส์เงินไหววับตามจังหวะการเคลื่อนไหว นางเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นบิดา—อัครเสนาบดีหลี่ ผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งในราชสำนัก แววตาของนางในยามนี้ไม่มีความหวาดกลัว เจือไว้ด้วยความเยือกเย็นที่ลึกล้ำเกินกว่าสตรีวัยเดียวกันจะครอบครอง
"ลูกตกลงใจแน่แล้วเจ้าค่ะ งานเลี้ยงชมบุปผาในวังหลวงวันพรุ่งนี้ ลูกจะประกาศถอนหมั้นกับองค์ชายรองด้วยตนเอง" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามั่นคงดั่งหินผา
อัครเสนาบดีหลี่ขมวดคิ้วมุ่น ริ้วรอยแห่งกาลเวลาบนใบหน้าเคร่งเครียดขึ้น "เจ้าเพิ่งจะหมั้นหมายกับหยางเฉินมาได้ครึ่งปี การถอนหมั้นกะทันหันเช่นนี้ ย่อมทำให้สกุลหลี่ตกเป็นเป้าโจมตีของฝ่ายองค์ชายรอง และอาจรวมถึงฮองเฮาด้วย เจ้าไม่รู้หรือว่ามันหมายถึงสิ่งใด?"
"ลูกรู้ดียิ่งกว่าผู้ใดเจ้าค่ะ" มู่เหยาแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามทว่ากลับไร้ความรู้สึก "แต่สิ่งที่ท่านพ่อมองไม่เห็น คือความพินาศที่จะมาเยือนสกุลหลี่ในอีกสามปีข้างหน้า หากลูกยังดึงดันจะแต่งเข้าตำหนักองค์ชายรอง... จุดจบของเรา ก็คือความตายอย่างไร้ที่กลบฝัง"
คำพูดนั้นเฉียบคมราวดาบที่กรีดลงบนหัวใจของบิดา อัครเสนาบดีหลี่ชะงักงัน จ้องมองบุตรสาวราวกับเห็นคนแปลกหน้า แววตาเฉลียวฉลาดคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความไร้เดียงสาเหลืออยู่เลย มันคือแววตาของผู้ที่ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง
"แล้วเจ้า... คิดจะเอาอนาคตของตนเองไปฝากไว้ที่ผู้ใดแทนเล่า?" บิดาเค้นเสียงถามด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ
มู่เหยาหันมองออกไปนอกหน้าต่าง ทัศนียภาพของสวนหย่อมในฤดูใบไม้ผลิช่างงดงาม แต่ในใจนางกลับมองเห็นเพียงทะเลเพลิงและโลหิตจากชาติภพก่อน
"เฟยหรงอ๋อง... หยางจิ้น" นามนั้นหลุดจากเรียวปากบางเบา
"เหลวไหล!" อัครเสนาบดีหลี่ตบโต๊ะเสียงดังสนั่น "นั่นคือ 'เทพสงครามผู้ไร้ใจ' บุรุษที่ฮ่องเต้ยังทรงหวาดระแวง มือเปื้อนเลือดทหารนับหมื่น สตรีใดเข้าใกล้ล้วนมีจุดจบอันน่าอนาถ เจ้าอยากเอาชีวิตไปทิ้งที่ตำหนักอุดรหรืออย่างไร!"
"ท่านพ่อโปรดวางใจ ลูกไม่ได้เอาชีวิตไปทิ้ง แต่ลูกกำลังพาหงส์ตัวนี้บินกลับสู่อำนาจที่แท้จริงต่างหากเจ้าค่ะ" มู่เหยาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยว จนผู้เป็นบิดาถึงกับถอนหายใจยาวด้วยความจนปัญญา
---
ณ งานเลี้ยงชมบุปผาภายในอุทยานหลวงในวันรุ่งขึ้น ดอกโบตั๋นหลากสีสันเบ่งบานแข่งกันอวดโฉม ทว่าความงามของมวลพฤกษาเหล่านี้กลับต้องยอมสยบให้แก่เหล่าคุณหนูและองค์ชายผู้สูงศักดิ์ที่มารวมตัวกัน
หลี่มู่เหยาก้าวเข้ามาในงานด้วยกิริยาอาการที่สะกดทุกสายตา นางสวมชุดกระโปรงยาวสีแดงเพลิงปักดิ้นทองลายหงส์กางปีก สีสันที่ฉูดฉาดนี้โดยปกติไม่มีสตรีใดกล้าสวมใส่ในงานมงคลเช่นนี้ เพราะเกรงจะข่มรัศมีของพระชายาองค์อื่นๆ ทว่าพอนางสวมมัน กลับขับเน้นผิวพรรณผุดผ่องดั่งหยกขาวและแววตาทรงอำนาจให้โดดเด่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
องค์ชายรอง (หยางเฉิน) ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานฝั่งบุรุษ หรี่ตามองนางด้วยความไม่พอใจระคนสงสัย เขาลุกขึ้นเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มเสแสร้ง
"มู่เหยา วันนี้เจ้าแต่งกายโดดเด่นนัก... หรือว่าเจ้ากำลังตื่นเต้นกับงานมงคลของเราในปลายปีนี้?" หยางเฉินกระซิบด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์
มู่เหยาไม่ถอยหลังหนี นางเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่นั้นเยعยหยันจนหยางเฉินชะงัก
"องค์ชายรองเข้าใจผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันมาในวันนี้ เพื่อสะสางเรื่องที่ค้างคา" นางกล่าวด้วยเสียงดังพอให้รอบข้างเงียบเสียงลงและหันมามอง "การหมั้นหมายระหว่างท่านกับหม่อมฉัน สมควรต้องยุติลง ณ บัดนี้"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณทันที เหล่าคุณหนูและขุนนางต่างสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ การประกาศถอนหมั้นต่อหน้าพระพักตร์และท่ามกลางขุนนางผู้ใหญ่เช่นนี้ เท่ากับการตบหน้าองค์ชายรองอย่างฉาดใหญ่!
"หลี่มู่เหยา! เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ!" หยางเฉินแผדเสียงกร้าว ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "เจ้ากล้าดียังไงมาประกาศถอนหมั้นกับเราอย่างไร้เหตุผล!"
"ไร้เหตุผลหรือเพคะ?" มู่เหยาส่งยิ้มเยาะหยัน "บุรุษที่ลักลอบคบชู้กับบุตรสาวเสนาบดีรองอย่างออกหน้าออกตา เช่นท่าน... ยังคู่ควรให้หม่อมฉันเรียกว่าคู่หมั้นอยู่อีกหรือ?"
คำกล่าวนี้ราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ขุนนางหลายคนเริ่มส่งเสียงซุบซิบ ฮองเฮาที่ประทับอยู่บนที่สูงถึงกับพระพักตร์ถอดสี ทรงกำจอกชาในพระหัตถ์แน่นจนนิ้วข้อขาวโพลน
"เจ้า...!" หยางเฉินยกมือขึ้นทำท่าจะตบลงมาด้วยความบันดาลโทสะ
*เคร้ง!*
เสียงกระบี่กระทบฝักดังสนั่นก้องกังวาน พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายพยัคฆ์เงินเดินแหวกฝูงชนเข้ามา ไอสังหารเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาจากตัวบุรุษผู้นั้นจนทุกคนรอบบริเวณต้องถอยกรูดโดยสัญชาตญาณ
หยางจิ้น—เฟยหรงอ๋อง ก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางหน้าหลี่มู่เหยาไว้ ใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลักไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากวาดมององค์ชายรองด้วยแววตาดุจดั่งมองซากศพ
"มือขององค์ชายรอง... สมควรเก็บไว้จับกระบี่ออกศึก ไม่ใช่ไว้รังแกสตรี" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา
หยางเฉินหน้าซีดเผือด แม้เขาจะเป็นถึงองค์ชาย แต่ต่อหน้า 'เทพสงคราม' ผู้กุมกองทัพพยัคฆ์ทมิฬในมือ เขากลับไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
หลี่มู่เหยาช้อนสายตาขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนบังลมฝนให้นาง ความรู้สึกบางอย่างอุ่นวาบขึ้นในอก นางก้าวออกมาจากด้านหลังของเขาเล็กน้อย เอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่สะท้อนไปทั่วบริเวณ
"ทูลท่านอ๋อง... หม่อมฉันกำลังถูกรังแกเพคะ"
หยางจิ้นหันกลับมามองสตรีงามตรงหน้า แววตาที่เคยเย็นชาต่อโลกหล้าพลันไหววับชั่วขณะ เมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่งามที่เต็มไปด้วยความท้าทายและ... ความไว้ใจอย่างประหลาด
"ใครรังแกเจ้า บอกเรามา" หยางจิ้นเอ่ยเสียงทุ้ม แววตาคมกริบเหลือบมองหยางเฉินที่ยืนตัวสั่น
มู่เหยาแย้มยิ้มหยาดเยิ้ม นางย่อกายลงคำนับเขาอย่างช้าๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั่วทั้งอุทยานหลวงตกอยู่ในความเงียบงันสนิท
"หากท่านอ๋องทรงเมตตา... โปรดทรงสู่ขอหม่อมฉัน ไปเป็นชายาของท่านในวันนี้เถอะเพคะ"
สิ้นคำพูดนั้น ลมพัดกรรโชกแรงผ่านอุทยานหลวง กลีบดอกโบตั๋นปลิวว่อนไปทั่วราวกับหิมะโปรยปราย หยางจิ้นนิ่งงันไปชั่วอึดใจ ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะได้รูปจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจราวกับผู้ล่าที่ได้ครอบครองเหยือกอันล้ำค่า
"ดี..." หยางจิ้นยื่นมือหนาออกมาคว้าข้อมือนุ่มของนางไว้แน่น ราวกับกลัวว่านางจะสลายหายไปในอากาศ "ในเมื่อว่าที่ชายาเอ่ยปากเอง... ราชสมบัติหรือบัลลังก์ใด หากเจ้าต้องการ ข้าก็จะพลิกแผ่นดินแย่งชิงมาให้เจ้าทั้งหมดสิ้น"
มือหนาของเขาอุ่นจัดตัดกับบรรยากาศหนาวเหน็บรอบตัว ทว่าก่อนที่ใครจะได้ตั้งตัว ข้ารับสนองคนสนิทของเฟยหรงอ๋องก็พุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า พร้อมกับยُกหีบไม้ประดับทองคำฉลุลายพยัคฆ์ส่งให้ด้วยมือสั่นเทา
"ท่านอ๋อง... มีพระราชโองการลับด่วนจากชายแดนเหนือพ่ะย่ะค่ะ! กองทัพทมิฬถูกลอบโจมตี และตราประทับแม่ทัพ... หายไปอย่างไร้ร่องรอย!"
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ พบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!)
หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม•ตอนที่ 5
การเปลี่ยนผ่านของโชคชะตา
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!