"หากเจ้ากล้าจิบมันลงไปแม้เพียงหยดเดียว ข้าจะสังหารทุกคนที่ขวางทางเจ้า... แม้ว่าผู้นั้นจะเป็นตัวข้าเองก็ตาม"
เสียงทุ้มต่ำดุจเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายในยามค่ำคืนดังขึ้นข้างใบหูหลี่มู่เหยา พร้อมกับแรงบีบที่ข้อมือซึ่งไม่หนักหนาจนเกินไป แต่มั่นคงดั่งคีมเหล็ก มือหนาของหยางจิ้นคว้าถ้วยชาเคลือบศิลาอ่อนนั้นไว้ก่อนที่ริมฝีปากบางของนางจะสัมผัสขอบถ้วยเพียงเสี้ยวลมหายใจ
หลี่มู่เหยาช้อนสายตามองบุรุษตรงหน้า ใบหน้าคมสันของเฟยหรงอ๋องยามนี้เคร่งขรึมราวน้ำแข็งหมื่นปี ดวงตาที่เคยเรียบเฉยกลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งโทสะที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้ กลิ่นอายของความตายจากยาพิษสลายกระดูกในถ้วยดูจะจางหายไปทันทีเมื่อถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายอำนาจอันน่าเกรงขามของเขา
"ท่านอ๋อง..." นางเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าในแววตากลับไหวระริกเล็กน้อย "ท่านรู้ได้อย่างไร"
"ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่า ว่าใต้หล้านี้ไม่มีสิ่งใดพ้นสายตาข้า หากเจ้าคิดจะเล่นเกมเดิมพันด้วยชีวิตเพียงลำพัง เช่นนั้นข้าก็จะเล่นด้วย... แต่เงื่อนไขคือ ข้าต้องเป็นคนถือหมากกระดานนี้เอง"
หยางจิ้นกล่าวจบก็กระชากถ้วยชาจากมือนางแล้วเทของเหลวในนั้นลงบนผืนพรมเปอร์เซียสีเลือดนกเพียงชั่วพริบตา ละอองพิษที่สัมผัสกับเนื้อผ้าส่งเสียงดังฉ่าคล้ายเนื้อสดถูกนาบด้วยเหล็กเผาไฟ เกิดเป็นรอยด่างพร้อยสีดำมืดที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นเหม็นไหม้ของไอพิษอบอวลไปทั่วตำหนัก
หลี่มู่เหยานิ่งงัน นางมองรอยด่างนั้นด้วยความรู้สึกซับซ้อน แผนการของนางคือการยอมดื่มพิษเพื่อหลอกล่อให้ผู้อยู่เบื้องหลังตายใจ แต่หยางจิ้นกลับทำลายหมากตัวนี้ทิ้งอย่างไม่ใยดี "ท่านทำเกินไปแล้ว รอยพิษที่พื้นจะนำภัยมาสู่ท่าน"
"ภัยอันใดที่ข้าต้องเกรงกลัว?" เขาแค่นยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ได้มาถึงดวงตา แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความเด็ดขาด ก่อนจะก้าวประชิดตัวนางจนแผ่นหลังของหลี่มู่เหยาแนบชิดกับผนังไม้แกะสลักลวดลายมงคล
"เจ้าคิดว่าตนเองเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่พร้อมจะสละชีพเพื่อเป้าหมายหรืออย่างไร?" หยางจิ้นก้มลงกระซิบ ความร้อนจากลมหายใจของเขาระรินอยู่บนพวงแก้มขาวผ่อง "จำไว้ให้ขึ้นใจ หลี่มู่เหยา... ในสายตาข้า เจ้าไม่ใช่กุนซือ ไม่ใช่อดีตฮองเฮาที่ตกอับ แต่เจ้าคือชีวิตของข้า หากเจ้าเป็นอะไรไป ข้าจะเผาทุกอย่างที่เจ้าแค้นให้วอดวาย ไม่เว้นแม้แต่ราชบัลลังก์ที่เจ้ากำลังจะคว้ามา"
น้ำเสียงของเขาสั่นพร่าด้วยอารมณ์ที่รุนแรงเกินกว่าจะบรรยาย ความรักที่ซ่อนเร้นมานานปีบัดนี้พรั่งพรูออกมาเหมือนเขื่อนที่แตกทะลัก เขาไม่ได้เพียงแค่ต้องการปกป้องนางจากพิษร้าย แต่เขากำลังปกป้องนางจากตัวนางเอง—จากความแค้นที่คอยกัดกินจิตวิญญาณของนางจนแทบไม่เหลือความเป็นคน
หลี่มู่เหยาสูดหายใจเข้าลึก นางพยายามตั้งสติ ทว่าจังหวะหัวใจกลับทรยศความเยือกเย็นที่สั่งสมมานาน "ท่านทำเช่นนี้ ท่านจะถูกเพ่งเล็ง... ฮ่องเต้ไม่มีทางปล่อยท่านไปหากท่านประกาศตัวเป็นศัตรูกับเหล่าสนมและขุนนางที่ร่วมมือกับพระองค์"
"ฮ่องเต้รึ?" หยางจิ้นหัวเราะในลำคอ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นดุดันราวกับพยัคฆ์หิวโหย "อำนาจที่ข้ากุมอยู่คือทหารแปดกองพันที่พร้อมจะเปลี่ยนสีธงได้ทุกเมื่อ หากเจ้าต้องการบัลลังก์ ข้าจะถางทางให้เองด้วยคมดาบ... แต่เจ้าต้องอยู่ในที่ปลอดภัยที่สุด อยู่ข้างหลังข้า ไม่ใช่ไปสัมผัสยาพิษโง่ๆ พวกนี้อีก!"
บทสนทนาถูกตัดบทด้วยเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบดังมาจากด้านนอกของตำหนัก ทั้งสองผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับรู้ใจ มือของหลี่มู่เหยายังคงสั่นเล็กน้อย นางพยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออกด้วยฝีมือของขันทีคนสนิทที่หน้าตาตื่นตระหนก
"ท่านอ๋อง! พะยะค่ะ... มีราชโองการลับส่งมาถึงพระหัตถ์พระองค์ ท่านแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพรักษาพระนครนำทหารล้อมตำหนักท่านไว้แล้ว พะยะค่ะ!"
หยางจิ้นหรี่ตาลง ประกายสังหารวาบผ่านนัยน์ตาคมกริบ เขาหันกลับมามองหลี่มู่เหยาอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้อ่อนโยนเหมือนเมื่อครู่ แต่กลับดึงปิ่นหยกประจำตัวออกมาปักลงบนมวยผมของนางอย่างแรงจนนางนิ่วหน้า
"หากข้าหายไป... จงหนีไปทางลับที่ใต้ฐานพระพุทธรูปในห้องบรรทม อย่ารอข้า อย่าหันกลับมามอง"
เขาไม่ได้รอคำตอบ ร่างสูงใหญ่ก้าวยาวๆ ออกไปจากตำหนัก ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำยานอ่อนๆ และความเงียบงันที่แสนบีบคั้น หลี่มู่เหยามองตามเงาของเขาไป มือของนางกำปิ่นหยกแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
ทว่าทันใดนั้นเอง... พลันมีจดหมายฉบับหนึ่งร่อนลงมาจากช่องเพดานหล่นลงแทบเท้าของนาง กระดาษสีเหลืองเก่าคร่ำคร่าที่มีตราประทับขององค์จักรพรรดิองค์ก่อนที่น่าจะสิ้นพระชนม์ไปนานแล้ว เมื่อนางคลี่ออกดู ตัวอักษรที่ปรากฏอยู่เพียงไม่กี่บรรทัดกลับทำให้นางต้องหยุดหายใจ
*‘เฟยหรงอ๋องมิใช่เชื้อสายราชวงศ์... เขาคือหมากที่ถูกวางไว้เพื่อทำลายสกุลหลี่โดยเฉพาะ’*
นางเบิกตากว้าง มือสั่นเทาจนแทบทำจดหมายร่วงหล่น ความสับสนประดังเข้ามาในหัวสมอง หากสิ่งที่เขียนคือความจริง... สิ่งที่เขาทำเพื่อนางเมื่อครู่คือการเสียสละเพื่อคนรัก หรือคือการละครบทใหญ่เพื่อกระชากหัวใจนางกันแน่?
ประตูตำหนักถูกถีบออกอีกครั้ง พร้อมกับเงาร่างของชายชุดดำกลุ่มหนึ่งที่กระโดดลงมาจากหลังคา พวกมันชักกระบี่ออกจากฝัก แสงสะท้อนจากคมดาบวาบเข้าตาหลี่มู่เหยา
การต่อสู้ที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในวินาทีที่หยางจิ้นไม่อยู่เคียงข้าง
หงส์เพลิงหวนคืนหวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับทางเลือกของนางนะคะ
หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม•ตอนที่ 28
อ๋องหนุ่มคลั่งรัก
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!