“คุณหนูใหญ่ เจ้าค่ะ! หากท่านยังเอาแต่นิ่งเงียบมองกระจกทองเหลืองเช่นนี้ เกรงว่าเกี้ยวเจ้าสาวจากจวนแม่ทัพจะมาถึงหน้าประตูเรือนแล้วนะเจ้าคะ!”
เสียงร้อนรนของ ‘ชิงเหอ’ สาวใช้คนสนิทดังลอดผ่านม่านมุกโปร่งเข้ามา พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของกำยาน ‘กุ้ยเฟย’ ที่ลอยอวลอยู่ทั่วห้องนอนใหญ่ ทว่าสำหรับหลี่มู่เหยาแล้ว สรรพเสียงเหล่านั้นกลับไกลห่างออกไปราวกับเสียงสะท้อนจากก้นบึ้งของหุบเหว
นิ้วเรียวบางภายใต้แขนเสื้อผ้าแพรต่วนสีชาดสั่นเทาเล็กน้อย นางก้มมองฝ่ามือของตนเอง—ฝ่ามือที่เคยเนียนนุ่ม บาดแผลจากยาพิษอัคนีโลหิตที่เคยกัดกร่อนจนเนื้อหนังเน่าเปื่อยในตำหนักเย็น บัดนี้กลับมาเรียบเนียนไร้ริ้วรอย ไร้ร่องรอยแห่งความเจ็บปวดทรมานใดๆ ผิวพรรณเปล่งประกายดั่งหยกอุ่น ยามเมื่อแสงเทียนวับแวมกระทบลงบนผิวเนื้อ
นี่มิใช่ความฝัน... นางย้อนกลับมาแล้วจริงๆ
ย้อนกลับมาก่อนหน้าที่พิธีอภิเษกอันอัปยศระหว่างนางกับ ‘ลู่จั้น’ แม่ทัพใหญ่ผู้ไร้สัจจะ จะเริ่มต้นขึ้นถึงสามวัน!
มู่เหวากวาดสายตาคมกริบดั่งใบมีดซ่อนในกลีบดอกไม้ไปทั่วห้องหอที่ประดับประดาด้วยผ้าแพรสีแดงมงคล ทุกสิ่งทุกอย่างช่างคุ้นตาและบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ภาพความทรงจำอันโหดร้ายเมื่อชาติภพก่อนหลั่งไหลย้อนกลับมาประทังในสมองดั่งกระแสน้ำเชี่ยวกราก วันนั้น นางโง่เขลาเบาปัญญา ยอมตัดขาดจากตระกูล ยอมสละสิ้นทุกอย่างเพื่อสนับสนุนบุรุษผู้มักใหญ่ใฝ่สูงผู้นั้น สุดท้ายสิ่งที่นางได้รับคือการถูกตอกย้ำว่าเป็นสตรีไร้ค่า ถูกยัดเยียดข้อหากบฏ และถูกบังคับให้ดื่มยาพิษสลายกระดูกโดยบุรุษที่นางเรียกว่า ‘สามี’ ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
“คุณหนู... เหตุใดจึงมีน้ำตาเล่าเจ้าคะ?” ชิงเหอวางชุดเจ้าสาวปักลายหงส์ทองลงบนตั่งไม้แกะสลักอย่างระมัดระวัง ก่อนจะรีบก้าวเข้ามาซับหยาดน้ำตาที่หางตาของนายสาวด้วยผ้าเช็ดหน้าไหมแพรอย่างตกใจ
“น้ำตาหรือ?” มู่เหวายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นงดงามจนชิงเหอถึงกับชะงักงัน แต่มันกลับซ่อนความหนתเหน็บเอาไว้จนน่ากลัว “ชิงเหอ เจ้ามองข้าให้ดีซิ ข้ากำลังร้องไห้เพราะความโศกเศร้า หรือกำลังหัวเราะให้กับความโง่เขลาของตนเองกันแน่?”
ดวงตาคู่หงส์ที่เคยอ่อนหวานและเต็มไปด้วยความคาดหวัง บัดนี้กลับฉายแววเยือกเย็น ดุดัน และลุ่มลึกราวกับขุมนรกที่ไร้ก้นบึ้ง ชิงเหอรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ ราวกับว่าคุณหนูใหญ่ผู้เลื่องชื่อเรื่องความอ่อนโยนและเรียบร้อยในเมืองหลวง ได้ตายไปพร้อมกับกาลเวลาเมื่อครู่เสียแล้ว
“ข...ข้าแต่คุณหนู...” ชิงเหอละล่ำละลัก
“เตรียมกระดาษและพู่กันให้ข้า” มู่เหวากล่าวตัด1บทสนทนา น้ำเสียงเรียաբนิ่งแต่มั่นคงเด็ดเดี่ยวราวกับประกาศิต “และจงส่งคนไปสืบข่าวที่ค่ายทหารบูรพา เดี๋ยวนี้!”
“ค่ายทหารบูรพา? แต่...แต่นั่นเป็นเขตอิทธิพลของท่านแม่ทัพลู่จั้นนะคะคุณหนู อีกสามวันท่านก็ต้องแต่งเข้าจวนเขาแล้ว การส่งคนไปสุ่มสี่สุ่มห้า เกรงว่าจะ—”
“ทำตามที่ข้าสั่ง!” มู่เหวาตวาดเสียงกร้าว แม้จะเป็นเพียงเสียงกระซิบเบาๆ แต่กลับทรงพลังกดดันจนชิงเหอต้องคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว นางไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตา
“บ่าว... บ่าวจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ!”
เมื่อร่างของสาวใช้ถอยร่นออกไปจนลับตา มู่เหวาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นางเดินไปหยิบกริชทองคำเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ใต้หมอนขึ้นมาพินิจ
*ลู่จั้น... ในเมื่อสวรรค์เมตตาให้ข้าได้มีลมหายใจใหม่อีกครา หนี้เลือดทלבหนี้ หยาดน้ำตาแลกด้วยชีวิต พวกเจ้าสกุลลู่และ ‘หลี่อี้อิน’ น้องสาวผู้แสนดีของข้า เตรียมตัวรับการชำระแค้นจากหงส์เพลิงตัวนี้ได้เลย!*
ทว่า ในขณะที่นางกำลังวางแผนเดินหมากตานั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าเรือนพัก พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของบ่าวไพร่
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
“คุณหนูใหญ่! แย่แล้วเจ้าค่ะ! มี... มีราชόองการด่วนจากในวังหลวงมาถึงท่านพ่อแล้วเจ้าค่ะ!” ชิงเหอวิ่งหน้าตาตื่นกลับเข้ามาในห้อง ลมหายใจหอบกระชั้นจนตัวโยน “ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ท่านพ่อและท่านเข้าเฝ้าเป็นการด่วนที่ตำหนักโถงกลาง... และ... และคนที่มารับตัวท่าน มิใช่ใครอื่น แต่คือ... แต่คือ...”
มู่เหวาขมวดคิ้วมุ่น “คือผู้ใด?”
“คือ เฟยหรงอ๋อง... หยางจิ้น เจ้าค่ะ!”
ร่างเพรียวบางชะงักงัน กริชในมือแทบจะร่วงหล่นลงพื้น
*หยางจิ้น?* ผู้บัญชาการกองทัพเหล็กผู้เยือกเย็นดุร้าย บุรุษที่กุมอำนาจทหารครึ่งค่อนแผ่นดิน ผู้ซึ่งในชาติภพก่อนเคยยืนมองนางด้วยสายตานิ่งเฉยท่ามกลางกองเพลิงในตำหนักเย็น เหตุใดเขาจึงมาปรากฏตัวที่จวนสกุลหลี่ก่อนกำหนดการอภิเษกเช่นนี้? หรือว่าหมากกระดานนี้ จะไม่ได้มีเพียงแค่นางที่ย้อนเวลากลับมาแก้ไขอดีต?!
ทว่า ก่อนที่มู่เหวาจะได้คิดหาหนทางรับมือ ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท
กลิ่นอายความเย็นเยือกและกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ลอยมาปะทะนาสิก ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำสนิทประดับลวดลายหงส์ไฟทมิฬก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้านาง นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นจ้องมองมาที่นางนิ่งสนิท ราวกับจะมองทะลุผ่านวิญญาณของนาง
“หลี่มู่เหวา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกคำกลับหนักแน่นราวดั่งค้อนเหล็กทุบลงกลางใจ
“ตามเปิ่นหวางเข้าวัง... หรือเจ้าอยากจะให้เปิ่นหวางอุ้มเจ้าไปเอง?”
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลามาสู่เส้นทางแห่งการล้างแค้นด้วยกันนะคะ พบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!)
หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม•ตอนที่ 2
ลืมตาตื่นในวัยเยาว์
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!