หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม•ตอนที่ 1

หงส์สิ้นชีพในเพลิงแค้น

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นอายของโคมระย้าหยกขาวนวลและควันธูปไม้กฤษณาที่พวยพุ่งในตำหนักฉางเล่อ บัดนี้กลับคุกกรุ่นด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่อบอวลจนแทบหายใจไม่ออก "หลี่มู่เหยา เจ้ายังมีความอันใดจะแก้ตัวอีกหรือไม่?" สุ้มเสียงนั้นเย็นเยียบ ดุจน้ำค้างแข็งบนยอดผาหมื่นลี้... เป็นน้ำเสียงของบุรุษที่นางยอมสละแม้กระทั่งตระกูล ยอมใช้หยดเลือดทุกหยดในกายเพื่อปูทางให้เขาเหยียบย่างขึ้นสู่บัลลังก์มังกร หลี่มู่เหยา ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น อาภรณ์สีเพลิงปักลายหงส์ทองเก้าตัวที่เคยสง่างาม บัดนี้ยับยู่ยี่และเปรอะเปื้อนคราบโลหิตสีคล้ำ นางมิได้หวาดกลัว มิได้ร่ำไห้ ดอกหน้าผากของนางประดับด้วยรอยยิ้มสมเพชเวทนาตนเองอย่างล้ำลึก ดวงตาหงส์คู่นั้นกวาดมองบุรุษเบื้องหน้า—โอรสสวรรค์ผู้กุมชะตาแผ่นดิน และสตรีอีกนางที่กำลังซบกายอิงแอบอยู่ข้างกายเขาด้วยท่าทีน่าสงสาร "แก้ตัวหรือเพคะ..." มู่เหยาเอ่ยทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดจากเรียวปากซีดเซียวที่แห้งผาก "หม่อมฉันต้องแก้ตัวอันใด ในเมื่อพระราชโองการฉบับนั้น... และหลักฐานการทรยศชาติบ้านเมืองเหล่านี้ ล้วนถูกตระเตรียมไว้อย่างไร้ที่ติ เพื่อส่งหม่อมฉันไปสู่ความตายอยู่แล้ว" ราชนิกุลหนุ่ม—หยางจิ้น หรือที่ผู้คนทั่วหล้าขนานนามว่า 'เฟยหรงอ๋อง' ผู้บัดนี้สวมฉลองพระองค์มังกรทองอร่าม ขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนูนชัด ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายไหววูบชั่วขณะ ก่อนจะถูกกลบฝังด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็ง "เจ้ากล้าดียังไง... วางยาพิษสนมเอกหลิ่ว ทั้งยังสมคบคิดกับแคว้นเป่ยหลิว" หยางจิ้นเค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนาที่กำกระบี่ประจำพระองค์สั่นเทาเล็กน้อย "เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังทำลายสิ่งใดลงไป!" มู่เหยาแค่นหัวเราะ สมเพชในความโง่เขลาของตนเองยิ่งนัก สิ่งที่พังทลายมิใช่แผ่นดิน แต่เป็นหัวใจโง่งอมที่นางเคยCมอบให้บุรุษผู้นี้ต่างหาก "ทำลายสิ่งใดหรือเพคะ? ทำลายบัลลังก์ที่ท่านใฝ่ฝัน หรือทำลายความรักที่ท่านเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีกันแน่?" มู่เหยาเชิดหน้าขึ้นอย่างไว้ศักดิ์ศรีของฮองเฮาผู้สูงศักดิ์ ต่อให้ตกเป็นนักโทษทัณฑ์มหันตโทษ รัศมีในตัวนางก็มิเคยลดทอนลงแม้แต่น้อย นางกวาดสายตาคมปลาบไปยังหลิ่วอี้ว์ซือ ที่กำลังซ่อนรอยยิ้มร้ายกาจไว้เบื้องหลังพระอังสาของฮ่องเต้ "น้องหญิงหลิ่ว... ละครฉากนี้เจ้าร่ายรำได้งดงามยิ่งนัก ใช้ชีวิตของเด็กในครรภ์แลกกับการกำจัดแม่นางเอกตระกูลหลี่ ช่างคุ้มค่าเหลือเกิน" "บังอาจ!" หยางจิ้นตบโต๊ะทรงพระอักษรเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจี้ใจดำ "จิ้นเอ๋อร์ในครรภ์นางต้องสิ้นชื่อเพราะพิษกู่ที่เจ้าเป็นผู้บงการ! หลิ่วอี้ว์ซือมีหลักฐานสาส์นลับที่เจ้าติดต่อกับองค์ชายเป่ยหลิวคาหนังคาเขา ยังมีหน้ามากล่าวหาผู้อื่นอีกหรือ!" หลักฐานสาส์นลับ... ลายมือที่ตวัดลงบนกระดาษสาชั้นดีนั้น ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับลายมือของนางเสียจนคนเขียนคงต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจไม่น้อย หลี่มู่เหยารู้ดีว่านางไม่มีทางปฏิเสธได้ เพราะผู้ที่ลงมือคือคนใกล้ชิดที่สุด และผู้ที่ต้องการกำจัดนางให้พ้นทางเพื่อแต่งตั้งสนมเอกหลิ่วขึ้นเป็นฮองเฮาก็คือบุรุษที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้เอง นางก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว อาภรณ์สีเพลิงลากพื้น กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยหมื่นลี้ที่ติดกายมาเนิ่นนานลอยคละคลุ้ง ทหารองครักษ์นับร้อยชักกระบี่ออกจากฝักพร้อมพุ่งเข้าใส่ แต่มู่เหยามิได้สะดุ้งสะเทือน นางหยุดยืนห่างจากพระองค์เพียงก้าวเดียว เงยหน้าสบตากับบุรุษที่นางรักสุดหัวใจ ดวงตาคู่นั้น... เคยทอดมองนางด้วยความลึกซึ้งยามค่ำคืนอันหนาวเหน็บ เคยโอบกอดร่างกายนางไว้ในอ้อมแขนอันอบอุ่นยามที่นางเหนื่อยล้าจากการเมืองในวังหลัง แต่วันนี้ ในแววตานั้นกลับว่างเปล่า มีเพียงความเกลียดชังและคำสั่งประหารที่เด็ดขาด "หยางจิ้น..." มู่เหยาเอ่ยเรียกพระนามจริงของเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบสงัดของตำหนัก "ข้าถามท่านเป็นครั้งสุดท้าย... ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมา ที่ท่านร่วมเรียงเคียงหมอนกับข้า ที่ท่านร่วมวางแผนยึดอำนาจในราชสำนัก ท่านเคยรักข้า... แม้เพียงเสี้ยวลมหายใจเดียวหรือไม่?" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านหน้าต่างแกะสลักเข้ามาจนเปลวเทียนไหววูบ หยางจิ้นชะงักไป ดวงตาคมกริบฉายแววไหวระริกอย่างที่มู่เหยาไม่เคยเห็นมาก่อน ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันแน่นราวกับต้องการสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรวนในอก ทว่า... ก่อนที่เขาจะทันได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด หลิ่วอี้ว์ซือที่ซบอยู่ด้านหลังก็กระแอมไอออกมาเบาๆ พร้อมกับน้ำตาหยดใสที่ร่วงหล่น "ฝ่าบาทเพคะ... หม่อมฉันเจ็บแผลเหลือเกิน เด็กคนนี้... ลูกของเรา..." สติของหยางจิ้นถูกดึงกลับมาสู่ความเป็นจริง ความลังเลเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชาและไร้ความรู้สึกดั่งเดิม ราวกับม่านน้ำแข็งที่ตกลงมาปิดตายหัวใจของเขาอีกครั้ง "หลี่มู่เหยา..." เสียงของเขาแหบพร่าแต่มั่นคง "เจ้าทำลายบ้านเมือง เป็นกาลกิณีต่อแผ่นดิน สมควรได้รับโทษทัณฑ์สูงสุด... ประหาร!" คำสั่งนั้นประกาศิตดั่งสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ทหารองครักษ์ก้าวเข้ามารวบตัวนางทันที โซ่ตรวนเหล็กกล้าถูกล่ามลงที่ข้อพระบาทและข้อมือขาวผ่อง เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นบาดลึกถึงขั้วหัวใจ มู่เหยาไม่ได้ดิ้นรน นางปล่อยให้พวกเขาลากตัวถอยหลังไปช้าๆ สายตายังคงจับจ้องที่ร่างสูงใหญ่ของบุรุษที่ยืนสง่านิ่งอยู่บนบัลลังก์ นางไม่ได้ร้องขอชีวิต... สตรีตระกูลหลี่ไม่เคยร้องขอความเมตตาจากใคร ขันทีเฒ่าถือถาดไม้สีชาดเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า บนนั้นมีจอกสุราสีมรกตที่ส่งกลิ่นหอมหวานเย้ายวน ทว่าแฝงไว้ด้วยพิษสลายกระดูกที่รุนแรงที่สุดในใต้หล้า มู่เหยาแย้มสรسล ริมฝีปากที่เปื้อนเลือดเจือรอยยิ้มเย้ยหยัน นางรับจอกสุรานั้นขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทาจากการถูกทรมาน แต่สายตายังคงคมกริบดั่งคมดาบที่พร้อมเชือดเฉือนวิญญาณของผู้ที่หักหลังนาง "หยางจิ้น..." นางเอ่ยเสียงกังวาน เป็นประโยคสุดท้ายที่สลักลึกเข้าไปในโสตประสาทของทุกคนในตำหนัก "จำคำของข้าไว้... วันนี้ท่านมอบความตายให้ข้า มอบความอยุติธรรมนี้ให้ตระกูลหลี่..." นางยกจอกสุราขึ้นจรดริมฝีปาก ปลายจอกเคลือบพิษสีเขียวเข้มสะท้อนกับแสงไฟในตำหนัก "หากชาติหน้ามีจริง... ข้า หลี่มู่เหยา ขอจองเวรพวกท่านทั้งสองไปทุกชาติภพ! อย่าได้ผุดได้เกิดเป็นมนุษย์อีกเลย!" สิ้นคำ... นางก็เทสุราพิษลงคอจนหมดสิ้น ร่างระหงทรุดฮวบลงกับพื้นหินเย็นเฉียบ โลหิตสีดำสนิทกระเซ็นออกจากเรียวปาก ทว่าดวงตาหงส์คู่นั้นเบิกกว้างด้วยความแค้นเคืองที่ลุกโชนดั่งเพลิงกัลป์ ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะขาดห้วงไปพร้อมกับเสียงคำรามก้องในห้วงจิตสำนึก—*หากข้าได้หวนคืน... ข้าจะล้างบางพวกมันให้สิ้นแผ่นดิน!* เพลิงแค้นแผดเผาร่างที่ไร้ลมหายใจ ทว่าในห้วงมิติที่บิดเบี้ยว ห้วงเวลากลับหมุนย้อนกลับราวกับปาฏิหาริย์—! แสงสว่างเจิดจ้าบาดตาพุ่งวาบขึ้นจากพื้นดิน พร้อมกับเสียงนาฬิกาน้ำในตำหนักที่หมุนทวนเข็มอย่างบ้าคลั่ง สติของนางมิได้ดับสูญ แต่กลับถูกดึงกระชากกลับมาสู่กลิ่นอายคุ้นเคยของตำหนักส่วนตัว—กลิ่นหอมของกำยานดอกเหมยที่นางโปรดปราน และเสียงเคาะประตูเบาๆ ที่ดังขึ้นสามครั้งจากนางกำนัลคนสนิท "คุณหนูเพคะ... ได้เวลาตื่นเตรียมตัวไปงานเลี้ยงชมบุปผาที่จวนอ๋องแล้วเพคะ" หลี่มู่เหยา สะดุ้งเฮือก ลืมตาโพลงขึ้นบนเตียงนอนไม้แกะสลักลายหงส์ มือเรียวบางรีบยกขึ้นกุมลำคอที่เคยเจ็บปวดจากการถูกกรอกยาพิษ ทว่า... บัดนี้กลับเนียนนุ่มไร้รอยแผล ร่างกายนี้ยังคงเยาว์วัย และหัวใจที่เคยตายด้านไปแล้วกลับเต้นระรัวด้วยความแค้นที่สุมอก นางหันขวับไปมองปฏิทินทองเหลืองบนโต๊ะหนังสือ—ปีที่สามแห่งรัชสมัยหย่งอัน... วันก่อนที่นางจะพบกับเฟยหรงอ๋องเป็นครั้งแรก! - หงส์เพลิงหวนคืน - (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาไปสู่เส้นทางแห่งการล้างแค้นด้วยกันนะคะ พบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์คืนรัง ฝังแค้นเดิม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%