เสียงแก้วคริสตัลกระทบกันเบาๆ ในห้องจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางเมือง ทว่าเสียงนั้นช่างบาดแก้วหูในความรู้สึกของศิรินทร์เหลือเกินค่ะ ร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมสีนิลกาฬทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้บุสักหลาดอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองความลวงตาเบื้องหน้า—งานการกุศลที่เหล่าไฮโซและนักธุรกิจระดับประเทศต่างสวมหน้ากากเข้าหากัน รอยยิ้มเคลือบยาพิษ เสียงหัวเราะที่กลวงเปล่า และกลิ่นอายของอำนาจที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพง
มันช่างละม้ายคล้ายกับคืนวันอันมืดมนในอดีต วันที่เธอยังคงเป็นเพียง "นางรำหลังม่าน" ผู้ถูกตีค่าเป็นเพียงเครื่องประดับราคาถูกในสายตาของอคิน ทูตพาณิชย์หนุ่มอนาคตไกลผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาดั่งน้ำแข็ง
"ไม่นึกเลยนะคะว่าคนระดับคุณศิรินทร์ จะกล้าก้าวเท้าเข้ามาเหยียบสถานที่แห่งนี้ได้... หรือว่ารสนิยมต่ำๆ จากหลังเวที จะยังติดตัวจนสลัดไม่หลุดเสียแล้วคะ?"
เสียงหวานเยาะเย้ยที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับร่างสะโอดสะองของคุณหนูมินตราในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่ก้าวเข้ามาประชิด มุมปากของอีกฝ่ายยกยดหยันอย่างไม่คิดจะปิดบัง มินตราจงใจโน้มตัวลงมาใกล้ เพื่อกระซิบด้วยถ้อยคำที่ตั้งใจจะกรีดแทงหัวใจของเธอให้ย่อยยับ "น่าเสียดายนะคะ... ต่อให้วันนี้คุณจะแต่งตัวด้วยชุดแบรนด์เนมราคาแพงแค่ไหน แต่กลิ่นอายของนางรำที่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ชายไปทั่ว ก็ยังคงติดตัวจนน่ารังเกียจอยู่ดี"
ศิรินทร์ไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เธอยังคงจิบแชมเปญในแก้วอย่างใจเย็น ราวกับเสียงนساของมินตราเป็นเพียงเสียงลมพัดผ่าน ปลายนิ้วเรียวสวยวางแก้วลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายด้วยแววตาที่เยือกเย็นเสียจนมินตราเผลอผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"ขอบوุณสำหรับคำเตือนนะคะคุณมินตรา..." ศิรินทร์เอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าคมกริบดั่งใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง "แต่คนเรา... ถ้าไม่รู้จักเรียนรู้จากความสกปรกในอดีต คงไม่รู้หรอกค่ะว่าความสะอาดและมีค่าที่แท้จริง มันหน้าตาเป็นอย่างไร... ไม่เหมือนใครบางคน ที่ต่อให้เอาเพชรมาประดับตัวทั้งร่าง ก็ยังซ่อนความอิจฉาริษยาที่กัดกินหัวใจไว้ไม่มิด"
รอยยิ้มบนใบหน้าของมินตราแข็งค้างในทันที ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกตบหน้าฉานกลางงานใหญ่ แต่ยังไม่ทันที่มินตราจะได้สวนกลับ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีตก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลัง
อคิน...
ลมหายใจของศิรินทร์สะดุดไปเสี้ยววินาที เมื่อกลิ่นอายเฉพาะตัวที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก กลิ่นไม้จันทน์หอมผสมกับความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ของอคิน ทูตพาณิชย์ผู้ทรงอิทธิพล บัดนี้ใบหน้าคมคายนั้นไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมองมาที่ศิรินทร์ด้วยประกายความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ทั้งตกตะลึง เจ็บปวด และ...โหยหาอย่างน่าสมเพช
"ศิรินทร์..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเธอราวกับคนละเมอ
อคินจำเธอได้ทันที แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี แม้ภาพลักษณ์ของเธอจะเปลี่ยนจากนางรำผู้เจียมเนื้อเจียมตัว กลายเป็นหญิงสาวผู้ทรงเสน่ห์และเปี่ยมด้วยอำนาจในสายตาผู้คน แต่ร่องรอยความเจ็บปวดที่เขาเคยฝากไว้ในใจเธอกลับสะท้อนย้อนกลับมาทิ่มแทงเขาเสียเอง
มินตราหันไปมองอคินด้วยความตกใจ รีบปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นน่าสงสารทันที "คุณอคินคะ ผู้หญิงคนนี้เสียมารยาทกับดิฉันก่อนนะ—”
"เงียบซะ มินตรา" อคินเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นกลับทรงอำนาจจนมินตราต้องหุบปากฉับ ดวงตาคมกริบของเขาไม่ละไปจากใบหน้าของศิรินทร์เลยแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าว ราวกับผีเสื้อที่บินเข้าหาไฟ แม้จะรู้ว่ามันแผดเผาจนเจ็บปวดเจียนตายก็ตาม
"คุณ... สวยขึ้นมาก" อคินเอ่ยเสียงพร่า มือหนาเผลอยื่นออกไปหวังจะแตะปลายนิ้วเรียวของเธอ ทว่าศิรินทร์กลับชักมือกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งยิ้มบางเบาที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ให้เขา
"ขอบพระคุณสำหรับคำชมค่ะท่านทูตพาณิชย์" ศิรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพห่างเหิน ราวกับเขานั้นเป็นเพียงคนแปลกหน้า "แต่ดิฉันเกรงว่า... การมาคุยกับอดีตภรรยาที่เคยถูกท่านทอดทิ้งอย่างไม่ไยดี จะทำให้ชื่อเสียงอันทรงเกียรติของท่านต้องมัวหมองนะคะ"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนคมหอกที่พุ่งตรงเข้าเสียบทะลุหัวใจของอคิน ความรู้สึกผิดที่เขาพยายามกดมันไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจตลอดหลายปีที่ผ่านมา บัดนี้กลับระเบิดออกมาจนเขาแทบหายใจไม่ออก เขายอมรับว่าในอดีตเขาโง่เง่าเพียงใดที่ปล่อยให้ความทะเยอทะยานบังตา จนทำลายผู้หญิงที่รักและซื่อสัตย์กับเขาที่สุดด้วยมือของตนเอง
"ศิรินทร์... ผมขอโทษ" อคินกระซิบเสียงสั่น แววตาที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับฉายแววอ้อนวอนอย่างน่าสมเพช "ตลอดเวลาที่ผ่านมา... ผมไม่เคยลืมคุณเลย ผมสำนึกผิดแล้ว... ได้โปรด ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ได้ไหม?"
ศิรินทร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพชระคนกัน เธอมองชายหนุ่มผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้กลับคุกเข่าทางใจแทบเท้าเธออย่างหมดสภาพ ช่างน่าขันเสียจริงค่ะ... วันที่เธอต้องการความรักและความเข้าใจ เขากลับผลไสไล่ส่งเธออย่างไม่ใยดี แต่วันนี้ ในวันที่เธอบินสูงเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึง เขากลับมาร้องขอเศษเสี้ยวความเมตตาจากเธอ
"โอกาสเหรอคะ?" ศิรินทร์ก้าวเข้าไปใกล้เขา ช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มด้วยแววตาที่อันตรายและเย้ายวนในคราเดียวกัน ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบแตะลงบนปกเสื้อสูทของเขาอย่างเชื่องช้า ลากไล้เบาๆ ผ่านเนื้อผ้าแพรราคาแพง ก่อนจะหยุดอยู่ที่แผงอกด้านซ้ายที่กำลังเต้นรัวระรัว "น่าเสียดายนะคะท่านทูต... หัวใจของดิฉันในตอนนี้น่ะ มันตายด้านต่อผู้ชายเห็นแก่ตัวไปนานแล้วค่ะ"
อคินสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อปลายนิ้วของเธอสัมผัสโดนจุดอ่อนไหว กลิ่นหอมเย้ายวนจากกายเธอมอมเมาสติสัมปชัญญะของเขาให้พังทลายลง ความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปีทำให้เขาลืมสิ้นทุกสิ่ง มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธอ รั้งเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกของทั้งคู่แนบชิดกัน บรรยากาศรอบกายราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน
"คุณทำร้ายผม ทรมานผมด้วยความเย็นชาแบบนี้... มันยังสะใจไม่พออีกหรือไง ศิรินทร์?" อคินก้มกระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนเธอกลั้นหายใจ
ศิรินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก "ถ้าคิดว่าแค่นี้มันเจ็บปวดนัก... ท่านทูตก็ลองอดทนดูสคะ เพราะความทรมานที่แท้จริง... มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเองค่ะ"
ไม่ทันที่อคินจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนและตึงเครียด อคินขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด เขากดตัดสายทิ้งอย่างไม่ไยดี ทว่าหน้าจอโทรศัพท์กลับสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความและภาพถ่ายจากเลขาคนสนิทที่ส่งตรงเข้ามา
อคินก้มลงมองหน้าจอแวบหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ... แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีนั้นเอง สีหน้าของทูตพาณิชย์ผู้ทรงอิทธิพลก็ถอดสีซีดเผือดลงทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่นราวกับเห็นผี
ภาพถ่ายบนหน้าจอ... คือภาพเอกสารลับจากโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง และภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบคนหนึ่งที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกันราวกับแกะ!
ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และรอยยิ้มเย่อหยิ่งแบบนั้น... มันคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาที่ถูกซ่อนเอาไว้ไม่ให้เขารับรู้!
อคินหันขวับกลับมามองศิรินทร์ด้วยร่างที่สั่นเทา ลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก ขณะที่ศิรินทร์เพียงแค่ยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ แววตาดุดันและเยือกเย็นคู่นั้นจ้องมองเขากลับด้วยความหมายที่แท้จริง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความดราม่าอันเข้มข้นนี้นะคะ
นางรำหลังม่านกับทูตพาณิชย์ผู้เย็นชา•ตอนที่ 5
กับดักความทรงจำ
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางรำหลังม่านกับทูตพาณิชย์ผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!