นางรำหลังม่านกับทูตพาณิชย์ผู้เย็นชา•ตอนที่ 6

กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
เงาสลัวหลังม่านกำมะหยี่สีเลือดหมูไม่ได้ช่วยอำพรางสายตาคู่คมกริบดั่งใบมีดที่กำลังจดจ้องมองมายังร่างระหงของศิรินทร์เลยแม้แต่น้อย กลิ่นอายความหรูหราของงานเลี้ยงรับรองระดับทูตานุทูตคละคลุ้งไปด้วยแชมเปญชั้นเลิศและกลิ่นกายของผู้มีอันจะกิน ทว่าไม่มีกลิ่นใดในห้องโถงกว้างใหญ่แห่งนี้ที่จะเด่นชัดและบาดลึกไปกว่ากลิ่นน้ำหอม "แอมเบอร์และวานิลลาเจือกลิ่นกฤษณา" ที่ลอยวนเวียนอยู่รอบกายของอคิน... อดีตสวามีผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจนางจนแหลกสลาย "รำได้งดงามนี่ ศิรินทร์... แต่ไม่คิดเลยว่านางรำตกอับในวันนั้น จะกลายมาเป็นแขกรับเชิญกิตติมศักดิ์ที่ยืนยันความหน้าด้านได้ถึงเพียงนี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกกระซิบชิดริมใบหูโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า ร่างสูงใหญ่ของอคินก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในมุมมืดอับสายตาของผู้คน แรงกดดันจากแผ่นอกกว้างที่แนบชิดผ่านเนื้อผ้าชุดราตรีราคาแพงทำให้ศิรินทร์ต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ นางไม่ได้สะดุ้งตกใจอย่างที่เขาคาดหวัง ตรงกันข้าม ศิรินทร์กลับค่อย ๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตคู่สวยฉาบด้วยประกายความเย็นชาที่คมกริบไม่แพ้กัน "ท่านทูตพาณิชย์ผู้สูงศักดิ์... ดูเหมือนท่านจะว่างงานมากสินะ ถึงได้มีเวลามาเดินตามตื๊อนางรำที่ท่านเคยไล่ส่งออกจากบ้านด้วยความรังเกียจเมื่อปีก่อน" ศิรินทร์เอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับเชือดเฉือนลึกลงไปในความรู้สึกผิดที่อคินพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากอันเย่อหยิ่ง อคินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน สายตาของเขาไล่มองตั้งแต่เรือนร่างอรชรที่ถูกขับเน้นด้วยชุดราตรีสีดำสนิท ผิวเนียนละเอียดราวกับกระเบื้องเคลือบที่สะท้อนแสงไฟสลัว ไปจนถึงเรียวปากอิ่มที่เคยเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว ความโหยหาและความรู้สึกผิดตีรวนกันจนหน้าอกข้างซ้ายปวดหนึบ เขายื่นมือหนาหมายจะคว้าข้อแขนเรียว แต่นางกลับเบี่ยงหลบได้อย่างทันท่วงที ราวกับรังเกียจเดียดฉันท์สัมผัสจากเขาเสียเต็มประดา "อย่าแตะต้องฉันด้วยมือคู่นั้น... อคิน" ศิรินทร์กล่าวเตือนเสียงกระซิบ ทว่าเฉียบขาดจนคนฟังต้องชะงัก "คุณมีมินตราคอยเคียงข้างควงแขนออกงานสังคมไม่ขาดสายไม่ใช่หรือคะ หรือว่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์คนนั้นเริ่มน่าเบื่อเสียแล้ว ถึงได้วิ่งแจ้นมาหาของเก่าที่เคยเขี่ยทิ้ง" คำพูดประชดประชันนั้นเปรียบเสมือนเข็มเงินนับพันเล่มที่พุ่งเข้าปักอกอคิน อดีตเขาเคยคิดว่าศิรินทร์เป็นเพียงดอกไม้ไร้ค่าที่ประดับเรือนร่างเพื่อความเหมาะสมทางสังคม เป็นผู้หญิงที่เขาสามารถหยิบยื่นความเย็นชาให้ได้ตามอำเภอใจ แต่ในวันที่นางจากไปพร้อมกับความว่างเปล่า ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความจริงบางอย่างที่เพิ่งกระจ่าง เขากลับพบว่าหัวใจของตัวเองได้ถูกกระชากหายไปด้วย "ผมขอโทษ..." คำพูดสั้น ๆ ที่หลุดออกมาจากปากของบุรุษผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับสั่นพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างน่าสมเพช อคินก้าวเข้าประชิดอีกก้าว จนหลังของศิรินทร์ชนเข้ากับผนังห้องจัดเลี้ยงส่วน ความมืดสลัวและกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยกำลังปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่ทั้งคู่ต่างพยายามกดทับไว้ อคินใช้แขนแกร่งกักกันร่างบางไว้ตรงกลาง โน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน ความโหยหาที่สะสมมานานนับปีทำให้สติของเขาขาดผึ่ง เขาไม่สนใจอีกต่อไปแล้วว่ารอบกายจะมีใครมองมาหรือไม่ สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือริมฝีปากคู่นั้น... ริมฝีปากที่เขาเคยจูบด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้เขากลับปรารถนาจะลิ้มรสมันด้วยความเวทนาและร้อนรุ่ม "ปล่อยฉันนะ..." ศิรินทร์พยายามขัดขืน แต่มันช่างเบาหวิวเหลือเกินเมื่อเทียบกับแรงกดดันจากร่างกายที่ใหญ่โตกว่า อคินไม่ฟังเสียงทททททาน เขาประกบเรียวปากลงทาบทับทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ภรรยาเก่าได้ปฏิเสธ สัมผัสแรกช่างเร่าร้อน ดุดัน และเต็มไปด้วยความกระหายหิว รสจูบที่เคยไร้ซึ่งความรู้สึกในอดีต บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงที่แผดเผาทั้งสองให้หลอมละลาย ศิรินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ปลายลิ้นร้อนที่รุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำทำให้ร่างกายของนางสั่นสะท้าน ความรู้สึกเจ็บปวดจากอดีตถาโถมเข้ามาปะปนกับความวาบหวามที่ถูกปลุกเร้าอย่างรวดเร็ว มือหนาของอคินเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคิ้วคอดให้แนบชิดสนิทแนบ ลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้เนื้อผ้าบางเบาอย่างถือสิทธิ์ ปลุกเร้าความรู้สึกซ่านเสียวที่นางพยายามปฏิเสธมาตลอด เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงดนตรีแผ่วเบาที่ลอดผ่านม่านเข้ามา ศิรินทร์พยายามจะผลักไส แต่มือเรียวที่ควรจะทุบตีอกแกร่งกลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกต่อต้านพ่ายแพ้ให้กับความโหยหาลึก ๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ก้นบึ้งของหัวใจ รสจูบที่ลึกล้ำและยาวนานทำให้เรียวขาของนางอ่อนแรงลงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น อคินรับรู้ได้ถึงความอ่อนยวบนั้น เขากระชับวงแขนให้แน่นขึ้น พร้อมกับใช้มืออีกข้างประคองท้ายทอยนางให้แหงนเงยรับสัมผัสที่ลึกซึ้งและวาบหวามยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนเกี่ยวพันหยอกเย้าอย่างไร้ความปรานี รสชาติของแชมเปญเจือจางบนริมฝีปากทำให้บรรยากาศยิ่งมึนเมา ศิรินทร์ส่งเสียงครางประท้วงในลำคอเมื่อความซ่านเสียววิ่งพล่านไปทั่วสันหลัง สัมผัสจากมือสากที่ลูบไล้ผ่านสะโพกกลมกลึงทำให้เลือดในกายสูบฉีดอย่างรุนแรง ความเร่าร้อนของผู้ใหญ่ที่โหยหากันและกันในมุมมืดของห้องจัดเลี้ยงกำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะควบคุมไม่อยู่ ในวินาทีที่ศิรินทร์กำลังจะเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสอันวาบหวามและยอมจำนนต่ออารมณ์ปรารถนา อคินก็ผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ดวงตาคมกริบของเขาฉายแววปรารถนาอย่างดิบเถื่อน ขณะที่ลมหายใจของทั้งคู่ยังคงหอบกระชั้นชิด หน้าผากของเขากดแนบกับหน้าผากของนาง ดวงตาสบประสานกันท่ามกลางความสลัว "กลับมาหาผมเถอะนะ... ศิรินทร์" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบเว้าวอนอย่างน่าสมเพช "ผมรู้ว่าคุณยังรู้สึก... ผมรู้ว่าคุณยังเป็นของผม" ศิรินทร์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แม้เนื้อตัวจะยังคงสั่นสะท้านจากรสจูบเมื่อครู่ แต่นัยน์ตากลับกลับมาเย็นชาดั่งน้ำแข็งอีกครั้ง นางใช้มือดันแผงอกเขาออกเบื้องหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว "คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะ อคิน..." ศิรินทร์กระซิบตอบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อคินต้องหยุดหายใจ "สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ มันเป็นแค่ความเผลอไผล... และที่สำคัญที่สุด หัวใจของฉันไม่ได้เป็นของคนที่ไร้ค่าอย่างคุณมานานแล้วค่ะ" พูดจบนางก็สะบัดหน้าหนี เตรียมจะเดินก้าวออกจากมุมมืดนั้น ทว่าสายตาของนางกลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังบานประตูอีกด้าน—เด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบในชุดสูทเด็กน่ารักกำลังยืนขยี้ตา งัวเงียมองมาทางพวกเขา โดยมีพี่เลี้ยงคอยประคองอยู่ข้างกาย และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาคู่นั้น จมูกโด่งรั้นนั่น และโครงหน้าของเด็กชาย ช่างถอดแบบมาจากอคินราวกับพิมพ์เดียวกัน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความดราม่าอันเข้มข้นนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางรำหลังม่านกับทูตพาณิชย์ผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%