นางรำหลังม่านกับทูตพาณิชย์ผู้เย็นชา•ตอนที่ 2

ลมหายใจของความแค้น

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
"คุณคิดว่ากระดาษแผ่นเดียว จะลบความอัปยศที่ฉันเคยได้รับบนเตียงหลังนั้นได้จริงๆ หรือคะ ท่านทูต..." น้ำเสียงของศิรินทร์ราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ทว่าทุกพยางค์ที่หลุดรอดจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำ กลับคมกริบดั่งใบมีดที่กรีดลงบนหัวใจของอคินอย่างไม่ปรานี ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอบรรจงหยิบแผ่นกระดาษยับยู่ยี่ที่เพิ่งร่วงหล่นลงมาแทบเท้าขึ้นมาพิจารณาช้าๆ ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองตัวอักษรบนใบรับรองผลตรวจสุขภาพและการตั้งครรภ์ลับๆ ที่ถูกซุกซ่อนไว้อย่างดีในกระเป๋าเสื้อสูทของอดีตสวามี มันคือสำเนาชุดเดียวกับที่หมอประจำตระกูลเคยเก็บรักษาไว้เมื่อสามปีก่อน—ช่วงเวลาที่เธอตั้งครรภ์ทายาทคนแรกของตระกูลผู้ดีมี The Great Wall แห่งความเย็นชาขวางกั้น ช่วงเวลาที่อคินผลักไสเธอลงจากเตียงด้วยความรังเกียจ และประกาศกร้าวว่าสายเลือดในท้องของเธอไม่มีค่าพอที่จะลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ! ภาพความทรงจำอันแสนเจ็บปวดフラッシュバックกลับมาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำรอย ศิรินทร์จำสัมผัสอันเย็นเยียบของหยาดน้ำตาที่ไหลรินบนหมอนใบเก่า จำความหนתเหน็บในห้องนอนที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น และเสียงหัวเราะเยาะหยันจากมินตราที่คอยเสี้ยมสอนให้อคินมองเธอเป็นเพียงนางรำชั้นต่ำที่ใช้เตียงไต่เต้า แต่วันนี้... ทุกอย่างกลับตาลปัตร หญิงสาวในชุดสูทผ้าไหมเข้ารูปสีดำสนิท ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวเย้ายวนเกินต้านทาน เธอมองหน้าอคินที่บัดนี้ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือด นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและสำนึกผิดจนแทบเสียสติ เขากำลังก้าวเท้าเข้ามาหาเธออย่างลนลาน มือหนาที่เคยสะบัดใส่เธออย่างไร้เยื่อใยในอดีต บัดนี้สั่นเทาเล็กน้อยยามพยายามเอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้ "ศิรินทร์... ฟังผมก่อน..." เสียงของอคินแหบพร่าและสั่นเครือ มันไม่ใช่เสียงของทูตพาณิชย์ผู้ทรงอิทธิพลที่ใครต่อใครต่างเกรงกลัวอีกต่อไป แต่เป็นเพียงเสียงครวญครางของชายโง่เขลาผู้สูญเสียทุกสิ่งไปเพราะความเย่อหยิ่งของตนเอง "ถอยไปค่ะ" ศิรินทร์ปัดมือนั้นออกอย่างไร้เยื่อใย แรงกระแทกเบาๆ แต่เด็ดขาดทำให้ก้าวของอคินต้องชะงักงัน เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่งดงามและบาดลึกที่สุดในรอบสามปี "อย่าเอาความสกปรกของคุณมาแตะต้องตัวฉันอีกเลยค่ะ ท่านทูตอคิน... ในฐานะตัวแทนเจรจาการค้าคนใหม่จากกลุ่มทุนต่างชาติ ฉันมาที่นี่เพื่อพูดคุยเรื่องสัมปทานท่าเรือ ไม่ใช่มาฟังคำแก้ตัวจากอดีตสามีที่ถูกเขี่ยทิ้ง" คำว่า 'ถูกเขี่ยทิ้ง' กระแทกเข้ากลางใจของอคินจนเขาเซถอยหลังไปครึ่งก้าว เขามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ ความปรารถนา ความโหยหา และความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินวิญญาณมาเนิ่นนานหลอมรวมกันจนกลายเป็นเพลิงร้อนรุ่มที่แผดเผาอกข้างซ้าย "คุณเกลียดผม... คุณมีสิทธิ์ที่จะเกลียดผมศิรินทร์" อคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำด้วยความอัดอั้น "แต่เรื่องลูก... เรื่องเอกสารพวกนั้น... คุณรู้ไหมว่าผมตามหาความจริงนี้มานานแค่ไหน ผมเพิ่งรู้ว่ามินตราหลอกลวงผม เธอทำลายทุกอย่าง... ทำลายครอบครัวของเรา!" "โอ้ เพิ่งสำนึกได้ตอนนี้หรือคะ? น่าประทับใจจริงๆ" ศิรินทร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไพเราะแต่เย็นชาเสียจนอคินรู้สึกหนเหน็บไปถึงไขกระดูก เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมผสานกับความเย้ายวนตามธรรมชาติของหญิงสาวลอยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เขาพยายามกด ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด อคินกลับไม่สามารถละสายตาจากริมฝีปากอิ่มที่เผยอยิ้มเยาะนั้นได้เลย ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าประชิดด้วยความเคยชิน มือหนารวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาแนบชิดโดยสัญชาตญาณ แม้ปากจะปฏิเสธ แต่ร่างกายของศิรินทร์กลับตื่นตัวรับสัมผัสอันคุ้นเคยนั้นอย่างน่าเจ็บใจ ความเร่าร้อนจากอดีตที่เคยแผดเผาทั้งคู่ในค่ำคืนอันมืดมิดกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในพื้นที่แคบๆ หลังม่านกำมะหยี่สีแดงเข้ม อคินก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างไร้การควบคุม ริมฝีปากร้อนผ่าวพรมจูบลงบนผิวเนื้อเนียนนุ่มอย่างโหยหาและหิวกระหาย ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ศิรินทร์ขนลุกซู่ เผลอแอ่นกายเข้าหารสสัมผัสที่เธอเคยเสพติดและเกลียดชังไปพร้อมๆ กัน "ปล่อยนะ..." เธอครางประท้วงในลำคอ เสียงนั้นเบาหวิวและไร้เรี่ยวแรงเมื่อเรียวลิ้นร้อนของเขาเริ่มไล้เลียไปตามแนวไหปลาร้า ทิ้งร่องรอยสีKusabi ไว้บนผิวขาวผ่อง มือเรียวของอคินเลิกชายเสื้อสูทของเธอขึ้นสัมผัสสะโพกผายอย่างอุกอาจ ความคุ้นเคยในสรีระทำให้ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเร่าร้อนเกินกว่าจะหักห้ามใจ เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดเคล้าคลอไปกับเสียงกระซิบพร่าเลือนของอคินที่เว้าวอนขอความเห็นใจ ขณะที่บทเพลงแห่งการลงทัณฑ์และการโหยหากำลังบรรเลงขึ้นท่ามกลางเงาสลัว ศิรินทร์หลับตาลงปล่อยให้ความสุขสมทางอารมณ์เข้าครอบงำชั่วขณะ แม้ในใจจะรู้ดีว่านี่คือเกมอันตรายที่เธอกำลังเป็นผู้คุมกฎ แต่แล้ว... ก่อนที่ความเร่าร้อนจะลุقลามจนกู่ไม่กลับ เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่จากด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ! "คุณอคินคะ อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ? ดิฉันมินตราเองค่ะ พอดีเอกสารการประชุมถูกสลับ... เอ๊ะ ทำไมห้องถึงล็อกล่ะคะ?" เสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยทำให้อคินชะงักกงในทันที เขาดึงสติกลับมาพร้อมกับรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความหงุดหงิด ขณะที่ศิรินทร์ผละออกไปยืนห่างจากเขาหลายก้าว จัดแต่งเรือนผมและเสื้อผ้าของตนเองให้เรียบร้อยอย่างไร้ที่ติ ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองอคินด้วยแววตาท้าทาย ก่อนที่เธอจะเดินตรงไปที่ประตูแล้วกระชากเปิดออกด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ มินตราที่ยืนอยู่หน้าห้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นศิรินทร์ก้าวออกมาจากห้องทำงานส่วนตัวของทูตพาณิชย์หนุ่มในสภาพที่ริมฝีปากบวมเจ่อเล็กน้อยและแก้มแดงก่ำ ทว่า ก่อนที่มินตราจะได้เอ่ยปากหาเรื่อง ประตูลิฟต์ฝั่งตรงข้ามก็เปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของเด็กชายวัยสามขวบคนหนึ่งในชุดสูทเด็กตัวจิ๋ว หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มถอดแบบมาจากอคินราวกับพิมพ์เดียวกัน ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองผู้ใหญ่ทั้งสามคนก่อนจะวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาหลบหลังชายกระโปรงของศิรินทร์ แล้วเอ่ยเรียกด้วยเสียงใสแจ๋วที่ทำให้ลมหายใจของอคินหยุดชะงักไปทันที— "คุณแม่ครับ... คุณพ่อคนนี้ เป็นใครหรือครับ ทำไมหน้าตาเหมือนผมจังเลย?" (โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ รี้ดเดอร์ที่รักของมิคายามวิกาล)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางรำหลังม่านกับทูตพาณิชย์ผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%