กลิ่นอับชื้นของโรงละครเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในแสงสลัว คือสิ่งเดียวที่ยังคงภักดีต่อศิรินทร์ในยามนี้
นิ้วเรียวสวยที่เคยกรกรายร่ายรำบนเวทีหลวงท่ามกลางสายตาชื่นชมของผู้คนนับพัน บัดนี้กำลังบรรจงปลดปิ่นทองคำแท่งสุดท้ายออกจากมวยผมอย่างเชื่องช้า กระจกเงาบานเก่าคร่ำคร่าสะท้อนภาพหญิงสาวในชุดนางรำยับยู่ยี่ รอยเปื้อนคราบน้ำตาและเหงื่อไคลผสานกันจนกลายเป็นเครื่องประดับแห่งความพ่ายแพ้ที่อคิน—สามีผู้เป็นถึงทูตพาณิชย์ผู้ทรงอิทธิพล—มอบให้อย่างไร้เยื่อใย
"จบสิ้นแล้วสินะคะ..." น้ำเสียงหวานทว่าแหบพร่าเอמהพึมพำกับเงาของตนเองในกระจก
ไม่ใช่เพราะความยากจนข้นแค้นที่ทำให้หัวใจดวงนี้บีบรัดจนเจ็บแปลบ แต่เป็นความจริงที่ว่า ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา เธอเป็นเพียงเครื่องมือชิ้นหนึ่ง เป็นนางรำที่เขาเก็บไว้บำเรอสายตาในยามว่าง ก่อนจะเขี่ยทิ้งราวกับสิ่งของไร้ค่าทันทีที่มินตรา หญิงสาวผู้สูงศักดิ์และคู่ควรกับตระกูลของเขาก้าวเข้ามาในชีวิต ภาพงานแต่งงานที่จัดขึ้นอย่างเงียบเชียบเพื่อกลบเกลื่อนความอับอายของตระกูลอคินยังคงกรีดแทงหัวใจ
เขาไม่เคยรักเธอ... ไม่เคยแม้แต่จะชายตางดงามมองด้วยความเสน่หา มีเพียงสัมผัสบนเตียงที่18+ เต็มไปด้วยความดิบเถื่อน เย็นชา และเร่าร้อนอย่างไร้หัวใจ ทุกครั้งที่เรือนร่างของเธอถูกครอบครองด้วยโทสะและอารมณ์ดิบของชายหนุ่ม ศิรินทร์ทำได้เพียงกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด หลับตาลงแล้วจินตนาการว่าความเจ็บปวดเหล่านี้จะช่วยซื้อความเมตตาจากเขาได้บ้าง แต่มันไม่เคยมีจริง
กระดาษใบหย่าและเช็คเงินสดก้อนโตถูกโยนใส่หน้าเธอราวกับทานอาหารให้ทานเล่น ประโยคเยียบเย็นที่เขากล่าวไว้ก่อนเดินจากไปอย่างไม่เหลียวแลยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท
*"เธอเป็นได้แค่เศษสวะที่ฉันเคยพลาดพลั้ง... อย่าได้อาจเอื้อมกลับมาเหยียบเรือนอคินอีก ศิรินทร์"*
ความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชา ศิรินทร์หัวเราะให้กับความโง่เขลาของตัวเอง หยดน้ำตาที่เคยร่วงหล่นบัดนี้เหือดแห้งหายไป เหลือไว้เพียงนัยน์ตาสีเข้มที่ลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งการแก้แค้น ร่างระหงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดนางรำสีแดงเพลิงที่ขาดวิ่นยิ่งขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนและเสน่ห์อันตรายที่แฝงอยู่ภายใต้ความบอบช้ำ เธอไม่ใช่ศิรินทร์คนเดิมที่จะก้มหน้าร้องไห้อีกต่อไปแล้ว ในเมื่อเขาเลือกที่จะเหยียบย่ำเธอให้จมดิน เธอก็จะทำให้เขาได้ลิ้มรสความตกต่ำจนต้องคุกเข่าขอร้องชีวิตเช่นกัน
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวเดินออกไปจากห้องแต่งตัวหลังม่านอันมืดมิด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตู โรงละครร้างแห่งนี้ถูกปิดตายแล้ว เหตุใดจึงมีใครบางคนก้าวเข้ามา?
ประตูไม้ผุพังถูกผลักเปิดออกอย่างแรง แสงไฟจากภายนอกสาดส่องร่างสูงโปรดของอคิน ทูตพาณิชย์ผู้เย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้เสื้อผ้าของเขากลับยับยู่ยี่ นัยน์ตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยความสับสนและรauร้าวอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ลมหายใจของเขาหอบกระชั้นขณะจ้องมองมายังเรือนร่างของเธอราวกับคนใกล้ตาย
"ศิรินทร์..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจปิด
ศิรินทร์ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่งดงามและบาดลึกที่สุด เธอก้าวเข้าไปหาอดีตสวามีทีละน้อย ปล่อยให้กลิ่นอายความเย้ายวนและหยาดเหงื่อแห่งการอำลาอบอวลไปทั่วพื้นที่แคบๆ โดยไม่รู้เลยว่า... ในเงาอับชื้นด้านหลังของอคิน เอกสารสำคัญบางอย่างที่ร่วงหล่นจากกระเป๋าเสื้อสูทของเขา กำลังจะพลิกผันโชคชะตาของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาล เมื่อกระดาษแผ่นหนึ่งปลิวมาแทบเท้าเธอ และชื่อบนใบรับรองผลตรวจสุขภาพและการตั้งครรภ์ลับๆ ที่ระบุชื่อของเธอ... กลับเป็นสำเนาคู่แฝดที่ถูกเก็บงำไว้โดยแพทย์ส่วนตัวของเขาเอง!
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านผลงานของ "มิคายามวิกาล" นะคะ
นางรำหลังม่านกับทูตพาณิชย์ผู้เย็นชา•ตอนที่ 1
ซากรักบนเวทีร้าง
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางรำหลังม่านกับทูตพาณิชย์ผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!