"เขาหายไปแล้วครับ..."
เสียงกระซิบของลินินเบาหวิวราวกับขนนก แต่กลับดังชัดเจนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของผม ชายชุดดำผู้ถือดาบไร้ใบและสวมเข็มกลัดแห่งอดีตอันดำมืดคนนั้น ทิ้งไว้เพียงละอองแสงสีครามที่ค่อย ๆ เลือนหายไปกับสายลมราตรี เหลือไว้เพียงความเงียบงันที่เข้ากัดกินบรรยากาศรอบตัว ทะเลสาบเบื้องหน้าสะท้อนแสงจันทร์สีเงินยวดระยิบระยับราวกับผืนน้ำโรยด้วยผงเพชร ทว่าความเย็นเยียบของสายน้ำกลับเทียบไม่ได้เลยกับความหนาวเหน็บที่แล่นริ้วขึ้นมาจากขั้วหัวใจของผมเอง
เข็มกลัดรูปปีกวาฬเผือกสลักอักษร 'S' ร้าวราญ... สิ่งนั้นคือเครื่องยืนยันตัวตนของคนคนเดียวที่ผมเคยเดิมพันชีวิตด้วยในเกมออฟไลน์รุ่นบุกเบิก คนที่ควรจะหายสาบสูญไปพร้อมกับกองเพลิงในค่ำคืนเมื่อสี่ปีก่อน ทำไมถึงมาปรากฏตัวที่นี่? และที่สำคัญที่สุด... เขากำลังส่งสารอะไรมาถึงผมกันแน่?
ผมยืนนิ่งงันอยู่ชั่วขณะ สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงสวนทางกับใบหน้าที่พยายามรักษาความนิ่งสงบเอาไว้ ทว่ามือที่ซ่อนอยู่ใต้ชายเสื้อคลุมกลับกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความรู้สึกร้อนผ่าวแผ่ซ่านขึ้นมาผสมผสานกับความตื่นตระหนกในแบบที่ผมไม่ได้สัมผัสมานานนับปี
"นายท่าน..."
มือเรียวเล็กที่เย็นเฉียบเอื้อมมาแตะที่หลังมือของผมอย่างแผ่วเบา ลินินไม่ได้ถามคำถามโง่ ๆ อย่างเช่น 'เกิดอะไรขึ้นคะ' หรือ 'เขากล่าวอะไรกับคุณ' ออกมา เธอยืนอยู่เคียงข้างผมเสมอ ด้วยดวงตาสีเทาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง แม้ใบหน้าของเธอจะยังคงเรียบเฉยไร้อารมณ์ตามวิสัยของเซียนปรุงยาหน้าตาย แต่สัมผัสจากปลายนิ้วของเธอกลับทำหน้าที่เป็นสมอเรือที่ดึงจิตวิญญาณพายุของผมให้กลับคืนสู่ความสงบได้อย่างน่าประหลาด
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก and ผ่อนออกช้า ๆ พยายามคลายกล้ามเนื้อใบหน้าก่อนจะหันไปสบตากับเธอ
"ไปเดินเล่นริมทะเลสาบกันหน่อยไหมครับ ลินิน" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็นปกติ รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากเพื่อยืนยันว่าผมยังควบคุมสถานการณ์ได้
ลินินพยักหน้าน้อย ๆ เป็นอันตรายรับ ไม่มีคำบ่น ไม่มีข้อแม้ เธอเพียงแค่ก้าวเดินเคียงข้างผมไปตามทางเดินหินอ่อนที่ทอดยาวเลียบผืนน้ำกว้างใหญ่ แสงจันทร์สาดส่องลงมาทาบทับเงาของเราให้ทอดยาวไปเบื้องหลัง ความเงียบสงบยามค่ำคืนของเมืองหลวงแห่งนี้ช่วยขับกล่อมให้ประสาทสัมผัสที่ตึงเครียดค่อย ๆ ผ่อนคลายลงทีละน้อย
เราเดินมาหยุดพักที่ศาลาไม้โบราณยื่นออกไปในทะเลสาบ ลินินหยิบขวดแก้วบรรจุยาบำรุงจิตใจกลิ่นหอมละมุนออกมาจากกระเป๋าคาดเอวอย่างคุ้นเคย เธอยื่นมันให้ผมโดยไม่พูดอะไร
ผมรับมาเปิดจิบเบา ๆ รสชาติหวานละมุนและไออุ่นที่แผ่ซ่านในช่องปากช่วยเรียกสติสัมปชัญญะกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว
"ขอบคุณครับ" ผมส่งยิ้มให้เธออีกครั้ง ก่อนจะทอดสายตามองไปยังผืนน้ำที่สะท้อนเงาจันทร์ "คุณคงสงสัยสินะครับ ว่าทำไมผมถึงดูตกใจขนาดนั้นเมื่อเห็นเข็มกลัดอันนั้น"
ลินินพิงสะโพกกับราวสะพานไม้ ดวงตาสีเทาคู่นั้นมองตรงมาที่ผมอย่างตั้งใจ เธอไม่เคยเร่งรัด ไม่เคยคาดคั้น แต่วิธีการรับฟังของเธอกลับทำให้คนพูดรู้สึกว่าทุกถ้อยคำมีความหมายและควรค่าแก่การถ่ายทอด
"ฉันรังเกียจความลับ..." ลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "แต่ฉันรังเกียจการที่นายท่านต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวมากกว่าค่ะ"
ผมหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เจือความขมขื่นอยู่เล็กน้อย ชายหนุ่มผู้ซึ่งปัจจุบันคือ 'กิลด์มาสเตอร์เอส' ผู้ครอบครองความมั่งคั่งระดับที่สามารถซื้อเมืองได้ทั้งเมืองด้วยการรูดบัตรเครดิตเพียงครั้งเดียว ผู้ชายที่คนอื่นมองว่าใช้เงินฟาดหัวทุกปัญหาจนกลายเป็นตำนานแห่งความสะใจ... ใครจะรู้เล่าว่า จุดเริ่มต้นของทุกสิ่งไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และกิลด์วาฬเผือกแห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความสนุกสนานหรือผลกำไรในเกมเท่านั้น
"คุณจำเรื่องราวเมื่อสี่ปีก่อนได้ไหมครับ..." ผมเริ่มต้นเล่า น้ำเสียงทุ้มนุ่มกังวานสะท้อนไปกับสายลมเย็นยามค่ำคืน "ในยุคที่เกมออนไลน์ยังเป็นเพียงโลกเสมือนจริงดิบเถื่อนที่ไร้กฎเกณฑ์ ผมเป็นเพียงผู้เล่นธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรเลย... ไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจ มีเพียงความฝันโง่ ๆ ที่อยากจะสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้คนกลุ่มหนึ่งได้ใช้ชีวิตร่วมกัน"
ลินินขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ไหล่ของเราแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น
"ตอนนั้น... เรามีกันอยู่เจ็ดคนครับ" ผมเงยหน้ามองดวงจันทร์บนท้องฟ้า ความทรงจำสีเลือดและคราบน้ำตาเริ่มไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว "พวกเราเรียกตัวเองว่า 'สหายวาฬเผือก' เราสัญญากันว่าจะสร้างกิลด์อันดับหนึ่งขึ้นมาเพื่อปกป้องผู้เล่นที่อ่อนแอ แต่ในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ ความภักดีมันก็เป็นแค่สินค้าชนิดหนึ่งที่มีราคาค่างวด"
ผมเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ไม่ได้หลุดออกจากปากมานานแสนนาน
"คนที่สวมเข็มกลัดเมื่อครู่... เขาคือ 'เรย์' เพื่อนสนิทที่สุด เป็นคนที่ดึงผมขึ้นมาจากเหว เป็นคนที่มอบเข็มกลัดวงนั้นให้ผมเป็นสัญลักษณ์แห่งคำสาบาน... และก็เป็นคนเดียวกันกับคนที่หักหลังพวกเรา ขายข้อมูลตำแหน่งฐานทัพให้กิลด์ใหญ่อีกฝ่าย เพื่อแลกกับเงินก้อนโตจนทำให้เพื่อนร่วมทีมอีกห้าคนต้องถูกลบไอดีอย่างถาวรในคืนเดียว"
มือที่กำราวไม้สั่นเทาเล็กน้อย ความทรงจำในคืนเพลิงผลาญนั้นยังคงคมชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ภาพของเพื่อน ๆ ที่สลายกลายเป็นละอองข้อมูลต่อหน้าต่อตา เสียงกรีดร้องแห่งความสิ้นหวัง และรอยยิ้มเย็นชาของเรย์ในตอนนั้น... มันคือแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย
"ผมคิดว่าเขาตายไปแล้วครับ" ผมหันไปสบตากล่าวกับลินิน แววตาของผมในตอนนี้คงดูน่าสมเพชไม่น้อยสำหรับมหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่ "ผมใช้เวลาสี่ปีในการไต่เต้า ใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้สร้างอาณาจักรนี้ขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อความยิ่งใหญ่... แต่เพื่อตามล่าหาความจริง ล้างแค้นให้เพื่อน และถามเขาให้รู้เรื่องว่า 'ทำไม?'"
ทะเลสาบเบื้องหน้าไหวระรอกตามแรงลม ไม่มีคำปลอบโยนสวยหรูจากหญิงสาวหน้าตายข้างกายเธอไม่ได้เอ่ยปากบอกว่า 'ทุกอย่างจะดีขึ้น' หรือ 'อย่าคิดมากเลยนะคะ' ตามแบบฉบับนางเอกละครทั่วไป
ทว่า... มือเรียวที่เย็นเฉียบเมื่อครู่ กลับเลื่อนขึ้นมาจับมือของผมไว้แน่น นิ้วเรียวสอดประสานเข้ากับอุ้งมือของผมอย่างมั่น
"เงินซื้อได้ทุกอย่างค่ะ... นายท่าน" ลินินเงยหน้าขึ้นสบตาผม แววตาคู่นั้นไม่มีความสงสารเจือปน มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและมั่นคงอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ "ซื้อความแค้น ซื้อข้อมูล ซื้อแม้กระทั่งความจริงที่ถูกฝังกลบ... ถ้าเงินไม่พอ ฉันจะปรุงยาขายให้คุณเพิ่มอีกสเท่าตัว ฉันจะอยู่ตรงนี้ คอยนับเงินและคอยตบหน้าพวกมันทุกตัวที่กล้าทำร้ายคุณเองค่ะ"
หัวใจที่เคยด้านชาและหนתวบเหน็บของผม กระตุกวูบอย่างแรงก่อนจะเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายจนเกือบจะกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ ผู้หญิงคนนี้นี่นะ... เวลาพูดเรื่องน่ากลัวอย่างการตบหน้าคนหรือสูบเงิน หน้าเธอยังคงนิ่งสนิทไร้อารมณ์เหมือนเดิมแท้ ๆ แต่ทำไมคำพูดของเธอถึงมีพลังทำลายล้างหัวใจผมได้รุนแรงขนาดนี้กันนะ?
ผมหัวเราะออกมาเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะที่จริงใจที่สุดในรอบหลายปี ความมืดมนที่เกาะกุมจิตใจเมื่อครู่พลันมลายหาย Lไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความฮึกเหิมและเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ
"นั่นสินะครับ..." ผมยกมืออีกข้างขึ้นลูบผมของเธอเบา ๆ อย่างทะนุถนอม "ถ้ามีเซียนปรุงยาอันดับหนึ่งคอยหนุนหลังแบบนี้ ต่อให้ต้องซื้อทั้งเซิร์ฟเวอร์มาล้างแค้น ผมก็ทำได้สบายมากครับ"
ขณะที่เรากำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศที่เริ่มอบอวลไปด้วยความหวานชื่น ทันใดนั้นเอง... บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เสียงลมพัดหวีดหวิวราวกับเสียงกรีดร้อง ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เคยกระจ่างใสกลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆหมอกสีดำทมิฬที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วผิดธรรมชาติ
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนตัวดังขึ้นก้องอยู่ในหัวของผม หน้าต่างสีทองแดงปรากฏขึ้นตรงหน้าพร้อมกับข้อความเตือนภัยระดับสูงสุดที่สั่นกระพริบเป็นสีแดงฉาน
[คำเตือน! ตรวจพบการบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคลระดับภูมิภาค!]
[เป้าหมายไม่ทราบฝ่ายจำนวน 500 คน ปิดล้อมเส้นทางเข้าออกทั้งหมดของเมืองหลวงแล้ว!]
[ระบบป้องกันอัตโนมัติของกิลด์วาฬเผือกถูกแฮก... กำลังนับถอยหลังสู่การทำลายล้างฐานทัพหลักในอีก 3 นาที!]
ผมหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มเมื่อครู่อันตรธานหายไป แทนที่ด้วยแววตาคมกริบดั่งใบมีดโกน
ดูเหมือนว่า 'เรย์' จะไม่ได้มาแค่คนเดียว และเขาไม่ได้มาเพื่อทักทายเฉย ๆ เสียแล้ว เขากisลังใช้กำลังทั้งหมดเพื่อบดขยี้ทุกสิ่งที่ผมสร้างขึ้นมาด้วยมือคู่นี้อีกครั้งในคืนนี้
แต่เขาลืมไปอย่างหนึ่ง...
ผมไม่ใช่เด็กหนุ่มผู้ไร้พลังคนเดิมเมื่อสี่ปีก่อนอีกต่อไปแล้ว และในกระเป๋าเสื้อของผมตอนนี้... มีบัตรเครดิตสีดำสนิทที่วงเงินในบัญชีพร้อมที่จะถล่มทั้งกองทัพนั้นให้กลายเป็นจุลภายในพริบตาเดียว!
ผมกุมมือลินินแน่นขึ้น หันไปสบตาเธอนิ่ง ๆ ก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนระบบเกมขึ้นมา ปลายนิ้วเรียวกดเปิดแอปพลิเคชันกิลด์ด้วยความเร็วสูง พร้อมที่จะกดปุ่ม 'ซื้อกองทัพทหารรับจ้างระดับ SSS' ที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์เกม
"ลินินครับ..." ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่นิ่งสนิท เต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจและความเย่อหยิ่งอันเป็นเอกลักษณ์
"คะนายท่าน?" เธอตอบรับทันทีโดยไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
"ช่วยเตรียมยาฟื้นฟูมาให้ผมสักร้อยขวดนะครับ คืนนี้เราจะไปช้อปปิ้งครั้งใหญ่... ซื้อหัวของพวกที่บังجอาจมาเหยียบสนามหลังบ้านของเรากัน"
สิ้นคำพูดของผม แสงไฟจากเฮลิคอปเตอร์รบส่วนตัวนับสิบลำก็สาดส่องทะลุกลุ่มเมฆลงมาล้อมรอบศาลาไม้ พร้อมกับเสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองหลวง—!
(โปรดติดตามตอนต่อไปครับ)
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเปย์ความรักให้กิลด์วาฬเผือกมาจนถึงตอนนี้นะครับ!
กิลด์วาฬเผือกกับยัยเซียนปรุงยาหน้าตาย•ตอนที่ 6
ค่ำคืนใต้แสงจันทร์แห่งเมืองหลวง
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กิลด์วาฬเผือกกับยัยเซียนปรุงยาหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!