"คำเตือนระบบ: สิ่งแปลกปลอมระดับพระเจ้า 'ผู้หลงใหลในความมืด' ได้แทรกซึมเข้าสู่เขตอาคมชั้นในของดันเจี้ยนแล้ว... ระยะเวลาการปะทะ: สามวินาที"
เสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานสาดสะท้อนลงบนม่านตาของเอสราวกับเลือดสดๆ ทว่าใบหน้าของชายหนุ่มผู้ครองความมั่งคั่งอันไร้ขีดจำกัดกลับไม่มีแม้แต่รอยระทึก เขาเพียงแค่ปัดมือขวาเบาๆ เพื่อปิดหน้าต่างระบบนั้นทิ้ง ราวกับกำลังปัดหยาดฝุ่นที่เปื้อนอยู่บนปกเสื้อสูทราคาแพงระยับของตนเอง
ในขณะเดียวกัน ความมืดมิดเบื้องหน้าก็เริ่มบิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่น อากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว กลิ่นอายความตายแผ่ขยายออกมาราวกับหุบเหวแห่งนรกภูมิ สิ่งแปลกปลอมระดับพระเจ้าที่ระบบกล่าวถึงกำลังจะปรากฏกายเพื่อคว้าชิงดวงวิญญาณอันล้ำค่าของเซียนปรุงยาที่ยืนอยู่เคียงข้างเขา
"ฟุ่มเฟือยเกินไปแล้วนะครับ... เอส"
น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ ดังขึ้นจากริมฝีปากบางเฉียบของลินิน ดวงตากลมโตคู่สวยที่มักจะเยชาและว่างเปล่าเสมอในยามปกติ กำลังมองตรงไปยังกองสมบัติและไอเทมระดับตำนานนับร้อยชิ้นที่เอสเพิ่งกวาดซื้อมาจากตลาดประมูลมืดด้วยราคาที่สามารถซื้อเมืองได้ทั้งเมือง เพื่อนำมาโรยระเกะระกะอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบของดันเจี้ยน เพียงเพราะเขาต้องการสร้าง 'เขตปลอดภัยชั่วคราว' ให้เธอได้ยืนปรุงยาอย่างสะดวกสบายที่สุด
"การใช้คريสตัลดาราจักรแปดแสนก้อน เพื่อสร้างบาตรป้องกันฝุ่นละอองและแรงดันอากาศ... มันเป็นความสิ้นเปลืองอย่างไร้เหตุผลสิ้นดีค่ะ—อืม หมายถึง... ไร้เหตุผลสิ้นดีนะครับ" ลินินเผลอหลุดคำพูดติดปากแบบเดิมออกมาเล็กน้อย ก่อนจะรีบปรับเสียงให้เป็นทางการขึ้นเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากของชายหนุ่ม
เอสหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นสุภาพบุรุษผู้เพียบพร้อม แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่ห่างกันแค่เอื้อมมือ เขากลับก้าวเข้ามาประชิดร่างบางอย่างถือวิสาสะ มือหนายื่นออกไปจัดปอยผมสีเงินยวงที่หลุดลุ่ยลงมาปรอบแก้มเนียนใสของหญิงสาวอย่างทะนุถนอม สายตาทอดมองเธอด้วยความลึกซึ้งที่ต่อให้มีเงินตรามากแค่ไหนก็ไม่อาจประเมินค่าได้
"สำหรับผมแล้ว... ไม่มีคำว่าฟุ่มเฟือยเกินไปหรอกครับ ลินิน" เอสเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "ถ้าสิ่งนั้นมันแลกมากับการที่ปลายนิ้วเรียวๆ ของคุณไม่ต้องสัมผัสกับความสกปรกของไอ้พวกเศษสยะระดับพระเจ้าที่กำลังจะโผล่หัวออกมา... มันคือกำไรที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตการเป็นนักธุรกิจของผมแล้วล่ะครับ"
ลินินนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยกะพริบถี่ขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนประกายความไหววับบางอย่างที่พาดผ่านก้นบึ้งของหัวใจ
ความใส่ใจที่ถูกห่อหุ่มด้วยความเปย์อย่างไร้ขีดจำกัดนี้... มันช่างน่ารำคาญใจเสียจริง น่ารำคาญจนทำให้ก้อนเนื้อใต้หน้าอกด้านซ้ายของเธอเริ่มเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ เธอแอบเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มบางเบาที่เกือบจะหลุดลอดออกมาให้อีกฝ่ายได้เห็น ลินินรีบเบือนหน้าหนีไปยังหม้อปรุงยาตรงหน้า ทำทีเป็นสนใจส่วนผสมสมุนไพรระดับตำนานที่กำลังเดือดปุดๆ เพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม
"คุณนี่มัน... เหลือทนจริงๆ นะครับ" ลินินพึมพำเบาๆ กับตัวเอง แต่จังหวะมือที่กำลังบรรจงหยดสารสกัดจันทน์แดงลงไปกลับมั่นคงและแม่นยำยิ่งกว่าเดิม
*โฮกกกกกกกกกกกก—!*
เสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณดังทะลวงมิติเข้ามา ความมืดมิดเบื้องหน้าแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ เงาร่างมหึมาของอสูรกายแห่งความมืดที่มีดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่พุ่งทะยานออกมาจากรอยแยก พร้อมที่จะฉีกกระชากทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าให้แหลกเป็นจุล แรงกดดันระดับพระเจ้าแผ่ซ่านจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าวเป็นทางยาว
ทว่า เอสกลับไม่แม้แต่จะชายตามองอสูรกายตัวนั้น ชายหนุ่มยังคงยืนบังร่างของหญิงสาวไว้ด้วยท่าทีสง่างาม เขายกมือซ้ายขึ้นมาเคาะเบาๆ ที่นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ ซึ่งสลักตราสัญลักษณ์กิลด์วาฬเผือกอันเป็นเอกลักษณ์
"ระบบ... ทำการเปิดใช้งาน 'แผนกวาดล้างสุญญากาศ' อนุมัติงบประมาณไม่จำกัด หักเงินสดจากบัญชีกลางของกิลด์โดยตรง"
"รับทราบครับท่านประธาน... กำลังดำเนินการอนุมัติงบประมาณ: 9,999,999,999 Gold" เสียงระบบ AI จักรกลดังก้องกังวานด้วยความตื่นเต้น
ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือดันเจี้ยนที่เคยปิดทึบก็พลันสว่างวาบเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าดวงอาทิตย์นับพันดวงรวมกัน วงแหวนเวทมนตร์สีทองอร่ามขนาดมหึมาปรากฏขึ้นครอบ
บรรยากาศรอบตัวหยุดชะงักลงในเสี้ยววินาที ร่างของอสูรกายระดับพระเจ้าที่กำลังพุ่งเข้ามาอ้าปากกว้างหมายจะกลืนกินวิญญาณของทั้งคู่ กลับถูกตรึงไว้กลางอากาศด้วยลำแสงสีทองบริสุทธิ์ที่พุ่งทะลวงลงมาจากเบื้องบนอย่างไร้ความปรานี
ลินินเหลือบมองการโจมตีที่ผลาญเงินสดไปนับหมื่นล้านในพริบตาด้วยมุมปากที่กระตุกเล็กน้อย เธออดไม่ได้ที่จะคิดในใจว่า ผู้ชายคนนี้บ้าคลั่งเรื่องการใช้เงินแก้ปัญหาเสียจนน่าหมั่นไส้... แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกปลอดภัยที่แผ่ซ่านมาจากแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังลมฝนให้เธอนั้น มันกลับอบอุ่นเสียจนยากจะปฏิเสธ
เอสปรายตามองอสูรกายที่กำลังสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองภายใต้อำนาจเงินตราของเขา ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มละมุนให้เซียนปรุงยาหน้าตายที่กำลังแอบอมยิ้มอยู่หลังหม้อปรุงยา
"จัดการเรียบร้อยแล้วครับ ลินิน คนต่อไปที่คุณควรจัดการ... น่าจะเป็นหัวใจของผมนะ ว่าไหมครับ?"
ในวินาทีที่ลินินกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำปฏิเสธด้วยใบหน้าเรียบเฉยตามเคยนั้นเอง... จู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เย็นเยียบลงอีกครั้งอย่างกะทันหัน แสงไฟสีทองจากระบบดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดสนิท
หน้าจอโปร่งแสงสีแดงเลือดพุ่งพรวดขึ้นมาตรงหน้าของเอสและลินินโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ตัวอักษรสีดำทมิฬขนาดมหึมาปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนมาจากมิติที่ลึกยิ่งกว่า
*[แจ้งเตือนจากระบบควบคุมหลัก: ตรวจพบการแทรกแซงจาก 'ผู้ดูแลระบบลับ' — เป้าหมายที่แท้จริงของการเรียกตัว ไม่ใช่อสูรกายความมืด... แต่คือตัวตนของท่าน 'กิลด์มาสเตอร์เอส' และรหัสผ่านนิรันดร์ของกระเป๋าเงินวาฬเผือกกำลังถูก...]*
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนความเปย์ระดับตำนานนี้ไปด้วยกันนะครับ!
กิลด์วาฬเผือกกับยัยเซียนปรุงยาหน้าตาย•ตอนที่ 4
ยัยเซียนปรุงยาหน้าตาย
ผลงานโดย กิลด์มาสเตอร์เอส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กิลด์มาสเตอร์เอส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กิลด์วาฬเผือกกับยัยเซียนปรุงยาหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!