โลหิตอุ่นร้อนหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนคมกระบี่เหล็กนิล สะท้อนประกายแสงสีชาดวาวโรจน์ท่ามกลางความมืดมิดของผืนป่าทมิฬ
ประโยคคำถามอันเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีของพญามารโลหิตยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เพียงคำขู่ขวัญ แต่คือร่องรอยของแผนการอันชั่วร้ายที่ถูกถักทอมาเนิ่นนานนับร้อยปี ท้องนภาเบื้องบนถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆฝนสีดำทะมึนที่หมุนวนเป็นเกลียวคลื่น ราวกับมหาสมุทรคลั่งที่พร้อมจะคว่ำทวีปนี้ให้จมดิ่งสู่ห้วงนรก
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร..."
เฟยหลงกล่าวลอดไรฟัน เสียงของเข้มงวดและทรงพลังดั่งระฆังทองสำริด แม้ลมหายใจจะติดขัดเล็กน้อยจากการปะทะกับพลังมารเมื่อครู่ แต่กระดูกสันหลังของจอมยุทธ์หนุ่มผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ยังคงตั้งตรงดั่งต้นสนทระนงกลางพายุ ยามนี้พลังปราณกระบี่ในจุดตันเถียนพลุ่งพล่านราวกับมังกรคลั่งที่ถูกล่ามโซ่ สัญชาตญาณดิบเตือนภัยให้รู้ว่า สิ่งที่พญามารโลหิตกุมอยู่นั้นไม่ใช่แค่ชีวิตของพวกเขา แต่คือความอยู่รอดของยุทธภพทั้งหมด
ข้างกายเขา ไป๋ลี่เซียนยังคงยืนสง่างามดั่งเทพธิดาน้ำแข็ง แม้ใบหน้าจะซีดเซียวลงเล็กน้อยจากการสูญเสียพลังปราณไปไม่น้อย แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับทอประกายความเด็ดเดี่ยวเยือกเย็น นางมิได้เอ่ยคำใด ทว่ามือเรียวบางที่กำด้ามกระบี่น้ำแข็งแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด กลับแผ่ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมารอบรัศมีสามจั้ง สกัดกั้นกลิ่นอายโลหิตที่แผ่พุ่งเข้ามาจากร่างของศัตรู
"ฮ่าๆๆๆ... เด็กน้อยผู้โง่เขลา เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการที่สำนักมารโลหิตเคลื่อนไหวในยุทธภพ เป็นเพียงเพราะความแค้นเรื่องศิษย์ปลายแถวไม่กี่คนงั้นรึ?"
พญามารโลหิตแย้มยิศเย้ยหยัน เผยให้เห็นเขี้ยวสีนิลที่น่าสะพรึงกลัว ร่างของมันลอยเคว้งอยู่กลางอากาศอย่างไร้น้ำหนัก ผ้าคลุมสีโลหิตปลิวสะบัดตามกระแสลมปราณมารที่แผ่ขยายออกไปรอบทิศทาง
"เป้าหมายที่แท้จริงของนิกายเรา คือการปลุก 'ราชันย์อสูรบรรพกาล' ที่ถูกผนึกไว้ ณ 'หุบเขาไร้ลักษณ์' ต่างหาก! และเลือดของพวกเจ้า... โดยเฉพาะกระดูกวิญญาณกระบี่ของเจ้า เฟยหลง คือกุญแจดอกสุดท้ายที่จะคลายผนึกพันธนาการห้าร้อยปี!"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็พลันเปลี่ยนเป็นอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสูงกดทับลงมาดั่งภูเขาไท่ซานกดทับ พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเฟยหลงและไป๋ลี่เซียนยุบตัวลงเป็นหลุมลึกรอยแตกร้าวราใยแมงมุมแผ่ขยายออกไปนับร้อยวา
"ถอย..."
ไป๋ลี่เซียนเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดและเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา นางก้าวเท้าขึ้นมาขนาบข้างเฟยหลง กระบี่น้ำแข็งในมือสั่นระริกพร้อมส่งเสียงครางฮัมเพลงตําราเซียน นางรู้อยู่แก่ใจว่าหากเผชิญหน้ากับพญามารโลหิตตรงๆ ในสภาพที่พลังปราณยังฟื้นฟูไม่ถึงเจ็ดส่วน มีแต่จะพบกับความตายสถานเดียว
"ลี่เซียนพูดถูก..." เฟยหลงกวาดสายตาคมกริบมองไปยังเบื้องหน้า แม้ใจจะอยากใช้กระบี่ในมือพิสูจน์สัจธรรมแห่งเต๋า แต่เขาย่อมไม่ใช่คนบุ่มบ่ามไร้สมอง ยุทธภพสอนเขามาว่า การถอยเพื่อรุกในภายหลังหาใช่ความขี้ขลาด แต่คือวิถีแห่งผู้ยิ่งใหญ่ที่รู้จักรักษากำลัง "พวกเราต้องไปที่หุบเขาไร้ลักษณ์ก่อนที่มันจะไปถึง!"
"คิดจะหนีงั้นรึ? สายไปแล้ว!"
พญามารโลหิตคำรามลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด มันยกมือขึ้นวาดกลางอากาศ เกิดเป็นหอกโลหิตขนาดยักษ์ยาวสิบวาพุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วระดับสายฟ้าแลบ แสงสีแดงฉานแผดเผาทุกสิ่งที่มันผ่านจนกลายเป็นจุล ปราณมารแผ่ซ่านสร้างภาพหลอนของภูตผีปีศาจนับหมื่นร้องโหยหวนระงมป่า
"วิชากระบี่เหมันต์นิรันดร์... ผสมผสาน!"
ไป๋ลี่เซียนหาได้ตื่นตระหนกไม่ นางสะบัดข้อมือวาบ พลังปราณน้ำแข็งบริสุทธิ์ทะลักออกจากจุดตันเถียนก่อตัวเป็นกำแพงน้ำแข็งหนาทึบเก้าชั้นซ้อนทับกันอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่เฟยหลงตวัดกระบี่เหล็กนิลในมือออกไปสุดแรงเกิด
*ตูมมมมม—!*
การปะทะกันระหว่างปราณมารโลหิตและปราณกระบี่คู่ผสานสร้างแรงระเบิดสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น ผืนป่ารัศมีพันจั้งราบเป็นหน้ากลอง แรงสะท้อนทำให้กระอักเลือดออกมาพร้อมกันทั้งสองฝ่าย ทว่าอาศัยจังหวะชุลมุนจากแรงระเบิดและควันหนาทึบที่พวยพุ่ง เฟยหลงก็คว้ามือเรียวบางของไป๋ลี่เซียนไว้แน่น ร่างทั้งสองพุ่งทะยานหายลับเข้าไปในกลีบเมฆหมอกหนาของเทือกเขาเบื้องหน้าด้วยความเร็วสูงสุดดั่งดาวตก
พญามารโลหิตสะบัดแขนเสื้อปัดควันไฟออก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาสสีแดงก่ำจ้องมองไปยังทิศทางที่ทั้งคู่หายไป มันแค่นเสียงฮึดฮัดอย่างเย็นชา
"หุบเขาไร้ลักษณ์งั้นรึ... ต่อให้พวกเจ้าหนีไปจนสุดขอบฟ้า ก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือของข้าอยู่ดี!"
---
ณ หุบเขาเร้นลับที่ถูกขนานนามว่า "หุบเขาไร้ลักษณ์" สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ลึกที่สุดของเขตแดนรกร้าง ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ ไร้ซึ่งทิศทาง และถูกปกคลุมด้วยสายหมอกสีเทาหนาแน่นตลอดปี ปราณฟ้าดินภายในหุบเขานี้ปั่นป่วนและรุนแรงยิ่งกว่าที่ใดๆ ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปหากก้าวเข้ามาเพียงก้าวเดียว เส้นชีพจรปราณจะถูกความกดดันฉีกกระชากจนพิการทันที
แต่นั่นกลับกลายเป็นสถานที่ฝึกฝนวิชาชั้นสูงสุดที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับเฟยหลงและไป๋ลี่เซียน
ร่างของทั้งสองร่วงลงสู่ลานหินกว้างเบื้องล่างอย่างนุ่มนวล ทันทีที่เท้าแตะพื้น เฟยหลงก็ทรุดตัวลงคุกเข่ากระอักเลือดสีดำออกมาคำโต พลังปราณในร่างปั่นป่วนจนควบคุมแทบไม่อยู่ อาการบาดเจ็บจากการปะทะกับพญามารโลหิตเมื่อครู่เริ่มส่งผลอย่างรุนแรง
"เฟยหลง!"
ไป๋ลี่เซียนรีบปราดเข้าไปประคองร่างหนาของชายหนุ่มทันที ความเย็นชาบนใบหน้างดงามถูกแทนที่ด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด นางรีบถ่ายเทปราณน้ำแข็งบริสุทธิ์เข้าไปในจุดชีพจรหลักเพื่อช่วยระงับความร้อนรุ่มจากพิษโลหิตในร่างของเขา มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยยามสัมผัสแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่ขวา
"ข้า... ไม่เป็นไร..." เฟยหลงฝืนยิ้มบางๆ ออกมา สายตาคมกริบมองสำรวจรอบกาย ความมืดมิดและเงียบงันของหุบเขาแห่งนี้ไม่ได้ทำให้เขาสั่นกลัว ตรงกันข้าม เลือดในกายกลับสูบฉีดอย่างตื่นเต้น ที่นี่... มีกลิ่นอายของพลังปราณดั้งเดิมที่หลับใหลอยู่ เป็นพลังที่สามารถช่วยให้เขาทะลวงผ่าน "ขอบเขตกระบี่ไร้ลักษณ์" ขั้นที่เก้าได้สำเร็จ!
"พิษโลหิตของมันร้ายกาจมาก หากปล่อยไว้เกินสามวัน เส้นชีพจรหัวใจของท่านจะถูกกัดกร่อนจนสลาย" ไป๋ลี่เซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ดวงตาคู่สวยจับจ้องใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ "ที่นี่อันตรายเกินไป เราต้องรีบหาถ้ำเร้นกายเพื่อบำเพ็ญเพียรขับพิษโดยเร็ว"
"ไม่ต้องหาหريك... ที่นี่แหละ คือจุดที่เหมาะสมที่สุด"
เฟยหลงพยุงกายลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก ทว่าแววตากลับเปล่งประกายความเด็ดเดี่ยวราวกับคมกระบี่ที่เพิ่งผ่านการลับจนคมกริบ เขากวาดตามองหน้าผาสูงชันที่มีอักขระโบราณจารึกอยู่เลือนรางรอบด้าน หุบเขาไร้ลักษณ์แห่งนี้ไม่ได้มีแค่หมอกพิษ แต่มันซ่อนคัมภีร์สวรรค์โบราณที่ตกทอดมาจากยุคบรรพกาล
"เจ้าหมายความว่า..." ไป๋ลี่เซียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานประหลาดที่ค่อยๆแผ่ออกมาจากร่างของเฟยหลง ปราณกระบี่ของเขาไม่ได้อ่อนแอลงจากการบาดเจ็บ แต่มันกลับกำลังหลอมรวมเข้ากับสัจธรรมความว่างเปล่าของหุบเขาแห่งนี้!
"ข้าจะใช้หุบเขาไร้ลักษณ์นี้เป็นเตาหลอม..." เฟยหลงกุมกระบี่เหล็กนิลไว้แน่น เสียงพูดของเขาหนักแน่นดั่งประกาศิตจากสรวงสวรรค์ "ใช้พิษโลหิตเป็นเชื้อเพลิง และใช้ความตายเป็นบททดสอบเพื่อทะลวงขีดจำกัด!"
ทั้งสองนั่งขัดสมาธิลงบนลานหินท่ามกลางสายหมอกทึบ ไป๋ลี่เซียนนั่งประกบหลังเพื่อคอยปกป้องคุ้มครองเส้นชีพจรหัวใจให้เฟยหลง ขณะที่ชายหนุ่มหลับตาลง ดึงจิตเข้าสู่ห้วงฌานลึกเพื่อโคจรเคล็ดวิชากระบี่หวนคืนสัจธรรม พลังปราณสองสาย (หยินจากนางเอกและหยางจากพระเอก) ผสานกันเป็นวงโคจรหยินหยางหมุนวนรอบร่าง เกิดเป็นแสงสว่างเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิดของหุบเขา
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีใครล่วงรู้ บรรยากาศรอบตัวเริ่มแปรเปลี่ยน ท้องนภาที่เคยปิดตายด้วยเมฆฝนสีดำพลันปรากฏช่องว่างขนาดใหญ่ สายฟ้าสีทองคำบริสุทธิ์ฟาดผ่าลงมาจากสรวงสวรรค์ตรงดิ่งสู่ยอดเขาที่พวกเขานั่งอยู่ ทัณฑ์สวรรค์กำลังจะมาเยือน!
ทว่า ในวินาทีที่จิตของเฟยหลงกำลังจะทะลวงผ่านประตูแห่งขอบเขตพลังขั้นสูงสุด และไป๋ลี่เซียนกำลังถ่ายเทปราณสายสุดท้ายเพื่อช่วยชีวิตชายหนุ่มนั้นเอง...
*กรอบแกรบ... กรอบแกรบ...*
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาแต่ชัดเจนอย่างยิ่งดังขึ้นจากพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหลัง มิติอากาศบริเวณนั้นบิดเบี้ยวเป็นรอยร้าวราวกับกระจกแตก เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความว่างเปล่าอย่างเชื่องช้า กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น... ไม่ใช่กลิ่นอายของพญามารโลหิต และไม่ใช่กลิ่นอายของชาวยุทธภพธรรมดา ทว่ามันเป็นกลิ่นอายที่เก่าแก่ รasดเร้น และทรงพลังยิ่งกว่าผู้ใดที่พวกเขาเคยพบเจอมาทั้งชีวิต!
ร่างนั้นหยุดยืนอยู่ห่างจากพวกเขาเพียงสิบก้าว ก่อนจะเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าราวกับไม่ได้ใช้เสียงมานับพันปี
"เด็กน้อย... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า... เจ้าเป็นคนแรกที่ครอบครองกระบี่เล่มนั้น?"
ไป๋ลี่เซียนสะعุ้งสุดตัว นัยน์ตานางเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด นางพยายามหันกลับไปมอง แต่พลังปราณในร่างกลับถูกกดทับจนขยับไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว!
เฟยหลงลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวสยายปีกจ้องมองไปยังผู้มาใหม่ ร่างกายของเขาแข็งค้างราวกับถูกตรึงไว้ด้วยกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน...
---
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้วิถีกระบี่ของเฟยหลงมาจนถึงบทนี้ มาร่วมลุ้นระทึกไปด้วยกันในตอนหน้าว่าเงาร่างลึกลับนี้คือใคร และพวกเขาจะฝ่าวิกฤตนี้ไปได้อย่างไรนะครับ!
— มังกรครามท่องภพ
วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม•ตอนที่ 24
หลบหนีสู่หุบเขาไร้ลักษณ์
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!