ความตายมิได้น่ากลัวยามที่มันคืบคลานเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า คือการตระหนักรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ตัวตนของเราเป็นเพียงเงาที่สะท้อนอยู่ในก้นบึ้งแห่งภาพลวงตา
กระบี่เหล็กกล้าในมือของเฟยหลงสั่นสะท้านอย่างรุนแรง มันมิใช่ความหวาดกลัว แต่เป็นเสียงคำรามของโลหะที่ร่ำร้องหาความสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางกระแสลมปราณโลหิตที่พญามารโลหิตแผ่พุ่งออกมาจนท้องนภาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิตสดๆ แรงกดดันจากขอบเขตวิญญาณสวรรค์ขั้นสมบูรณ์กดทับจนพื้นศิลาเบื้องล่างแตกร้าวเป็นใยแมงมุม
“เด็กน้อย... เจ้ายังดื้อรั้นที่จะถือกระบี่เล่มนั้นอยู่อีกหรือ? ในเมื่อวิถีแห่งมารคือความจริงแท้แห่งอำนาจและการทำลายล้าง!” เสียงหัวเราะเย้ยหยันของพญามารโลหิตดังสะเทือนเลื่อนลั่นดั่งอสุนีบาต
เฟยหลงไม่แม้แต่จะชายตามองคู่ต่อสู้ แววตาของเขากลับทอประกายล้ำลึกดั่งห้วงมหาสนทรา เปลวเพลิงแห่งปราณกระบี่ภายในจุดตันเถียนหมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงหวีดหิว
ในยุทธภพนี้ ผู้คนนับหมื่นนับแสนต่างแสวงหาเคล็ดวิชาที่เหนือล้ำ แสวงหาศาสตราวิเศษระดับนภา เพื่อให้ตนเองกลายเป็นผู้ไร้เทียมทาน ทว่ายิ่งแสวงหามากเท่าใด จิตใจกลับยิ่งถูกพันธนาการด้วยกรอบเกณฑ์ของกระบวนท่า ยิ่งมีกระบวนท่ามากเท่าใด ช่องว่างย่อมปรากฏชัดเจนขึ้นเท่านั้น
*“ไม่มีกระบี่... แต่มีกระบี่ในใจ”*
วาจานี้แวบเข้ามาในห้วงความคิดของเฟยหลง ดั่งแสงประกายวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้วงจักรวาล ในพริบตาเดียวกันนั้น ดาบเหล็กกล้าในมือของเขากลับพลันเบาหวิวดั่งไร้น้ำหนัก ก่อนที่รังสีความคมกล้าจะมลายหายไปจนหมดสิ้น รูปลักษณ์ภายนอกของเขากลับคืนสู่ความสามัญดั่งปุถุชนคนธรรมดาไร้ซึ่งลมปราณคุ้มกาย
พญามารโลหิตชะงักงันไปชั่วขณะ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เพราะแม้ว่าสัมผัสทางจิตของมันจะกวาดหาเฟยหลงทั่วบริเวณ ทว่าสิ่งที่มีอยู่เบื้องหน้ากลับมิใช่จอมยุทธ์ผู้หนึ่งอีกต่อไป หากแต่เป็น ‘ความว่างเปล่า’ ไร้ที่สิ้นสุด
“เป็นไปไม่ได้! วิชามารโลหิตกลืนกินวิญญาณ เหตุใดเจ้าจึงไร้ซึ่งร่องรอยปราณกระบี่!” พญามารโลหิตคำรามลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด เงื้อมมือสีเลือดขนาดมหึมาซัดตรงเข้าใส่หน้าอกของเฟยหลงอย่างเต็มกำลัง คลื่นพลังทำลายล้างเพียงพอกับการถล่มภูเขาให้ราบคาบในพริบตา
ทว่า ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ไป๋ลี่เซียนที่ยืนนิ่งสงบดั่งรูปสลักน้ำแข็งมาโดยตลอด ดวงตาคู่คริสตัลของนางพลันสว่างวาบ กระบี่น้ำแข็งร้อยปีในมือถูกชักออกจากฝักอย่างแผ่วเบา ไร้ซึ่งเสียงคำราม ไร้ซึ่งแรงกดดัน ทว่ารัศมีไอเย็นยะเยือกกลับแผ่ขยายออกไปจนหยดน้ำค้างกลางอากาศแข็งตัวกลายเป็นผลึกแก้ว
“ผู้ใดบังอาจแตะต้องเขา... ผู้นั้นต้องสังเวยด้วยวิญญาณ”
น้ำเสียงของนางเยียบเย็นยิ่งกว่าน้ำค้างแข็งพันปี ทว่าลึกซึ้งและเปี่ยมด้วยความเด็ดเดี่ยว นางมิได้หันไปมองหน้าเฟยหลงแม้แต่น้อย เพราะในใจของนางมีเพียงความเชื่อมั่นอันไร้ขอบเขตต่อบุรุษผู้นี้ กระบี่น้ำแข็งในมือวาดผ่านอากาศเป็นเส้นโค้งบางเบา ตัดผ่านคลื่นพลังโลหิตของพญามารจนสลายกลายเป็นละอองหมอกในพริบตาเดียว
พญามารโลหิตถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด พลังปราณของนางเซียนผู้นี้เหตุใดจึงยกระดับขึ้นอย่างไร้เหตุผล?
ทว่า ก่อนที่พญามารจะทันตั้งตัว เฟยหลงที่ยืนหลับตาอยู่เบื้องหน้าก็ลืมตาขึ้น ชั่วพริบตานั้น ท้องฟ้าที่เคยถูกย้อมด้วยสีเลือดกลับพลันกระจ่างใส รัศมีกระบี่นับหมื่นสายหาได้ปรากฏออกมาจากกระบี่ในมือไม่ หากแต่มันพวยพุ่งออกมาจาก *‘ทุกอณูขุมขน’* และ *‘ทุกความคิด’* ของเขาโดยตรง
นี่มิใช่การใช้กระบี่เพื่อฆ่าฟัน แต่นี่คือการใช้ ‘ฟ้าดิน’ เป็นกระบี่!
“เจ้าอยากเห็นกระบี่ไร้กระบวนท่าใช่หรือไม่?” เฟยหลงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าก้องกังวานดั่งเสียงประกาศิตจากสรวงสวรรค์
มือที่ถือกระบี่เหล็กธรรมดาเพียงแค่ยกขึ้นแล้วตวัดออกไปอย่างเชื่องช้า ราวกับเด็กน้อยกำลังขีดเขียนตัวอักษรบนพื้นทราย ไร้ซึ่งกระบวนท่า ไร้ซึ่งเคล็ดวิชา ทว่าในสายตาของพญามารโลหิต กลับมองเห็นคมกระบี่ที่มองไม่เห็นเล่มหนึ่งกำลังพุ่งผ่าใจกลางห้วงมิติ ตัดผ่านโชคชะตาและเส้นทางแห่งวัฏสงสารตรงเข้าสู่คอหอยของมันโดยตรง!
*ฉับ!*
เสียงตัดผ่านอากาศเบาหวิวราวกับเสียงใบไม้ไหว ทว่าร่างของพญามารโลหิตกลับแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถล่นออกจากเบ้า เลือดสีดำไหลรินออกจากรอยตัดบางเฉียบบนลำคอ ก่อนที่ร่างอันยิ่งใหญ่ของเจ้าสำนักมารจะทรุดฮวบลงกับพื้นดินอย่างไร้เรี่ยวแรง ลมหายใจดับสูญในพริบตาเดียวโดยที่มันยังไม่ทันได้กรีดร้องออกมาด้วยซ้ำ
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ ไป๋ลี่เซียนเก็บกระบี่น้ำแข็งเข้าฝักอย่างนุ่มนวล รัศมีไอเย็นรอบกายสลายหายไป นางหันมามองเฟยหลงด้วยแววตาที่อ่อนโยนลงหลายส่วน ซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่จะได้เห็นความรู้สึกเช่นนี้จากนาง
“ท่าน... สำเร็จแล้วจริงหรือ?” ไป๋ลี่เซียนเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา
เฟยหลงสูดลมหายใจเข้าลึก and เก็บกระบี่ลงข้างกาย รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากของบุรุษหนุ่มผู้ทะนงตน “ยังห่างไกลนัก... นี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นก้าวแรกของวิถีที่แท้จริง”
เขายื่นมือออกไปกุมมือเรียวงามที่เย็นเฉียบของนางไว้ ลมปราณอันอบอุ่นหลอมรวมหัวใจของคนทั้งสองให้เป็นหนึ่งเดียว ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังสงบลงและชัยชนะตกเป็นของพวกเขา รอยแยกมิติสีดำสนิทที่อยู่เบื้องหลังร่างของพญามารโลหิตกลับพลันสั่นกระดอนอย่างรุนแรง
กลิ่นอายโบราณอันชั่วร้ายยิ่งกว่าพญามารโลหิตนับร้อยเท่าพวยพุ่งออกมาจากรอยแยกนั้น พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่สะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง
*“ฮ่าๆๆ... คิดไม่ถึงว่าในดินแดนรกร้างเช่นนี้ จะยังมีผู้บรรลุวิถีกระบี่ไร้กระบวนท่าหลงเหลืออยู่... เจ้าหนู เฟยหลง เจ้าคิดว่าเจ้าสังหารพญามารปลอมๆ นั่นแล้ว ยุทธภพนี้จะปลอดภัยงั้นหรือ?”*
สิ้นเสียงคำรามนั้น มือสีทองอร่ามที่เต็มไปด้วยอักขระโบราณอันน่าสะพรึงกลัวก็พุ่งทะลวงออกจากรอยแยกมิติ คว้าหมับเข้าที่ลำคอของไป๋ลี่เซียนโดยที่นางไม่ทันตั้งตัว!
“ลี่เซียน!” เฟยหลงคำรามลั่นด้วยความเดือดดาล ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานสัญชาตญาณนักรบตื่นตัวถึงขีดสุด
**************************************************
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้วิถีกระบี่นี้เติบโตครับ — มังกรครามท่องภพ
วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม•ตอนที่ 25
เคล็ดวิชากระบี่ไร้กระบวนท่า
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!