วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม•ตอนที่ 19

บุกเดี่ยวแดนอสูร

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งตลบอบอวลอยู่เบื้องหน้า หาใช่สิ่งที่จะทำให้หัวใจของจอมยุทธ์ผู้หนึ่งเต้นผิดจังหวะไม่ ทว่ามันคือกลิ่นอายแห่งความตายที่หล่อหลอมให้วิถีกระบี่ของ ‘เฟยหลง’ ยิ่งแหลมคมและเยือกเย็นยิ่งขึ้น เบื้องหน้าของเขาคือม่านหมอกโลหิตสีชาดที่ปกคลุมหุบเขาอสูรทมิฬ ฐานลับอันเป็นรังใหญ่ของสำนักมารโลหิต ปราณมารอันชั่วร้ายพวยพุ่งเสียดฟ้า ราวกับอสูรกายร้ายที่กำลังอ้าปากรอรับเหยื่อผู้โง่เขลา แต่สำหรับเฟยหลงแล้ว ที่แห่งนี้มิใช่แดนประหาร หากแต่เป็นลานประลองเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของ "กายามังกรทองคำอมตะ" ที่เขาเพิ่งบรรลุต่างหาก “ฮ่าๆๆๆ... ช่างโง่เขลานัก! คิดว่าบรรลุวิชาขั้นสูงแล้วจะสามารถท้าทายสำนักมารโลหิตของเราได้ผู้เดียวหรือ? เฟยหลง เจ้าช่างไม่รู้จักเจียมตัวเลยสักนิด!” เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิดเบื้องหลังม่านหมอก เงาร่างนับร้อยของยอดฝีมือสำนักมารโลหิตปรากฏขึ้นพร้อมเพรียงกัน ดวงตาของพวกมันเปล่งประกายด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่ง ในมือถืออาวุธอาบยาพิษและค่ายกลโลหิตที่พร้อมจะกลืนกินวิญญาณของผู้บุกรุกให้แหลกสลาย เฟยหลงไม่แม้แต่จะชายตามองพวกมัน สายตาของเขายังคงทอดมองไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า มือขวาเรียวยาวกุมด้ามกระบี่บินอัคคีมั่น นิ้วมือกร้านศึกถ่ายเทกระแสปราณอันบริสุทธิ์ลงสู่ตัวกระบี่จนเกิดเสียงคำรามต่ำๆ คล้ายพญามังกรที่กำลังตื่นจากการหลับใหล “พวกเจ้ามีเวลาสั่งเสียอีกสามลมหายใจ” น้ำเสียงของเฟยหลงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังจนกดทับสรรพเสียงรอบด้านให้เงียบงันลงได้ “หากไม่อยากให้กระบี่นี้พรากวิญญาณจนแม้แต่จะกลับมาเกิดใหม่... ก็จงไสหัวไปเสีย” “สามหาว! ตายซะเถอะ!” ยอดฝีมือมารโลหิตผู้หนึ่งทนต่อความหยิ่งผยองไม่ไหว มันพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมกับกระบองหนามโลหิตที่อาบไว้ด้วยปราณมารสีดำทะมึน หมายจะบดขยี้ศีรษะของเฟยหลงให้แหลกเป็นจุลในกระบวนท่าเดียว *ฉับพลัน!* ประกายกระบี่สีครามสว่างวาบขึ้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน รวดเร็วจนมองด้วยตาเปล่าไม่ทัน ร่างของยอดฝีมือมารผู้นั้นแข็งค้างกลางอากาศ ก่อนที่ลำตัวจะแยกออกเป็นสองส่วนอย่างสะอาดสะอ้าน เลือดสดๆ สาดกระเซ็นย้อมผืนดินเบื้องล่างให้กลายเป็นสีชาด ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้อง ไร้ซึ่งโอกาสแม้แต่จะตั้งรับ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ยอดฝีมือสำนักมารโลหิตที่เหลือต่างหน้าถอดสี ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา พวกมันสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ไร้รูปร่างแต่มหาศาลจนกดทับกระดูกสันหลังให้เยือกเย็น “กระบี่... ช่างรวดเร็วนัก!” ผู้อาวุโสสำนักมารโลหิตผู้หนึ่งกัดฟันกรอด แววตาฉายความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด “ตั้งค่ายกลโลหิตหมื่นอสูร! ใช้พลังของพวกเราทั้งหมดบดขยี้มันให้แหลกเป็นจุล!” สิ้นเสียงคำสั่ง อักขระสีแดงฉานนับหมื่นปรากฏขึ้นบนพื้นดินและผนังถ้ำ พลังปราณมารรวมตัวกันกลายเป็นมหาสمุทรโลหิตที่หมุนวนเป็นเกลียวคลื่นยักษ์ พุ่งเข้าใส่เฟยหลงจากทุกทิศทุกทาง แรงกดดันจากค่ายกลนี้หนักหน่วงราวนำภูเขามาทับไว้บนบ่า ร่างกายของมนุษย์ทั่วไปคงแหลกสลายกลายเป็นเนื้อบดไปนานแล้ว ทว่า... เฟยหลงกลับหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้พลังปราณมารเหล่านั้นกระแทกเข้าใส่ร่างโดยตรง! *ตูม! ตูม! ตูม!* เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นควันและละอองเลือดฟุ้งกระจายปกคลุมทั่วบริเวณ ผู้อาวุโสสำนักมารโลหิตแย้มยิ้มออกมาอย่างโหดเหี้ยม ด้วยพลังของค่ายกลนี้ แม้แต่ยอดฝีมือขั้นหลอมรวมวิญญาณก็ยังต้องดับสูญ ทว่า เมื่อกลุ่มควันจางลง รอยยิ้มบนใบหน้าของพวกมันก็ต้องแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เฟยหลงยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง ณ จุดเดิม เสื้อผ้าแม้จะมีรอยขาดวิ่นไปบ้าง แต่ผิวGายทั่วร่างกลับเปล่งประกายระยิบระยับด้วยแสงสีทองเรืองรอง ราวกับถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากทองคำแท้บริสุทธิ์ ร่องรอยการโจมตีเมื่อครู่ไม่สามารถสร้างบาดแผลแม้แต่รอยข่วนให้แก่เขาได้เลย! “นี่มัน... กายาอันใดกัน?!” ผู้อาวุโสสำนักมารโลหิตอุทานออกมาด้วยความหวาดผวา “เจ้า... เจ้าไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดา!” “มนุษย์หรือมาร... ล้วนเป็นเพียงธุลีดินภายใต้กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน” เฟยหลงลืมตาสกาวขึ้น ดวงตาทั้งคู่ฉายแววคมกริบดั่งคมกระบี่ “ข้าได้ทดสอบความแข็งแกร่งของกายาตามที่ต้องการแล้ว บัดนี้... ถึงเวลาที่สำนักมารโลหิตของพวกเจ้าจะต้องชำระหนี้เลือดแล้วล่ะครับ” คำพูดนั้นราบเรียบ ทว่าทรงพลังดั่งประกาศิตจากสวรรค์ เฟยหลงก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว พลังปราณกระบี่ระเบิดออกรอบตัวกลายเป็นพายุหมุนสีครามสะท้านฟ้า สะท้านแผ่นดิน แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านไปทั่วอาณาบริเวณ จนเหล่ามารโลหิตต่างเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ท่ามกลางวิกฤตและความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาสำนักมารโลหิต ความมืดมิดเบื้องลึกสุดของถ้ำกลับเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไอสังหารสีดำสนิทพวยพุ่งยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าดั่งภูตผีที่ดังขึ้นจากขุมนรก “ฮ่าๆๆๆ... ช่างอวดดียิ่งนัก เจ้าหนูตระกูลเฟย... คิดว่าบุกรุกเข้ามาในถ้ำพญามารแล้วจะออกไปได้ง่ายๆ งั้นรึ?” เงาร่างมหึมาปรากฏขึ้นที่ใจกลางครามมืด ผู้นำสำนักมารโลหิต—พญามารโลหิตก้าวออกมาพร้อมกับกลิ่นอายพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่เหนือล้ำกว่าทุกคนที่ผ่านมา ดวงตาสดดั่งโลหิตคู่นั้นจ้องมองเฟยหลงด้วยความกระหายเลือด แต่วินาทีที่เฟยหลงกำลังจะยกกระบี่ขึ้นรับมือกับพญามารโลหิตนั้นเอง แสงสว่างสีฟ้าใสราวน้ำแข็งพันปีก็สาดส่องลงมาจากฟากฟ้าผ่าม่านหมอกโลหิตเข้ามาอย่างกะทันหัน พร้อมกับละอองหิมะโปรยปรายที่ทำให้ความร้อนรุ่มของพลังมารมลายหายไปในพริบตา เงาร่างบอบบางในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ปักลวดลายดอกเหมืองามสง่า ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าเฟยหลงอย่างเยือกเย็น นางถือกระบี่น้ำแข็งที่แผ่ไอความเย็นยะเยือกเสียดกระดูก ดวงตาดั่งหงส์มองพญามารโลหิตด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ “บังอาจนัก... ที่กล้าขวางทางสัจธรรมของเขา” เสียงหวานใสเย็นชาดังก้องกังวานไปทั่วหุบเขาอสูรทมิฬ เฟยหลงชะงักไปเล็กน้อย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นบางเบา เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคุ้นเคยของหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของดวงใจ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันยาวนานนี้ด้วยความมุ่งมั่นเสมอกลางความหนาวเหน็บของยุทธภพนะครับ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%