วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม•ตอนที่ 18

คำสารภาพใต้แสงดาว

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
กลิ่นอายโลหิตจางๆ ที่ยังคงลอยวนอยู่เหนือยอดเขาเมฆาคล้อย มิอาจกลบกลบเกลื่อนความเงียบงันอันน่าอึดอัดที่แผ่ซ่านอยู่ ณ ระเบียงหินผาเบื้องบน "เจ้ายังคงเลือกที่จะถือกระบี่เล่มนั้น... ทั้งที่รู้ว่ามันคือภาระอันหนักอึ้งที่ฟ้าดินยัดเยียดให้" สุ้มเสียงราบเรียบดุจผืนน้ำในบึงลึกเอ่ยขึ้น ทลายความเงียบงันยามราตรี ไป๋ลี่เซียนยืนอยู่ตรงนั้น ร่างระหงอาบไล้ด้วยแสงจันทร์นวลผ่องจนคล้ายนางเซียนผู้สลักจากหยกสลักน้ำแข็ง เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวตามกระแสลมปราณที่หมุนวนรอบกาย นางไม่ได้มองหน้าเขา แต่มองไปยังขอบฟ้าไกลโพ้นที่ดวงดาวนับพันกำลังทอประกายระยิบระยับราวกับดวงตาของเทพยดาผู้เฝ้ามอง เฟยหลงไม่ตอบทันที เขายกจอกสุราขึ้นจิบรสชาติฝาดเฝื่อน ปราณกระบี่ในตันTianของเขายังคงส่งเสียงคำรามเบาๆ คล้ายพญาอินทรีที่บาดเจ็บแต่ยังคงทะนงตน ดวงตาคมกริบดุจใบกระบี่หันกลับมามองสตรีผู้เคียงบ่าเคียงไหล่ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันนับครั้งไม่ถ้วน "ภาระหรือสัจธรรม... ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกตนต้องแบกรับทั้งสิ้น" เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่หนักแน่น กลิ่นอายความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่หลอมรวมเข้ากับความเงียบสงบยามค่ำคืน "หากข้าไม่ถือมัน แล้วผู้ใดเล่าจะปกป้องวิถีแห่งเต๋าที่หลงเหลืออยู่ในยุทธภพที่เน่าเฟะนี้" ไป๋ลี่เซียนสะท้านเฮือก ดวงตางามล้ำที่เคยเย็นชาดุจน้ำค้างแข็งยามเหมันต์ไหววูบชั่วขณะ นางหันกลับมาสบตาเขา แววตาที่ปกติใช้สะกดศัตรูให้หวาดผวา บัดนี้กลับเจือด้วยความเปราะบางที่ผู้ใดในหล้าไม่มีวันได้เห็น "แล้วตัวท่านเล่า..." นางเอ่ยเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย พยายามควบคุมคลื่นอารมณ์ที่ปั่นป่วนอยู่ในอก "ท่านเคยคิดถึงความตายหรือไม่... เฟยหลง หากวันหนึ่งกระบี่ในมือท่านหักสะบั้น หากวิชาปราณย้อนกลับทำลายร่าง ท่านจะยังคง... ยืนหยัดอยู่เช่นนี้หรือ?" ลมหายใจของเฟยหลงสะดุดไปชั่วลมหายใจหนึ่ง เขาขยับกายเข้าไปใกล้ นางเซียนผู้สูงส่งผู้นี้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอต่อหน้าผู้ใด ตั้งแต่ครั้งที่เราเผชิญหน้ากับพญามารโลหิต นางคือผู้ที่ยืนหยัดขวางหน้าเขาด้วยกระบี่น้ำแข็งร้อยปี ยอมแม้กระทั่งแผดเผาพลังชีวิตเพื่อปกป้องวิถีวิญญาณของเขา มือหนาที่มีรอยด้านจากการจับด้ามกระบี่มาแรมปี เอื้อมออกไปอย่างช้าๆ ปลายนี้วมแกร่งสัมผัสเข้ากับแก้มเนียนนุ่มที่เย็นเฉียบราวกับหยก ไป๋ลี่เซียนตัวแข็งทื่อ นางมิได้ถอยหนี แต่กลับหลับตาลงรับสัมผัสอันอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนาน "ลี่เซียน..." เสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างประหลาด ลบภาพจอมยุทธ์ผู้เหี้ยมโหดในสายตาชาวยุทธไปสิ้นซาก "ความตายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวัฏจักรฟ้าดิน ข้าไม่เคยหวาดกลัวมัน แต่สิ่งที่ข้ากลัว... คือการมีชีวิตอยู่โดยไม่มีเจ้าเคียงข้างในยามที่ดับสูญ" คำสารภาพอันเรียบง่ายแต่ทรงพลังดุจสายฟ้าฟาดกลางใจนางเซียน ไป๋ลี่เซียนลืมตาขึ้น หยาดน้ำใสเอ่อคลอหน่วยตาก่อนจะรินไหลลงมาตามแก้ม นางมิใช่สตรีอ่อนแอ แต่วันนี้ กำแพงน้ำแข็งที่นางสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตนเองจากโลกหล้าได้พังทลายลงราบคาบต่อหน้าบุรุษผู้นี้แล้ว "ท่าน... เหตุใดจึงต้องทำให้ข้าหลงใหลในวิถีกระบี่และตัวท่านจนถอนตัวไม่ขึ้นเช่นนี้" นางพึมพำเสียงเครือ ก่อนจะโถมกายเข้าซบลงกับอกแผงกว้างของเขาอย่างไร้การป้องกันใดๆ เฟยหลงรวบร่างระหงเข้ามาสู่อ้อมกอด ปราณกระบี่รอบตัวเขาแปรเปลี่ยนเป็นรัศมิ์อุ่นอิ่มโอบล้อมทั้งสองไว้ภายใต้โดมพลังอันบริสุทธิ์ ใต้แสงดาวพราวระยับและสายลมราตรีที่พัดผ่าน ทั้งสองหลอมรวมความรู้สึกผ่านจิตวิญญาณ เป็นช่วงเวลาแห่งความสงบสุขเพียงชั่วครู่ ท่ามกลางยุทธภพที่กำลังจะลุกเป็นไฟด้วยเงื้อมมือของสำนักมารโลหิต ทว่า... ความสงบมักอยู่ได้ไม่นาน *เปรี้ยง!!* เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทิศทางของหุบเขาอสูรเบื้องล่าง แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้ยอดเขาเมฆาคล้อยสั่นสะท้าน ราวกับแผ่นดินกำลังจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ รัศมิ์มารสีโลหิตฉานพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ย้อมหมู่ดาวนับพันให้กลายเป็นสีแดงฉานดุจเลือดสดๆ! เฟยหลงผละออกจากอ้อมกอดทันที แววตาที่เพิ่งอ่อนโยนเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจคมกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก จิตสังหารอันเยือกเย็นพวยพุ่งทะลุฟ้า "พวกมันมาเร็วกว่าที่คิด..." เฟยหลงพึมพำ ขณะที่ไป๋ลี่เซียนสะบัดมือเรียกกระบี่น้ำแข็งกลับมาถือมั่นในมือ ใบหน้าของนางกลับคืนสู่ความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งอีกครั้ง แต่ประกายตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว แต่ทว่า... สิ่งที่ทำให้เฟยหลงต้องหยุดชะงักและหัวใจกระตุกวูบ มิใช่รัศมิ์มารของพญามารโลหิต บนยอดเขาลูกถัดไป ท่ามกลางกลุ่มควันสีดำสนิท ร่างของเงาลึกลับในชุดคลุมสีทองปักลายอัคคีสวรรค์กำลังยืนไขว่ห้างมองมาทางพวกเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สะท้อนก้องกังวานในโสตประสาท *"เฟยหลง... เจ้าคิดว่าเจ้าปกป้องนางได้จริงหรือ? จงดูนี่เสียก่อน..."* สิ้นเสียงนั้น ร่างที่ถูกล่ามด้วยโซ่อักขระมารสีดำสนิทก็ถูกโยนลงมาจากหน้าผาเบื้องบน ร่างนั้นคือ "ไป๋เทียนอี้" ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่สวรรค์ ผู้มีพระคุณที่ชุบเลี้ยงเฟยหลงมาตั้งแต่เยาว์วัย ในสภาพที่ไร้ลมหายใจ และกระบี่ประจำตัวหักสะบั้นเป็นสองท่อน! — มังกรครามท่องภพ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%