วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม•ตอนที่ 17

จิตใจที่มั่นคงดั่งหินผา

ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
ความมืดมิดมิใช่ความว่างเปล่า หากแต่เป็นมหาสมุทรแห่งจิตมารที่พร้อมจะกลืนกินทุกดวงวิญญาณให้จมดิ่งสู่ห้วงนรกอเวจี ในมิติมายาอันบิดเบี้ยวแห่งสำนักมารโลหิต อากาศรอบกายอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายคาวเลือดและไอหมอกสีชาดที่แปรเปลี่ยนเป็นรูปเงาภูตผีปีศาจกรีดร้องโหยหวน ไป๋ลี่เซียนทรุดกายลงคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ภาพเบื้องตาของนางในยามนี้มิใช่ผืนป่าหรือซากปรักหักพัง หากแต่เป็นภาพหลอนอันเลวร้ายที่สุดในรอบร้อยปีแห่งการบำเพ็ญเพียร—ภาพที่สำนักเซียนน้ำแข็งของนางถูกเผาผลาญจนราบเป็นหน้ากลอง อาจารย์และศิษย์ร่วมสำนักต่างนอนจมกองเลือด โดยมีร่างเงาของพญามารโลหิตยืนเหยียบย่ำซากศพเหล่านั้นพร้อมเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่เสียดแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจ วิชาปราณกระบี่น้ำแข็งในจุดตันเถียนของนางปั่นป่วนจนเกือบแตกสลาย ไอเย็นอันบริสุทธิ์ถูกแผดเผาด้วยไฟมารจนกระอักโลหิตสีดำออกมาคำโต ดวงตาคู่งามที่เคยราบเรียบเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับฉายแววตื่นตระหนกและหวาดหวั่น จิตใจของนางกำลังถูกภาพลวงตาครอบงำทีละน้อย สติสัมปชัญญะใกล้ดับวูบลงทุกขณะ "ลี่เซียน... เจ้าไม่อาจหนีพ้นจากกรงขังแห่งความแค้นนี้ได้ ยอมจำนนต่อข้าเสียเถิด..." เสียงกระซิบอันชั่วร้ายดังก้องขึ้นมาจากทุกทิศทุกทาง ร่างของพญามารโลหิตพุ่งทะยานออกมาจากม่านหมอก กรงเล็บโลหิตแหลมคมพุ่งตรงเข้าหมายปลิดชีพดวงวิญญาณของนางในภวังค์ ทว่า— *เปรี้ยง!* ประกายกระบี่สีครามเข้มสายหนึ่งแหวกผ่านความมืดมิดราวกับสายฟ้าฟาดกลางมหาสมุทร รัศมีกระบี่อันเกริกไกรสะท้านสะเทือนผืนฟ้าและปฐพี พลังปราณอันยิ่งใหญ่และเที่ยงตรงอัดแน่นด้วย "สัจธรรม" ถูกปลดปล่อยออกมาในคราเดียว แรงกดดันมหาศาลนี้บดขยี้ภาพลวงตาทั้งหมดจนแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ ดั่งกระจกที่ถูกค้อนเหล็กทุบทำลาย เฟยหลงก้าวเท้าเข้ามาในมิติมายาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาของเขาทะนงองอาจดั่งพญามังกรผู้ไม่ก้มหัวให้ฟ้าดิน ร่างกายของเขาแผ่ซ่านด้วยจิตวิญญาณกระบี่ที่แข็งแกร่งจนไอหมอกสีชาดไม่กล้าเข้าใกล้ "ภาพลวงตาอันปลอมเปลือก แม้จะสมจริงเพียงใด ก็เป็นได้แค่ภาพลวงตา" น้ำเสียงของเฟยหลงกังวานก้อง เต็มไปด้วยพลังแห่งมรรคาที่หนักแน่นดั่งขุนเขา ไร้ซึ่งความหวั่นไหวใดๆ เขาไม่แม้แต่จะชายตามองเงาร่างของพญามารโลหิตที่พุ่งเข้ามา เพราะสำหรับผู้บรรลุวิถีกระบี่แท้จริงแล้ว สิ่งลวงตาเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงธุลีดินที่ไร้ตัวตน ไป๋ลี่เซียนสะดุ้งเฮือกราวกับตื่นจากฝันร้าย นางเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังอันกว้างใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า หัวใจที่เคยเหน็บหนาวและสั่นคลอนกลับรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและพลังปราณกระบี่อันเที่ยงธรรมของเฟยหลงเปรียบเสมือนสมอเรือที่ยึดเหนี่ยวจิตวิญญาณของนางให้หลุดพ้นจากห้วงเหวแห่งความตาย "เฟย... หลง..." เสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย ยามเมื่อมือเรียวบางเอื้อมไปควชายเสื้อสีครามของเขาไว้แน่น เฟยหลงไม่หันกลับมามอง แต่ฝ่ามืออีกข้างกลับเอื้อมไปกุมมืออันเย็นเยียบของนางไว้ ถ่าย ทอดกระแสปราณอุ่นร้อนบริสุทธิ์เข้าสู่ร่างกายของนางเพื่อขับไล่พิษมารที่ตกค้าง "หลับตาลงเสีย" น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงเล็กน้อย แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจเด็ดขาดที่ไม่อาจปฏิเสธ "ข้าอยู่ที่นี่ ไม่มีสิ่งใดทำร้ายเจ้าได้ แม้แต่เงาของความตายก็ไม่มีสิทธิ์" คำพูดเพียงไม่กี่คำ กลับมีพลังดั่งประกาศิตสวรรค์ ไป๋ลี่เซียนหลับตาลงตามคำบัญชา ลมหายใจของนางเริ่มกลับมาสม่ำเสมอ ความเย็นชาและตึงเครียดในจิตใจพลันมลายหายไปสิ้น นางมอบความไว้วางใจทั้งชีวิตและดวงวิญญาณให้กับบุรุษผู้นี้อย่างหมดหัวใจ เมื่อเห็นหญิงสาวในดวงใจปลอดภัยแล้ว จิตสังหารของเฟยหลงจึงระเบิดออกมาอย่างแท้จริง เขาก้าวออกไปหนึ่งก้าว กระบี่เหล็กกล้าในมือสั่นระริกส่งเสียงคำรามดั่งพญามังกรสะท้านภพ ทั่วทั้งร่างเปล่งประกายแสงสีครามเจิดจ้าตัดกับความมืดมิดรอบกาย สัจธรรมแห่งกระบี่ที่เขาหลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณแผ่ขยายออกไปรอบทิศทาง กดดันจนมิติมายานี้เริ่มปริร้าว "พวกเจ้า...บังaniอาจนักที่กล้าแตะต้องนาง" เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นถึงขีดสุด ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังเงาร่างนับร้อยที่กำลังหลบซ่อนอยู่ในความมืด พญามารโลหิตที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังส่งเสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด เมื่อเห็นว่าเคล็ดวิชาภาพลวงตาอันภาคภูมิใจถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย มันจึงรวบรวมพลังโลหิตทั้งหมดควบแน่นเป็นหอกโลหิตมหึมา พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่เฟยหลงด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ หวังจะทะลวงร่างของจอมยุทธ์ผู้หยิ่งยโสผู้นี้ให้เป็นจุลในคราเดียว ทว่า เฟยหลงเพียงแค่นัยน์ตาหรี่ลงเล็กน้อย กระบี่ในมือมิได้ชักออกจากฝักอย่างเต็มรูปแบบ หากแต่ใช้ฝักกระบี่ตวัดรับคมหอกโลหิตอย่างแม่นยำ *เคร้ง!* ประกายไฟจากการปะทะกันสว่างวาบไปทั่วบริเวณ แรงกระแทกจากการปะทะแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนพื้นดินเบื้องล่างยุบตัวลงเป็นหลุมลึกหลาย丈 ทว่าร่างของเฟยหลงกลับมิได้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขายืนหยัดมั่นคงดั่งขุนเขาไท่ซาน รับแรงปะทะทั้งหมดไว้ด้วยสัจธรรมแห่งกระบี่อันไร้เทียมทาน "หมดเวลาเล่นสนุกแล้ว" เฟยหลงกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะใช้นิ้วมือดีดลงบนด้ามกระบี่เบาๆ *ฉับพลัน!* คลื่นกระบี่อันทรงพลังนับหมื่นสายพรั่งพรูออกจากฝักกระบี่ราวกับพายุหมุนสีคราม พุ่งเข้ากวาดล้างภาพมายาและเงาร่างของพวกมารโลหิตจนสลายกลายเป็นอากาศธาตุ เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่ว ก่อนที่มิติมายาทั้งหมดจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตา กลายเป็นเศษเสี้ยวแสงสีขาวที่ค่อยๆ เลือนหายไป บรรยากาศรอบกายกลับคืนสู่ความเป็นจริงอีกครั้ง แสงจันทร์ยามค่ำคืนสาดส่องลงมายังผืนป่าไผ่ที่เงียบสงบ ไป๋ลี่เซียนลืมตาขึ้นช้าๆ นางพบว่าตนเองกำลังยืนอยู่พิงอิงแอบแนบชิดกับอกแกร่งของเฟยหลง โดยมีวงแขนแข็งแรงโอบประคองไว้อย่างทะนุถนอม ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังจะหลุดพ้นจากค่ายกลมารนี้ เสียงปรบมือช้าๆ และน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า "ยอดเยี่ยม... ช่างเป็นวิถีกระบี่ที่เหนือล้ำและเด็ดเดี่ยวเสียจริง สมกับที่เป็นทายาทแห่งวังกระบี่สวรรค์" เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากหมอกหนา ชายชราในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งสวมหน้ากากกระดูกมาร แววตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองมาที่เฟยหลงด้วยความกระหายเลือด มันคือผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักมารโลหิตผู้ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด ไม่เพียงเท่านั้น ที่ด้านหลังของมัน ยังมีค่ายกลอักขระมารโบราณที่กำลังส่องแสงสีเลือดเรืองรอง พร้อมกับร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีเงินที่ถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนปราณมาร และเมื่อไป๋ลี่เซียนเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุคคลผู้นั้น นางก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ "ท่าน... ท่านอาจารย์ลุง!" นางอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีด ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — มังกรครามท่องภพ
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%