"กลิ่นอายโลหิตเข้มข้นถึงเพียงนี้... ดูท่าพวกมันคงรอต้อนรับเรามานานแล้วกระมัง"
น้ำเสียงของเฟยหลงราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แม้รอบกายในยามนี้จะถูกโอบล้อมด้วยหมอกโลหิตสีแดงฉานที่แผ่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ราวกับปากอสูรกายที่อ้ากว้างรอคอยกลืนกินวิญญาณ ทว่าดวงตาสคมกริบดั่งคมกระบี่ของเขากลับกวาดมองไปรอบด้านอย่างเยือกเย็นและทะนงองอาจ
เบื้องหน้าของเขาทั้งสองคือค่ายกลโบราณที่ส่องประกายแสงสีโลหิตระยิบระยับ อักขระมารนับหมื่นตัวโลดแล่นวนเวียนอยู่กลางอากาศ ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับดวงวิญญาณนับล้านถูกจองจำอยู่ในขุมนรกโลกันตร์ นี่คือ "มิติมายาโลหิต" ค่ายกลกักขังวิญญาณระดับนภาที่สำนักมารโลหิตจงใจจัดเตรียมไว้เพื่อต้อนรับยอดฝีมือแห่งวิถีเซียนโดยเฉพาะ
ไป๋ลี่เซียนยืนเคียงข้างเขาอย่างสง่างาม นางเซียนผู้เยือกเย็นต่อโลกหล้าปรายตามองหมอกโลหิตที่บีบรัดเข้ามาด้วยแววตาดูแคลน รัศมีไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกจากร่างของนางจนเกล็ดน้ำแข็งสีครามก่อตัวขึ้นใต้ฝ่าเท้า บด ขยี้กลิ่นอายโลหิตที่พยายามคุกคามให้สลายกลายเป็นละอองน้ำแข็งในพริบตา
"มดปลวกใช้เล่ห์กลเดรัจฉาน คิดว่าจะกักขังเราไว้ได้นานสักเท่าใดกัน?" เสียงหวานใสดุจหยกกระทบกันแต่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดูเอ่ยขึ้น นางมิได้หวั่นเกรงต่อมิติมายานี้แม้แต่น้อย ทว่าความกังวลเพียงหนึ่งเดียวในใจของนาง หาใช่ความตายไม่... หากแต่เป็นการยืนหยัดเคียงข้างบุรุษผู้นี้จนถึงที่สุด
ตึ้ง!
ทันใดนั้น พื้นดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เงาร่างนับสิบสายพุ่งทะยานออกมาจากม่านหมอกโลหิต แต่ละร่างแผ่ซ่านไอสังหารรุนแรงจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว พวกมันล้วนเป็นผู้อาวุโสขั้นกำเนิดวิญญาณแห่งสำนักมารโลหิตที่ซุ่มซ่อนอยู่ นำโดย "มารโลหิตทมิฬ" หนึ่งในสี่จตุรเทพมารผู้มีชื่อเสียงระบือไกลในแดนทมิฬ
"เฟยหลง! ไป๋ลี่เซียน! วันนี้คือวันตายของพวกเจ้า ค่ายกลโลหิตกลืนวิญญาณนี้ แม้แต่เทพเซียนก็ยังต้องดับสูญ ไฉนพวกเจ้าที่เป็นเพียงมนุษย์เดินดินจึงจะรอดไปได้!" เสียงคำรามของมารโลหิตทมิฬดังก้องกังวานราวกับอสุนีบาตฟาดผ่า ส ะท้อนไปทั่วทุกมุมของมิติมายา
เฟยหลงแค่นเสียงหึ in คอ แววตาคมปลาบฉายประกายเย้ยหยัน "เทพเซียนหรือ? ข้าเดินบนวิถีกระบี่ฝืนลิขิตฟ้าดินมาเนิ่นนาน เหตุใดต้องเกรงกลัวมารชั้นต่ำเช่นพวกเจ้า? ในเมื่อพวกเจ้าอยากลองดีนัก... ข้าจะใช้เลือดของพวกเจ้าสังเวยคมกระบี่ของข้าในวันนี้!"
สิ้นคำพูด ร่างของเฟยหลงก็ระเบิดพลังปราณสีครามเข้มข้นออกมา รัศมีกระบี่พวยพุ่งทะยานเสียดฟ้า พลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์สะท้อนก้องกังวาน บ่งบอกถึงความสำเร็จในขั้นสูงสุดของวิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรมที่เขาหล่อหลอมขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อ
ยามเดียวกัน ไป๋ลี่เซียนเคลื่อนไหวดุจภาพมายา กระบี่น้ำแข็งในมือสั่นระริกเบาๆ ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปนับร้อยลี้ เปลี่ยนผืนดินรอบกายให้กลายเป็นทุ่งน้ำแข็งสีขาวโพลนในชั่วพริบตา ความเย็นนี้มิใช่เพียงแค่ลดอุณหภูมิ แต่มันคือน้ำแข็งที่แช่แข็งแม้กระทั่งกระแสปราณและจิตวิญญาณของศัตรู
"กระบี่ผสานใจ... สวรรค์ดับสูญ!"
เสียงประสานของทั้งสองดังขึ้นพร้อมกันอย่างทรงพลัง เฟยหลงและไป๋ลี่เซียนพุ่งทะยานเข้าประจันหน้ากับกองทัพมารอย่างไร้ความเกรงกลัว วิถีกระบี่ของเฟยหลงดุดัน ดุจมังกรทะยานฟ้าที่ฟาดย่างทำลายล้างทุกสิ่ง ในขณะที่กระบี่ของไป๋ลี่เซียนงดงาม ทว่าเฉียบคมและไร้ความปรานีราวกับเทพธิดาน้ำแข็งลงทัณฑ์โลกหล้า
ฉั๊วะ! ฉ่า!
เสียงคมกระบี่เฉือนเนื้อและเสียงแช่แข็งดังประสานกันสนั่นหวั่นไหว เลือดสีดำทะลักทลายย้อมพื้นหิมะสีขาวให้กลายเป็นสีแดงฉาน ยอดฝีมือฝ่ายมารที่เคยทะนงตนว่าไร้เทียมทาน บัดนี้กลับต้องหวาดผัดเมื่อเผชิญหน้ากับความดุดันและเคมีอันเข้าขาอย่างไร้ที่ติของคนทั้งสอง พลังปราณกระบี่และไอเย็นผสานกันจนกลายเป็นเขตแดนที่ไม่มีผู้ใดทะลวงผ่านเข้ามาได้
ทว่า... ท่ามกลางการต่อสู้ที่กำลังดุเดือดตระการตา ท้องฟ้าเบื้องบนของมิติมายากลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท อักขระมารโบราณนับหมื่นตัวที่เคยหมุนวนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นรูปทรงประหลาด คล้ายกับดวงตาขนาดยักษ์ที่กำลังลืมตาตื่นขึ้นจากความหลับใหลอันยาวนาน
ครืนนน—!
แรงกดดันระดับมหาศาลกดทับลงมาบนบ่าของเฟยหลงและไป๋ลี่เซียนทันที จนลมหายใจของทั้งคู่สะดุดไปวูบหนึ่ง แรงกดดันนี้มิได้มาจากมารโลหิตทมิฬ แต่มันมาจากแก่นแท้ของค่ายกลที่ซ่อนเร้นอยู่ลึกยิ่งกว่า...
มารโลหิตทมิฬที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการปะทะเมื่อครู่ กลับแย้มยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มอันน่าสยดสยอง ดวงตาของมันแดงก่ำราวกับโลหิต "โง่เขลา... พวกเจ้าคิดจริงๆ หรือว่านี่คือค่ายกลกักขังวิญญาณธรรมดา? ฮ่าๆๆ... แท้จริงแล้วมันคือ 'ค่ายกลกลืนสัจธรรม' ที่ท่านประมุขทุ่มเทสร้างขึ้นเพื่อดูดซับวิถีกระบี่และพลังเซียนของพวกเจ้าโดยเฉพาะ!"
สิ้นเสียงนั้น อักขระโบราณรอบตัวก็ส่องแสงสว่างเจิดจ้า ร่างของไป๋ลี่เซียนเซถลาไปด้านหลังเล็กน้อยเมื่อกระแสปราณในร่างของนางถูกดึงดูดออกไปอย่างควบคุมไม่ได้ ใบหน้าที่เคยงดงามเย็นชาเริ่มซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม
"ลี่เซียน!" เฟยหลงตวัดสายตากลับมาด้วยความตกใจ รีบทะยานเข้าไปประคองร่างของนางไว้ในอ้อมแขน พลังปราณกระบี่ของเขาแผ่ซ่านออกเพื่อปกป้องนาง ทว่าเขากลับพบว่า ยิ่งเขาใช้พลังปราณมากเท่าใด ค่ายกลเบื้องบนก็ยิ่งดูดซับพลังของเขาไปมากเท่านั้น ราวกับหลุมดำที่ไม่มีวันอิ่มเอม
"เฟยหลง... อย่าสนใจข้า..." ไป๋ลี่เซียนฝืนยิ้มบางเบา มือเรียวบางเอื้อมขึ้นสัมผัสแก้มของเขา แววตานางฉายชัดถึงความรักลึกซึ้งและเด็ดเดี่ยว "วิถีกระบี่ของท่าน... ยังต้องก้าวไปให้ถึงจุดสูงสุด... จงใช้พลังทั้งหมด... ทะลวงมันออกไป..."
"ข้าไม่มีวันยอมปล่อยให้เจ้าเป็นอันตรายเด็ดขาด!" เฟยหลงคำรามก้องในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายประกายดุดันราวกับพญาอินทรีสะบัดปีก เขากอดกระชับร่างของนางไว้แนบอก มือขวาตวัดกระบี่ประจำกายขึ้นชี้ฟ้า พลังปราณทั้งหมดในตันtian (ตันเถียน) ถูกรีดเค้นออกมาจนถึงขีดสุด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ร่างกายส่งเสียงคำรามลั่นราวกับกระดูกจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะปลดปล่อยกระบวนท่าสุดท้ายเพื่อทำลายค่ายกล ทันใดนั้น... เสียงหัวเราะอันแหบพร่าและเยือกเย็นสะท้านวิญญาณก็ดังขึ้นมาจากใจกลางมิติมายา ร่างของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมสีเลือดสนิท ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิด
"เฟยหลงเอ๋ยเฟยหลง... ในที่สุดข้าก็รอเวลานี้มานาน... เจ้าคิดว่าเจ้าคุมเกมได้ทั้งหมดแล้วอย่างนั้นหรือ?"
— ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — มังกรครามท่องภพ
วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม•ตอนที่ 16
กับดักมิติโลหิต
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!