"หากพวกเจ้าคิดว่าความตายคือจุดจบของความมืดมิด... เช่นนั้นจงเบิกเนตรดูให้เต็มตา ว่าความพินาศที่แท้จริงภายใต้วิถีกระบี่ของข้า มันมีสภาพเช่นไร!"
สุ้มเสียงทุ้มนุ่มทว่าทรงพลังดังก้องกังวานเสียดแทงฟ้าดิน เฟยหลงยืนหยัดตระหง่านอยู่ท่ามกลางหุบเขาหมื่นอสูร ร่างกายของเขายังคงหลงเหลือละอองความอบอุ่นอันคุ้นเคยจากสตรีผู้เป็นเจ้าของดวงใจ แต่ในวินาทีนี้ แววตาของจอมยุทธ์หนุ่มกลับแปรเปลี่ยนเป็นคมกล้าดุจใบมีดน้ำแข็ง ประกายตาดำมืดดั่งห้วงเหวลึกที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพชีวิต กลิ่นอายกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่ซ่านออกมารอบกายจนมิติเบื้องหน้าบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น
เบื้องหน้าของเขาคือ กองกำลังมารนับพันชีวิตที่นำโดยเหล่าผู้อาวุโสสำนักมารโลหิต ไmโลหิตสีชาดคละคลุ้งตลบอบอวล ย้อมผืนป่าโบราณให้กลายเป็นสีแดงฉานดั่งโลกันตร์ ธงปักรูปอสูรแยกเขี้ยวสะบัดไหวตามกระแสลมปราณที่ปั่นป่วน
"ฮ่าๆๆๆ... เฟยหลง! เจ้าคิดว่าตัวคนเดียวจะต่อกรกับกองทัพมารโลหิตนับพันของพวกเราได้หรือ? ช่างเป็นกบในกะลาที่บังอาจท้าทายมหาสุดสาคร!" เสียงหัวร่อเย้ยหยันดังขึ้นจากแม่ทัพมารผู้หนึ่ง มันสวมเกราะกระดูกอสูรสีดำทมิฬ ถือง้าวโลหิตขนาดใหญ่ที่หล่อหลอมด้วยวิญญาณแค้นนับหมื่น รังสีอำมหิตแผ่พุ่งจนเหล่าสัตว์อสูรในรัศมีร้อยลี้ต่างหมอบกราบด้วยความหวาดกลัว
เฟยหลงไม่แม้แต่จะชายตามองคู่สนทนา ร่างสูงโปรดปรานในชุดคลุมสีครามสะบัดพลิ้วตามแรงลม มือขวาเรียวยาวกุมด้ามกระบี่โบราณไว้มั่น นิ้วมือกร้านศึกกดกระชับลงบนลายสลักมังกร สัจธรรมแห่งวิถีกระบี่มิใช่การเอ่ยวาจาอวดอ้าง แต่มันคือการตัดสินความเป็นตายด้วยการตวัดเพียงคราเดียว
"หนวกหู..."
คำพูดเพียงคำเดียวหลุดจากริมฝีปากหยักยิ้ม ทว่ามันกลับทรงพลังยิ่งกว่าเสียงคำรามของอสุนีบาต
*ชิ้ง!*
เสียงชักกระบี่ออกจากฝักดังกังวานใสราวกระจกแตกสลาย แต่นั่นคือสัญญาณแห่งความตายที่แท้จริง! แสงกระบี่สีครามเจิดจ้าพวยพุ่งทะยานเสียดแทงม่านเมฆบนท้องฟ้าจนแยก2ฝั่ง เคล็ดวิชา "กระบี่หวนคืนสัจธรรม" ขั้นที่สาม — *ดาราดับสูญ* ถูกปลดปล่อยออกมาในพริบตา!
พริบตานั้นเอง เวลาของโลกหล้าคล้ายหยุดนิ่ง รัศมีกระบี่นับแสนสายระเบิดออกรอบทิศทางราวกับห่าฝนดาวตก ทุกเส้นสายกระบี่เปี่ยมด้วยเจตจำนงแห่งฟ้าดิน ไม่ใช่แค่การตัดผ่านเนื้อหนัง แต่มันคือการทำลายล้างแม้กระทั่งแก่นวิญญาณและคัมภีร์บำเพ็ญเพียรของเหล่ามารร้ายให้สลายกลายเป็นธุลี
"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก—!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมานดังประสานกันระงม กองกำลังมารที่เคยฮึกเหิมบัดนี้กลับกลายเป็นประดุจใบไม้แห้งที่ถูกลมพายุพัดกระหน่ำ ร่างแล้วร่างเล่าถูกคมกระบี่สีครามผ่าแยกเป็นสองส่วนอย่างไร้การขัดขืน โลหิตพุ่งทะลักราวน้ำพุสวรรค์ ย้อมผืนแผ่นดินเบื้องล่างให้กลายเป็นทะเลเลือดสมชื่อ "โลหิตท่วมปฐพี" อย่างแท้จริง
แม่ทัพมารผู้ถือเกราะกระดูกอสูรเบิกตาค้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าที่เคยลำพองพองกลับซีดเผือดไร้สีเลือด มันพยายามยกง้าวโลหิตขึ้นป้องกันตัวตามสัญชาตญาณแห่งความตาย แต่ทว่า... ช้าเกินไป!
เฟยหลงก้าวเท้าเพียงก้าวเดียว ร่างของเขาก็หายวับไปจากจุดเดิม ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งเบื้องหลังของแม่ทัพมารผู้นั้นอย่างไร้ร่องรอย ลมหายใจของจอมยุทธ์หนุ่มสงบนิ่งดั่งน้ำในบึงลึก
"วิถีมาร... เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่เกิดจากความโลภในจิตใจเจ้าเอง" เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่มือขวาสะบัดกระบี่เก็บเข้าฝักช้าๆ
*ฉับ!*
ร่างของแม่ทัพมารแยกออกเป็นสองเสี่ยงในแนวเฉียง โลหิตสาดกระเซ็นราวกับดอกไม้ไฟสีชาดเบ่งบานกลางอากาศ ก่อนที่ร่างทั้งสองจะล้มลงกระแทกพื้นดินเสียงดังสนั่น ฝุ่นตลบอบอวลพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วสารทิศ กองกำลังมารนับพันที่เคยน่าเกรงขาม บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าและซากศพเกลื่อนกลาด
ความเงียบงันเข้าปกคลุมหุบเขาหมื่นอสูรอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของเฟยหลงที่ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง ดวงตาดำมืดทอประกายความเยือกเย็น ทว่าลึกซึ้งเกินกว่าผู้ใดจะหยั่งถึง
ทว่า... ในวินาทีที่ความตายสงบลง ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของเฟยหลงกลับสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พลังปราณรอบตัวแปรปรวนขึ้นอย่างกะทันหัน ความเย็นเยือกที่คุ้นเคยสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในเขตแดนจิตวิญญาณ
กลิ่นอายกระบี่น้ำแข็งอันบริสุทธิ์... และกลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยหลงฤดู
เฟยหลงชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเดิน มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นบางเบา รอยยิ้มนี้มิใช่ความเย้ยหยันเช่นเมื่อครู่ หากแต่เป็นความอบอุ่นที่สตรีผู้เย็นชาต่อโลกหล้าผู้เดียวเท่านั้นที่จะได้รับ
แต่ก่อนที่เขาจะได้หันกลับไปมอง ร่างอรชรในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพธิดากลับปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าอย่างเงียบเชียบ ไป๋ลี่เซียนยืนอยู่บนกองเลือด ทว่าตัวนางกลับไร้ซึ่งมลทินใดๆ ดาบน้ำแข็งในมือเรียวงามยังคงมีไอเย็นระเหยออกมา ทว่าแววตาคู่สวยที่มักจะเรียบเฉยและเย็นชากลับกำลังสั่นไหวระริกยามจ้องมองมาที่เขา
"เจ้า... ประมาทเกินไปแล้ว" น้ำเสียงหวานใสแต่เยียบเย็นเอื้อnเอ่ยขึ้นเบาๆ ทว่ากลับแฝงความห่วงใยที่ซ่อนเร้นไว้อย่างลึกซึ้ง
เฟยหลงมิได้ตอบคำเขากลับยิ้มรับด้วยแววตาอ่อนโยน ทว่าทันใดนั้นเอง ท้องนภาเบื้องบนที่ควรจะสงบลง กลับมืดครึ้มลงในพริบตา เมฆสีดำทะมึนก่อตัวหมุนวนเป็นรูปวงกลมขนาดใหญ่เหนือศีรษะของทั้งสอง พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าสีทองทมิฬที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสามภพ!
แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น แรงกดดันระดับมหาเทพกดทับลงมาจนกระดูกทั่วร่างลั่นเปรี๊ยะ ไป๋ลี่เซียนหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นมาจากขุมนรกเบื้องล่าง
มีเงาร่างมหึมาปรากฏขึ้นท่ามกลางสายฟ้าสีทองทมิฬ พร้อมกับเสียงหัวเราะก้องกังวานที่ทำให้วิญญาณแทบแตกสลาย: "ฮ่าๆๆๆ... เฟยหลง! เจ้าคิดว่ากำจัดแค่ลูกสมุนของข้าแล้วจะจบสิ้นหรือ? วันนี้... คือวันตายของวิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนวิถีกระบี่นี้ด้วยกันเสมอมานะครับ
วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม•ตอนที่ 20
โลหิตท่วมปฐพี
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!