เศษเสี้ยวโลหิตบนคมกระบี่จันทราเหมันต์ยังคงหยดลงบนพื้นหินอัคนี เกิดเสียงดังฉ่าคล้ายน้ำเดือดราดลงบนเตาหลอม บรรยากาศภายในถ้ำศิลาโบราณอวลไปด้วยไอปราณเย็นเยียบที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของหญิงสาวผู้หนึ่ง นางนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหินอัคคีทมิฬ ร่างบอบบางห่อหุ้มด้วยอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ทว่าบุนด้วยเกล็ดน้ำแข็งพันปี เส้นผมสีรัตติกาลยาวสลวยลู่ลงตามแรงโน้มถ่วง ทว่าแผ่นหลังที่เคยตั้งตรงสง่างามราวกับกระบี่ในฝัก บัดนี้กลับสั่นสะท้านเล็กน้อยยามที่ลมหายใจเข้าออกติดขัด
เฟยหลงยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า ห่างออกไปเพียงสามก้าว ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีจับจ้องร่างของนางไม่กระพริบ เขามิได้เอ่ยคำปลอบโยนใดๆ ออกมา จอมยุทธ์ผู้ฝึกฝนวิถีกระบี่จนจิตใจแข็งแกร่งดั่งเหล็กไหลย่อมรู้ดีว่า ในยามที่จิตวิญญาณของยอดฝีมือถูกกรีดแผลเป็นในอดีตซ้ำรอย คำพูดหวานหูล้วนไร้ค่า มีเพียงความเงียบสงบและการยืนหยัดเคียงข้างเท่านั้นคือสัจธรรมที่แท้จริง
"เจ้าคิดว่า... ข้าเย็นชาจนไร้หัวใจผู้คนเช่นนั้นหรือ, เฟยหลง?"
น้ำเสียงใสกระจ่างดั่งระฆังหยก แต่กลับเจือด้วยกระแสความร้าวรานและไอปราณแห่งความโศกเศร้าที่ถูกกดทับมาเนิ่นนาน ไป๋ลี่เซียนค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาคู่คมกริบที่เคยราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงน้ำแข็งยามไร้ลมปรากฏรอยร้าวลึก นางไม่ได้มองหน้าเขา แต่มองผ่านร่างของเขาไปเบื้องหลัง ราวกับกำลังมองทะลุกาลเวลา ย้อนกลับไปยังห้วงอดีตอันมืดมนที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองซากศพและทะเลเพลิง
เฟยหลงไม่หลบสายตา น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยพลังอำนาจแห่งความเยือกเย็น "คนไร้หัวใจย่อมไม่หลั่งน้ำตาในยามที่กระบี่ในมือสั่นไหว... แต่เจ้า ไป๋ลี่เซียน กระบี่น้ำแข็งของเจ้าในค่ำคืนนี้มีความลังเล เจ้ากำลังหวาดกลัวสิ่งใด หรือว่า... เงาอดีตจากสำนักกระบี่เหมันต์สวรรค์ยังคงตามหลอกหลอนวิญญาณของเจ้าอยู่?"
คำว่า 'สำนักกระบี่เหมันต์สวรรค์' หลุดออกจากปากของบุรุษหนุ่ม ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจกลางถ้ำศิลา ร่างของไป๋ลี่เซียนสะท้านเฮือก ไอปราณรอบกายปั่นป่วนจนหินงอกหินย้อยรอบถ้ำระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษเกล็ดน้ำแข็งนับพันชิ้นลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ ก่อนจะหลอมละลายกลายเป็นไอหมอกสีขาวโพลน
"เจ้าไม่เข้าใจ..." นางแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความเจ็บปวดและสมเพชตนเอง "สำนักกระบี่เหมันต์สวรรค์... สำนักที่สั่งสอนให้ข้ายึดมั่นในคุณธรรมและการบำเพ็ญเพียร สำนักที่ค้ำจุนยุทธภพมานับพันปี... ในคืนที่เพลิงโลหิตเผาผลาญทุกสิ่ง พวกเขาอยู่ที่ไหน? อาจารย์ผู้ถ่ายทอดวิชาให้ข้า... บิดาผู้ให้กำเนิดข้า... ทุกคนต่างพากันก้มหัวให้แก่ 'พญามารโลหิต' เพื่อแลกกับลมหายใจอันน่าสมเพช!"
ภาพความทรงจำอันโหดร้ายไหลย้อนกลับมาในหัวของไป๋ลี่เซียนราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก ในคืนนั้น... คืนที่หิมะโปรยปรายแต่กลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานของโลหิต กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วทุกตารางนิ้ว เสียงกรีดร้องของศิษย์พี่ศิษย์น้องยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท นางในวัยเยาว์ยืนถือกระบี่สั่นเทาอยู่ท่ามกลางซากศพของคนในสำนัก ขณะที่ผู้อาวุโสผู้เคยน่าเคารพกลับคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตต่อหน้าเงาร่างมหึมาที่แผ่ไอพญามารปกคลุมไปทั่วฟ้าดิน
ความเชื่อมั่น ศรัทธา และวิถีเซียนที่นางยึดถือมาตลอดชีวิต พังทลายลงในชั่วพริบตา
"ตั้งแต่วันนั้น... ข้าก็สาบานกับตนเองว่าจะไม่เชื่อใจผู้ใดในใต้หล้าอีก" ไป๋ลี่เซียนหันกลับมาสบตาเฟยหลง ดวงตาสง่างามคู่นั้นแดงก่ำ มีหยาดน้ำตาเอ่อคลอแต่มันถูกแช่แข็งด้วยพลังปราณจนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นลงกระทบพื้น "ความเย็นชาคือเกราะป้องกันเดียวที่เหลืออยู่ของข้า... จนกระทั่งเจ้าก้าวเข้ามาในชีวิตของข้า เฟยหลง... เจ้าทำลายกำแพงที่ข้าสร้างขึ้นด้วยความดื้อรั้นและวิถีกระบี่ที่เหนือล้ำของเจ้า แต่นั่นยิ่งทำให้ข้าหวาดกลัว... ข้ากลัวว่าวันหนึ่ง เจ้าจะต้องตายด้วยน้ำมือของพญามารโลหิตเช่นเดียวกับพวกเขาเหล่านั้น!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของลมหายใจที่หนักหน่วง เฟยหลงนิ่งงัด เขาไม่เคยรู้เลยว่าเบื้องหลังความสง่างาม เย็นชา และไร้เทียมทานของนางเซียนผู้นี้ จะต้องแบกรับบาดแผลทางจิตวิญญาณที่ลึกล้ำถึงเพียงนี้
จอมยุทธ์หนุ่มก้าวเข้าไปประชิดตัวนางอย่างไร้ซุ่มเสียง ก่อนที่ไป๋ลี่เซียนจะทันได้ตั้งตัว มือหนาอันอบอุ่นและแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กก็เอื้อมไปกุมมือเรียวบางที่กำลังสั่นเทาของนางไว้แน่น ไอปราณเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างของนางพยายามจะแช่แข็งมือของเขา ทว่าเฟยหลงกลับโคจรพลังปราณอัคคีทมิฬในจุดตันเถียนอย่างรวดเร็ว เปลวเพลิงสีครามปรากฏขึ้นรอบฝ่ามือ หลอมละลายความหนาวเหน็บจนหมดสิ้น
"เจ้าทำบ้าอะไร..." ไป๋ลี่เซียนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางพยายามจะชักมือกลับ แต่วงแขนแข็งแกร่งของบุรุษหนุ่มกลับดึงรั้งร่างของนางเข้าไปปะทะแผงอกกว้างอย่างแนบแน่น
"ฟังให้ดี ไป๋ลี่เซียน" เสียงของเฟยหลงทุ้มต่ำ ทรงพลัง และก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของมังกรครามที่สะท้านสะเทือนฟ้าดิน "พวกมัน... สำนักมารโลหิต หรือแม้แต่พญามารโลหิตผู้นั้น พวกมันเป็นเพียงแค่ก้อนกรวดบนเส้นทางวิถีกระบี่ของข้า ความตายในอดีตของสำนักเจ้า ข้าไม่ได้ใส่ใจ เพราะนั่นคือวิถีแห่งความอ่อนแอที่เลือกจะก้มหัวให้ศัตรู แต่วิถีของข้าและเจ้าในวันนี้... คือการก้าวข้ามฟ้าดิน!"
เขาจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาคู่นั้น น้ำเสียงของเขาเฉียบคมดั่งคมกระบี่ที่พร้อมจะตัดผ่านอุปสรรคทุกชนิดในใต้หล้า "เจ้ากลัวว่าข้าจะตาย? ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็จงใช้กระบี่จันทราเหมันต์ของเจ้าร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับข้า สังหารพญามารโลหิตให้สิ้นซาก ล้างแค้นให้สำนักของเจ้าด้วยมือของตนเอง! ดีกว่ามานั่งขังตัวเองไว้ในกรงขังแห่งความหลัง!"
คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบทำลายโซ่ตรวนแห่งอดีตที่พันธนาการหัวใจของไป๋ลี่เซียนมาเนิ่นนาน ร่างของนางกระตุกวูบ ความรู้สึกอึดอัด คับแค้น และหวาดกลัวที่สุมอยู่ในอกนับปี มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยกระแสพลังแห่งความมุ่งมั่นและจิตวิญญาณนักสู้ที่ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
หัวใจที่เคยด้านชาและถูกแช่แข็งมาตลอด กลับมาเต้นระรัวในอกอย่างรุนแรง นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้ยืนหยัดท้าทายฟ้าดินเบื้องหน้า ในแววตาของเขาไม่มีความสงสารเวทนา มีเพียงความเชื่อมั่นอันแรงกล้าและสายตาที่บอกว่า... เขายอมรับนางในฐานะผู้ร่วมวิถีอย่างแท้จริง
ไป๋ลี่เซียนเม้มริมฝีปากแน่น หยาดน้ำตาหยดสุดท้ายร่วงหล่นลงกระทบแก้ม ก่อนที่รอยยิ้มบางเบาแต่งملดงามราวกับดอกเหมันต์แรกแย้มกลางหิมะจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง เป็นรอยยิ้มที่เฟยหลงไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายปีที่รู้จักกัน
"เจ้าช่างเป็นบุรุษที่เอาแต่ใจตัวเองเสียจริง..." นางกระซิบเสียงแผ่วเบา ร่างกายที่เคยสั่นเทากลับมามั่นคงและเต็มเปี่ยมไปด้วยไอปราณกระบี่ที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าเดิม
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายและจิตใจของคนทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันนั้นเอง...
*เปรี้ยงงงง!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับท้องฟ้ากำลังจะแตกสลายดังขึ้นจากเบื้องนอกถ้ำศิลา แรงสั่นสะเทือนระดับมหาศาลทำให้ผนังถ้ำร้าวเป็นทางยาว หินผาน้ำหนักนับหมื่นชั่งร่วงหล่นลงมาปิดปากทางเข้า ไอปราณมารสีดำทมิฬพวยพุ่งทะลักเข้ามาตามรอยแตก กลืนกินแสงสว่างภายในถ้ำจนมืดมิดในชั่วพริบตา
เงาร่างมหัศจรรย์นับสิบร่างปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้าถ้ำ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่เสียดแท้วิญญาณดังสะท้อนก้อง
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพคู่รักที่น่าประทับใจเสียจริง ไป๋ลี่เซียน... นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะหนีมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่กับเด็กหนุ่มผู้โง่เขลา ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องชำระหนี้เลือดของสำนักกระบี่เหมันต์สวรรค์แล้ว!"
น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยจิตสังหารพุ่งตรงเข้ามา พร้อมกับเงาดาบมารโลหิตเล่มใหญ่ที่ฟันผ่าทะลวงหินผาเข้ามาอย่างดุดัน!
เฟยหลงหรี่ตาลงวูบ รัศมีกระบี่อัคคีทมิฬระเบิดออกจากร่างทันทีโดยไม่ต้องรอให้สั่งการ มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ที่ข้างเอว ขณะที่ไป๋ลี่เซียนก้าวขึ้นมายืนเคียงข้าง กระบี่จันทราเหมันต์ในมือเปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้าตัดกับความมืดมิด
กระบี่ยังไม่ทันชักออกจากฝัก... แต่เจตంటกระบี่ที่แผ่พุ่งออกไปได้สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งขุนเขาแล้ว!
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — มังกรครามท่องภพ
วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม•ตอนที่ 8
รอยแผลเป็นในอดีต
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่หวนคืนสัจธรรม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!